Facebook Twitter Google plus Line
4 อาหารคลีน มีประโยชน์ แต่เสี่ยงอันตราย
Post by : Wizz   Date : 09 ม.ค. 61 06:00   Views : 8,135
Facebook Twitter Google plus Line
4 อาหารคลีน มีประโยชน์ แต่เสี่ยงอันตราย
4อาหารคลีนมีประโยชน์แต่เสี่ยงอันตราย


กระแสการทานอาหารคลีนยังคงมีมาให้เราเลือกทานกันอยู่เรื่อยๆแถมยังมีหลากหลายเมนูสร้างสรรค์มากขึ้นอีกด้วยทำให้ผู้ที่ทานอาหารคลีนไม่รู้สึกเบื่อหรือรู้สึกว่าต้องทานแต่อาหารเดิมๆซ้ำซากจำเจอย่างเดียวแต่ก็มีอาหารคลีนบางอย่างที่ประโยชน์ดีๆกลับมาพร้อมกับโทษอันตรายโดยที่เราไม่รู้ตัว

 1.สลัดผัก
สำหรับคนที่รักการทานอาหารคลีนเป็นชีวิตจิตใจแต่มีเวลาน้อยอาจจะซื้อสลัดผักทานจากร้านอาหารข้างนอกมากกว่าจะซื้อผักมาล้างทำความสะอาดและหั่นทานเองเพราะนอกจากจะสะดวกกว่าแล้วการทานสลัดผักเป็นกล่องๆถุงๆให้หมดไปเป็นครั้งๆก็จะทำให้ไม่เหลือผักจำนวนมากค้างไว้ในตู้เย็นจนเน่าเสียแต่สลัดผักแฝงอันตรายจากผักสดที่ผู้ผลิตอาจล้างไม่สะอาดเพียงพออาจพบสารเคมีตกค้างจากยาฆ่าแมลงสารตกค้างจากปุ๋ยคอกที่มากับมูลสัตว์ที่อาจก่อให้เกิดอาการท้องร่วงท้องเสียรวมไปถึงผักที่หั่นทิ้งเอาไว้นานจนเกิดน้ำขุ่นๆที่ก้นถุงก้นกล่องหรือก้นถาดในสลัดบาร์อาจเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของเชื้อซาลโมเนลลาที่ทำให้เรามีอาการท้องเสียอุจจาระร่วงได้เช่นกัน

 ทานสลัดอย่างไรให้ปลอดภัย

เลือกซื้อผักจากแหล่งจำหน่ายที่น่าเชื่อถือล้างผักให้สะอาดก่อนหั่นทานสดๆเป็นครั้งๆมื้อๆไปโดยล้างผ่านน้ำก๊อกนาน2นาทีถ้ามีส่วนที่เป็นใบให้เด็ดใบออกมาล้างน้ำทีละใบสามารถล้างหรือแช่ในน้ำเปล่าผสมน้ำเกลือหรือน้ำส้มสายชูได้(แช่เอาไว้10-15นาทีก่อนนำมาล้างน้ำเปล่าอีกครั้ง)และหากสามารถเลี่ยงไปทานผักที่ปรุงสุกได้ก็จะช่วยลดอันตรายที่เกิดจากผักสดได้มากยิ่งขึ้น

 2.เมล็ดเจีย
ยังคงเป็นหนึ่งในซูเปอร์ฟู้ดที่หลายคนพยายามหามาทานกันบ่อยๆเพราะขึ้นชื่อว่าเป็นอาหารที่อุดมไปด้วยสารอาหารที่ดีต่อต่อร่างกายมากมายทั้งกรดไขมันดีโอเมก้า-3โอเมก้า-6แคลเซียมสารต้านอนุมูลอิสระโปรตีนและกากใยอาหารที่ทำให้เราขับถ่ายคล่องแต่เมล็ดเจียไม่ได้เหมาะกับทุกคน

เมล็ดเจียไม่เหมาะกับบุคคลเหล่านี้

-ผู้ที่มีปัญหาในระบบกระเพาะอาหารและลำไส้เพราะเมล็ดเจียจะไปเร่งให้ตับอ่อนผลิตน้ำย่อยออกมามากขึ้น

-คนที่ต้องเข้ารับการผ่าตัดหรือทานยาแอสไพรินเพราะเมล็ดเจียอาจทำให้เกิดภาวะเลือดแข็งตัวช้าหรือเลือดไหลไม่หยุดได้

-หญิงตั้งครรภ์เพราะจะส่งผลให้สารอาหารในน้ำนมเปลี่ยนไป

-ผู้ชายที่มีปัญหาที่ต่อมลูกหมากเพราะอาจเป็นการเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก

-ผู้ที่ทานวิตามินบี17เป็นอาหารเสริมเพราะจะยิ่งเพิ่มปริมาณวิตามินชนิดนี้ในร่างกายมากเกินไปจนกลายเป็นสารพิษและเป็นมะเร็งในที่สุด

ทานเมล็ดเจียอย่างไรให้ปลอดภัย

ผู้ที่เข้าข่ายมีความเสี่ยงตามที่กล่าวเอาไว้ข้างต้นควรหลีกเลี่ยงการทานเมล็ดเจียส่วนผู้ที่มีร่างกายปกติสมบูรณ์แข็งแรงดีไม่ควรทานเมล็ดเจียมากเกินไปหรือติดต่อกันเป็นเวลานานเกินไปเพราะร่างกายอาจเกิดการเสพติดได้โดยอาจจะทานเมล็ดเจียในบางมื้ออาหาร2-3อาทิตย์ต่อมื้อเท่านั้นก็เพียงพอ

 3.ผลไม้รสเปรี้ยว
ใครที่ทานอาหารคลีนก็คงจะเลือกทานผักผลไม้มากขึ้นเป็นธรรมดาแต่ถ้าทานผลไม้รสเปรี้ยวที่เป็นผลไม้ที่มีวิตามินซีสูงมากเกินไปเช่นส้มมะนาวฝรั่งจนทำให้ร่างกายได้รับวิตามินซีมากกว่า500มิลลิกรัมต่อวันอาจทำให้เสี่ยงโรคนิ่วในไตได้นอกจากนี้หากร่างกายได้รับวิตามินซีมากกว่า1,000มิลลิกรัมต่อวันยังส่งผลเสียต่อระบบขับถ่ายได้อีกด้วย

ทานผลไม้รสเปรี้ยวอย่างไรให้ปลอดภัย

เลือกทานในจำนวนที่พอเหมาะไม่ทานมากจนเกินไปเช่นส้มไม่ควรทานเกินวันละ3ผลนอกจากนี้เราควรเลือกทานผลไม้ให้หลากหลายเพื่อให้ได้ทั้งรสชาติและสารอาหารที่หลากหลายตามไปด้วย

 4.กราโนล่า
ไม่ใช่ว่ากราโนล่ามีอันตรายอะไรร้ายแรงแต่เพราะกราโนล่าเป็นอาหารของใครหลายๆคนที่อยากผอมจึงเลือกทานกราโนล่าในหลายๆมื้อและอาจเผลอทานจำนวนมาก(ต่อหนึ่งมื้อ)ด้วยเพราะคิดว่ากราโนล่าไม่ทำให้อ้วนแต่อันที่จริงแล้วกราโนล่าทำมาจากข้าวโอ๊ตบวกธัญพืชอื่นๆที่ถึงแม้จะมีประโยชน์แต่ก็เป็นอาหารที่ให้พลังงานอยู่ดีแถมยังเป็นอาหารที่ทานเพียงปริมาณน้อยๆแต่ให้พลังงานสูงอีกด้วยกราโนล่าราวๆ40-50กรัมจะมีคาร์โบไฮเดรตราวๆ25กรัมและสารอาหารอื่นๆเช่นไขมัน10กรัมและโปรตีนอีก5กรัมซึ่งทั้งหมดนี้ให้พลังงานใกล้เคียงกับข้าวหุงสุก1จาน(100กรัม)เลยทีเดียว

ทานกราโนล่าอย่างไรให้ปลอดภัย

ควรจำกัดปริมาณในการทานกราโนล่าให้เหมาะสมทานพออิ่มไม่ทานเยอะจนเกินไปเลือกชนิดของกราโนล่าที่ใส่แต่ธัญพืชที่ดีมีประโยชน์ไม่มีส่วนผสมอื่นๆที่ผสมน้ำตาลมากเกินไปจะช่วยให้ควบคุมปริมาณแคลอรี่ได้ง่ายยิ่งขึ้นและควรเลือกทานอาหารให้หลากหลายไม่ทานแต่กราโนล่าเพียงอย่างเดียว

 
จะเห็นได้ว่าอาหารดังกล่าวล้วนแล้วแต่เป็นอาหารที่ดีมีประโยชน์ต่อร่างกายและผู้คนนิยมทานกันมากทั้งสิ้นแต่ไม่ว่าอาหารเหล่านั้นจะมีประโยชน์มากแค่ไหนก็ตามเราควรเลือกทานในปริมาณที่พอเหมาะและเลือกทานอาหารให้หลากหลายไม่ทานอาหารอย่างใดอย่างหนึ่งนานจนเกินไปเพราะต่อให้มีประโยชน์มากแค่ไหนก็ให้โทษกับร่างกายเราได้อยู่ดี




ขอขอบคุณที่มา:www.sanook.com

แสดงความคิดเห็น
ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ