Facebook Twitter Google plus Line
น้ำ-นวด กระชับสัดส่วน บอกลา เซลลูไลต์
Post by : Wizz   Date : 14 พ.ย. 60 06:00   Views : 508
Facebook Twitter Google plus Line
น้ำ-นวด กระชับสัดส่วน บอกลา เซลลูไลต์
น้ำ-นวดกระชับสัดส่วนบอกลาเซลลูไลต์


เซลลูไลต์กำจัดอย่างไรดี

เซลลูไลต์เป็นคำที่แพทย์ฝรั่งเศสบัญญัติขึ้นเพื่อเรียกไขมันที่มีลักษณะเป็นก้อนๆมักพบที่ต้นแขนหน้าท้องต้นขาสะโพกและก้นโดยก้อนไขมันนี้จะสะสมอยู่ใต้ชั้นผิวหนังทำให้ผิวมีลักษณะเป็นรอยบุ๋มหรือที่มักเรียกกันว่า“ผิวเปลือกส้ม”เรามาดูวิธีกำจัดเจ้าก้อนไขมันแบบนี้ด้วยวิธีธรรมชาติกันค่ะ

1.น้ำ ตัวช่วยขจัดไขมัน


ถ้าร่างกายอยู่ในภาวะขาดน้ำจะทำให้เห็นเซลลูไลต์ชัดขึ้นหนังสือ“กิน”น้ำชะลอวัยของนายแพทย์ฮาวเวิร์ด มูราดสำนักพิมพ์อมรินทร์สุขภาพอธิบายสรุปว่า

เคล็ดลับในการกำจัดไขมันส่วนเกินคือดื่มน้ำให้มากขึ้นซึ่งจะช่วยลดแคลอรีให้น้อยลงโดยอัตโนมัติพร้อมกับหล่อเลี้ยงเซลล์ด้วย

นอกจากนี้น้ำยังอุดมด้วยสารอาหารที่ช่วยเร่งกระบวนการเผาผลาญไขมันที่ร่างกายสะสมไว้ได้การดื่มน้ำวันละ6–8แก้วจะช่วยให้การไหลเวียนโลหิตดีขึ้นช่วยให้ร่างกายขจัดสารพิษที่ซ่อนอยู่ใต้ชั้นไขมันออกไปจึงช่วยให้บริเวณที่มีเซลลูไลต์ดูเรียบเนียนแนะนำให้ดื่มน้ำเปล่าอุณหภูมิปกติเพราะการดื่มน้ำเย็นจะลดประสิทธิภาพการเผาผลาญพลังงานลงเนื่องจากร่างกายต้องนำพลังงานไปปรับอุณหภูมิของน้ำให้เย็นลงนอกจากนี้ยังสามารถดื่มน้ำคั้นจากผักและ ผลไม้ที่ไม่ผ่านการปรุงแต่งก็จะช่วยขจัดสารพิษออกจากร่างกายได้เช่นกัน

2.นวดๆขัดๆกระชับผิว


การนวดเป็นเพียงตัวช่วยหนึ่งในการกำจัดเซลลูไลต์ส่งเสริมเรื่องการกินและออกกำลังกายดังที่กล่าวมาข้างต้นให้ได้ผลดียิ่งขึ้นเพราะการนวดช่วยทำให้เกิดการไหลเวียนของโลหิตและช่วยขับสารพิษออกจากร่างกายได้ดีขึ้นตัวช่วยสลายเซลลูไลต์คือครีมนวดพริกสูตรธรรมชาติหรือสครับกาแฟ

ครีมนวดพริกมีคุณสมบัติช่วยเร่งการเผาผลาญไขมันให้สลายตัวได้เร็วขึ้นแต่ผู้ใช้ควรทดลองทาครีมนวดพริกบางๆก่อนเพื่อทดสอบว่ามีอาการแพ้หรือไม่แล้วค่อยใช้ในปริมาณเพิ่มขึ้นส่วนสครับกาแฟจะช่วยให้เซลล์ไขมันหดตัวเล็กลงวิธีการทำสครับกาแฟคือผสมกาแฟบดละเอียด1–4ถ้วยน้ำตาลทราย2ช้อนโต๊ะและน้ำมันมะพร้าว2–3ช้อนโต๊ะเข้าด้วยกันจากนั้นนำมาพอกบริเวณที่มีเซลลูไลต์นวดเป็นวงกลมเบาๆนาน10–15นาที

     ทั้งสองวิธีนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งในอีกหลายวิธีกำจัดเซลลูไลต์สามารถติดตามข้อมูลน่าสนใจเพิ่มเติมได้ในนิตยสารชีวจิตนะคะ






ขอขอบคุณที่มา:www.goodlifeupdate.com
แสดงความคิดเห็น
ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ