Facebook Twitter Google plus Line
12 ผลไม้ลดน้ำหนักสำหรับชาวออฟฟิศ เลือกได้ ไม่อ้วน !
Post by : Wizz   Date : 10 มี.ค. 61 06:00   Views : 14,389
Facebook Twitter Google plus Line
12 ผลไม้ลดน้ำหนักสำหรับชาวออฟฟิศ เลือกได้ ไม่อ้วน !
12ผลไม้ลดน้ำหนักสำหรับชาวออฟฟิศเลือกได้ไม่อ้วน!


     กำลังลดน้ำหนักอยู่แต่หาอาหารที่รับประทานแล้วไม่อ้วนได้น้อยมากยิ่งกับคนที่ไม่มีเวลาทำอาหารกินเองเช่นพนักงานออฟฟิศต้องซื้ออาหารนอกบ้านกินตลอดวิธีที่จะช่วยเราลดน้ำหนักได้มากที่สุดก็เห็นจะเป็นการรับประทานผลไม้ให้มากกว่าขนมทั้งหลายใช่ไหมคะ 

     อ๊ะ!แล้วผลไม้รถเข็นหรือผลไม้พร้อมรับประทานที่จัดมาเป็นแพ็กขายตามตลาดแบบไหนคือผลไม้ลดความอ้วนที่ชาวออฟฟิศควรเลือกรับประทานดีกระปุกดอทคอมมีลิสต์รายชื่อผลไม้ไม่อ้วนแนวๆผลไม้ลดน้ำหนักมาบอกต่อตามนี้เลยค่ะ 

1.ฝรั่ง  

     ฝรั่งเป็นผลไม้ที่มีเส้นใยอาหารสูงและยังมีแคลอรีต่ำรับประทานแล้วจะช่วยทำให้อิ่มง่ายนอกจากนี้ฝรั่งยังมีคุณสมบัติช่วยลดการสลายตัวของแป้งและลดการดูดซึมของน้ำตาลด้วยเหตุนี้ฝรั่งจึงเป็นผลไม้ที่เหมาะมากๆสำหรับคนที่กำลังลดความอ้วนที่สำคัญฝรั่ง1ลูกน้ำหนัก225กรัมมีปริมาณน้ำตาลเพียง3.12ช้อนชาเท่านั้นเองค่ะถ้ารับประทานสักครึ่งลูกก็รับพลังงานไปเพียง50-60กิโลแคลอรี 


2.แอปเปิล

     ผลไม้ลดน้ำหนักอย่างแอปเปิลเป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยไฟเบอร์วิตามินและเกลือแร่ที่ดีต่อร่างกายด้วยเหตุผลนี้แอปเปิลจึงเป็นผลไม้ตัวแม่ที่ช่วยลดความอ้วนได้เพราะไฟเบอร์จะช่วยให้คุณอิ่มไม่กินจุบจิบระบบการขับถ่ายก็จะดีเลิศแถมยังมีวิตามินที่ช่วยบำรุงผิวพรรณให้สวยเปล่งปลั่งได้อีกต่างหากฉะนั้นจัดแอปเปิลเป็นของว่างระหว่างวันได้เลยค่ะสัก1ผลแคลอรีก็ประมาณ60กิโลแคลอรีเท่านั้น 

3.สับปะรด

     สับปะรดประมาณ6-8ชิ้นพอดีคำให้พลังงานราวๆ50-70กิโลแคลอรีและนอกจากสับปะรดจะมีรสหวานอมเปรี้ยวไฟเบอร์สูงวิตามิน-แร่ธาตุก็มากแล้วในสับปะรดยังมีเอนไซม์โบมีเลียน(Bromelian)ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่มีคุณสมบัติช่วยย่อยโปรตีนได้ดีส่งผลให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารโดยเฉพาะโปรตีนไปหล่อเลี้ยงส่วนต่างๆได้ง่ายดังนั้นใครกำลังลดน้ำหนักและสร้างกล้ามเนื้อไปพร้อมๆกันสับปะรดคือผลไม้ที่ตอบโจทย์ได้ดีทีเดียวค่ะ 

     อ๊ะ!สำหรับใครที่อยากลดความอยากอาหารลดพฤติกรรมกินจุบจิบของตัวเองรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ของสับปะรดก็จะช่วยให้เรารู้สึกรับประทานอาหารอย่างอื่นไม่ค่อยอร่อยเพราะเอนไซม์ในสับปะรดจะทำให้เกิดอาการแสบลิ้นสักพักฉะนั้นเมื่อปากรู้สึกอยากอาหารพาอ้วนจิ้มสับปะรดสักชิ้นรับประทานเข้าไปแทนเลยค่ะวิธีนี้ช่วยคุณตัดแคลอรีส่วนเกินจากอาหารได้แน่ๆ 

4.แตงโม

     แตงโมเป็นผลไม้ฉ่ำน้ำมีรสชาติหวานชื่นใจดังนั้นใครที่ชอบตบมื้ออาหารด้วยขนมหวานของหวานของกินเล่นทอดๆมันๆแนะนำให้ใช้เงินที่กำลังจะออกจากกระเป๋าสตางค์ไปซื้อแตงโมรับประทานดีกว่าค่ะอร่อยชื่นใจคลายร้อนคลายรสชาติเผ็ดๆเฝื่อนๆคอได้แถมรสหวานจากแตงโมยังช่วยลดความอยากอาหารหวานๆได้ดีเลยล่ะและเห็นแตงโมหวานฉ่ำอย่างนั้นบอกเลยค่ะว่าแตงโมประมาณ10ชิ้นพอดีคำให้น้ำตาลแค่2.17ช้อนชาเท่านั้นเองและให้พลังงานราวๆ60-80กิโลแคลอรี


5.มะละกอ

     นอกจากมะละกอจะเป็นผลไม้ตัวแม่ที่ช่วยเรื่องการขับถ่ายแล้วมะละกอยังมีปริมาณไฟเบอร์มหาศาลมีเอนไซม์ช่วยย่อยที่สามารถกำจัดคราบโปรตีนเก่าๆที่ร่างกายย่อยไม่หมดออกไปเท่ากับช่วยกำจัดอุปสรรคที่ขัดขวางการทำงานของลำไส้ทำให้อาหารที่เรารับประทานเข้าไปถูกย่อยและดูดซึมได้โดยง่าย 

     อีกทั้งในมะละกอยังมีฟลาโวนอยด์แคโรทีนวิตามินซีและสารต้านอนุมูลอิสระเป็นอาวุธชั้นดีคอยช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ในร่างกายดังนั้นสาวๆที่อยากมีผิวพรรณดีผิวพรรณดูอ่อนกว่าวัยก็จัดมะละกอได้เลยค่ะแต่ก็อย่าเผลอรับประทานมะละกอสุกมากจนเกินไปนะเพราะมะละกอสุก8ชิ้นพอดีคำจะให้พลังงานประมาณ60กิโลแคลอรีรับประทานมากกว่านี้ก็ได้รับแคลอรีและน้ำตาลจากมะละกอสุกมากขึ้นจ้า 

6.ชมพู่

     ชมพู่เป็นผลไม้ที่ให้แคลอรีน้อยมากจากข้อมูลของกองโภชนาการกรมอนามัยทำให้ทราบว่าชมพู่ทับทิมจันทน์1ผลใหญ่ปริมาณประมาณ126กรัมให้พลังงานเพียงแค่53กิโลแคลอรีเท่านั้นส่วนน้ำตาลก็ประมาณ2.4ช้อนชาต่อ
1ผลอีกทั้งชมพู่ยังเป็นผลไม้ที่มีสัดส่วนของคาร์โบไฮเดรตไม่มากไฟเบอร์สูงดังนั้นจึงจัดเป็นผลไม้ที่รับประทานแล้วไม่อ้วนแน่นอนค่ะ


7.แก้วมังกร

     เนื้อแก้วมังกรสีขาวประมาณ1/4ผลจะให้ไฟเบอร์ประมาณ2.6กรัมในขณะที่ให้พลังงานประมาณ60กิโลแคลอรีแก้วมังกรเลยจัดเป็นผลไม้ช่วยลดน้ำหนักเพราะเป็นผลไม้ที่มีสารมิวซิเลจ(Mucilage)ซึ่งมีเฉพาะในตระกูลกระบองเพชรลักษณะคล้ายวุ้นเจลช่วยดูดซับน้ำในร่างกายทำให้อิ่มอยู่ท้องทั้งที่เป็นเพียงผลไม้เบาๆรับประทานแทนอาหารเย็นได้สบายเลย

8.มะม่วง

     หลายคนไม่ยอมรับประทานมะม่วงเลยเพราะเกรงว่าแป้งและน้ำตาลในมะม่วงจะทำให้อ้วนขึ้นแต่จริงๆแล้วมะม่วงมันปริมาณ1ผลขนาดกลางให้พลังงานเพียง87กิโลแคลอรีค่ะอีกทั้งยังอุดมไปด้วยวิตามินเอวิตามินซีและแคลเซียมที่สำคัญมะม่วงยังมีไฟเบอร์มากถึง3กรัมต่อปริมาณที่ร่างกายควรได้รับต่อวันดังนั้นหากรับประทานมะม่วงในปริมาณที่พอเหมาะ(สักครึ่งลูก)ก็จะช่วยให้เราอิ่มอร่อยทั้งปากและท้องลดปริมาณการรับประทานขนมพาอ้วนชนิดอื่นๆได้อีก 

9.แคนตาลูป

     แคนตาลูปเป็นผลไม้ที่ไม่ได้มีรสชาติหวานมากนักเพราะเป็นผลไม้น้ำตาลต่ำโดยแคนตาลูปประมาณ5ชิ้นพอดีคำมีน้ำตาลเพียงแค่1.67ช้อนชาเองนะคะและให้พลังงานราวๆ60กิโลแคลอรีนอกจากนี้แคนตาลูปยังเป็นผลไม้ที่มีคาร์บอยู่ในตัวเองเล็กน้อยพร้อมกับมีโพแทสเซียมค่อนข้างสูงคนที่กำลังลดน้ำหนักและอยากได้กล้ามเนื้อไปพร้อมๆกันแคนตาลูปจะช่วยได้ดีในเรื่องกระบวนการสร้างไกลโคเจนให้ร่างกาย 

     โดยเฉพาะหากรับประทานแคนตาลูปหลังออกกำลังกายหรือรับประทานแคนตาลูปในช่วงเช้าร่างกายจะได้รับพลังงานจากคาร์บและน้ำตาลฟรุกโตสทำให้เกิดความรู้สึกสดชื่นได้ง่ายๆช่วยให้รู้สึกอิ่มท้องและช่วยลดความอยากรับประทานของหวานในร่างกายลงด้วย

 
10.สาลี่ 

     สาลี่ที่มีจำหน่ายในบ้านเรามีอยู่4สายพันธุ์ด้วยกันได้แก่สาลี่หอมสาลี่ก้านยาวสาลี่น้ำผึ้งและสาลี่หิมะซึ่งสาลี่แต่ละสายพันธุ์ให้พลังงานและน้ำตาลไม่เท่ากันแต่โดยเฉลี่ยแล้วสาลี่1ผลให้พลังงานราวๆ53-120กิโลแคลอรีและมีน้ำตาลประมาณ7-12กรัมต่อผลดังนั้นหากอยากรับประทานสาลี่แบบไม่อ้วนแนะนำให้รับประทานสาลี่ครั้งละครึ่งผลก็พอค่ะ 

11.ลูกไหน-ลูกพรุน

     ลูกไหนเป็นผลไม้ที่มีสารไฟโตนิวเทรียนท์(Phytochemical)และแร่ธาตุสารอาหารสูงแต่กลับเป็นผลไม้ที่มีแคลอรีต่ำเพียง58กิโลแคลอรีต่อปริมาณลูกไหน6ผลทั้งๆที่ลูกไหนมีรสชาติหวานอร่อยแบบไม่ต้องพึ่งพริกเกลือและเครื่องจิ้มอื่นๆเลยเนื่องจากน้ำตาลที่มีอยู่ในลูกไหนเป็นน้ำตาลจากธรรมชาติที่มีรสหวานกลมกล่อมที่สำคัญยังเป็นน้ำตาลชนิดที่มีประโยช­­­น์ต่อร่างกายเราด้วยนะ

     โดยการศึกษาจากมหาวิทยาลัยในเมืองลิเวอร์พูลประเทศอังกฤษพบว่าการรับประทานลูกไหนอบแห้งหรือลูกพรุนจะช่วยควบคุมความอยากอาหารได้­­อีกด้วยทำให้สามารถลดน้ำหนักได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกทั้งยังมีไฟเบอร์สูงทำให้อาหารที่รับประทานเข้าไปยังคงอยู่ในท้องนานขึ้นลดอาการหิวบ่อยๆและการรับประทานอาหารมากเกินพอดีได้อีกด้วยค่ะ


12.มะพร้าว

     แม้มะพร้าวจะมีรสชาติหวานเจี๊ยบแต่ความหวานนั้นก็เป็นน้ำตาลธรรมชาติที่อุดมไปด้วยสารอาหารและวิตามินที่เป็นประโยชน์กับร่างกายเราหลายชนิดนอกจากนี้ไขมันอิ่มตัวที่อยู่ในน้ำมันมะพร้าวเนื้อมะพร้าวหรือกะทิจากมะพร้าวก็เป็นกรดไขมันที่อิ่มตัวโดยสมบูรณ์โมเลกุลจึงแตกต่างจากไขมันอิ่มตัวในอาหารต้องห้ามของคนไดเอตนะคะดังนั้นเนื้อมะพร้าวลูกย่อมๆสัก1ลูกก็ไม่ทำให้อ้วนได้เท่ารับประทานอาหารขยะจานเดียวแน่ๆ

     อย่างไรก็ตามการรับประทานผลไม้แบบไม่อ้วนก็ควรต้องงดเครื่องจิ้มประเภทพริกเกลือซึ่งมีทั้งน้ำตาลและโซเดียมสูงส่งผลให้เกิดภาวะบวมได้ที่สำคัญก่อนจะเลือกซื้อผลไม้พร้อมรับประทานจากร้านข้างทางในตลาดในซูเปอร์มาร์เกตหรือจากรถขายผลไม้ก็ตามควรต้องใส่ใจในการเลือกซื้อผลไม้มารับประทานกันด้วยทั้งนี้ก็เพื่อความปลอดภัยต่อสุขภาพนั่นเอง 





ขอขอบคุณที่มา:health.kapook.com
แสดงความคิดเห็น
ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ