Facebook Twitter Google plus Line
RSV ไวรัสตัวร้ายของลูกน้อย ที่พ่อเเม่ต้องเฝ้าระวัง!
Post by : DREAM@   Date : 06 ส.ค. 61 14:08   Views : 28,621
Facebook Twitter Google plus Line
RSV ไวรัสตัวร้ายของลูกน้อย ที่พ่อเเม่ต้องเฝ้าระวัง!
RSVไวรัสตัวร้ายของลูกน้อยที่พ่อเเม่ต้องเฝ้าระวัง!

อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยเดี๋ยวฝนตกเดี๋ยวก็เเดดออกร้อนๆหนาวๆเเบบนี้ไม่ใช่เเค่ผู้ใหญ่อย่างเราๆหรอกนะคะที่พาลจะเจ็บไข้ได้ป่วยเอาได้ง่ายๆเเต่อีกหนึ่งกลุ่มวัยที่ต้องคอยเฝ้าระวังปัญหาสุขภาพอยู่เสมอก็คือเด็กเล็กหรือเด็กที่อายุต่ำกว่า3ปีก็เป็นวัยที่คุณพ่อคุณเเม่ไม่ควรจะนิ่งนอนใจเมื่อเกิดปัญหาสุขภาพต่างๆ โดยเฉพาะตอนนี้หนึ่งในโรคที่เด็กเล็กจำนวนมากเป็นกันบ่อยๆคือ"โรคติดเชื้อไวรัสRSV"ที่คุณพ่อคุณเเม่หลายคนเข้าใจว่าเป็นเพียงไข้หวัดธรรมดาเเต่จริงๆเเล้วการติดเชื้อไวรัสRSVรุนเเรงกว่าการเป็นไข้หวัดธรรมดามากนัก ดังนั้นคุณพ่อคุณเเม่ทั้งหลายยิ่งไม่ควรนิ่งนอนใจเพราะอาจเกิดอันตรายแก่ลูกน้อยถึงชีวิตได้เลยเหมือนกันวันนี้เราเลยชวนทุกคนไปทำความรู้จักกับเชื้อไวรัสRSVเพื่อหาทางรับมือกับมันกันค่ะว่าเเล้วก็ลุยเลยค่ะ


โรคติดเชื้อไวรัสRSVคืออะไร
โรคติดเชื้อไวรัสRSV หรือโรคติดเชื้อทางเดินหายใจจากเชื้อไวรัสRSVคำว่าRSVย่อมาจาก RespiratorySyncytialVirusที่เป็นเชื้อที่ก่อให้เกิดโรคในระบบทางเดินหายใจเป็นโรคที่เกิดขึ้นได้บ่อยโดยเฉพาะในเด็กเล็กโดยเฉพาะเด็กเล็กที่มีอายุต่ำกว่า3ปีเชื้อไวรัสตัวนี้จะทำให้เกิดภาวะปอดอักเสบได้โดยง่ายมีเสมหะในปอดจำนวนมากทำให้เกิดอาการอักเสบหรือบวมของเยื่อบุหลอดลมพบการระบาดของโรคนี้ในเด็กบ่อยในช่วงฤดูฝนเเบบนี้หรือปลายฝนต้นหนาวนั่นเองค่ะ


โรคติดเชื้อไวรัสRSVมีการติดต่อกันอย่างไร?
โดยปกติเเล้วอาการของโรคนี้เป็นกลุ่มเชื้อไวรัสที่สามารถติดต่อได้ง่ายเเละสามารถติดต่อผ่านสารคัดหลั่งต่างๆในร่างกายไม่ว่าจะเป็นน้ำมูกน้ำลายละอองที่เกิดขึ้นจากการไอจามโดยเฉพาะการติดต่อจากการสัมผัส 


อาการของโรคติดเชื้อไวรัสRSV 
อาการของโรคนี้คุณพ่อคุณเเม่ต้องตั้งใจดูเลยล่ะค่ะเพราะมีคุณพ่อคุณเเม่ของลูกน้อยจำนวนมากที่เมื่อลูกน้อยมีอาการการติดเชื้อเกิดขึ้นเเต่มองว่าไม่เป็นอะไรเเละไม่นานก็หายเพราะอาการของโรคติดเชื้อไวรัสRSVจะมีอาการคล้ายกับอาการไข้หวัดธรรมดาเช่นไข้ไอจามคัดจมูกหรือน้ำมูกไหลเเต่สำหรับอาการที่เป็นมากกว่าไข้หวัดปกติซึ่งคุณพ่อคุณเเม่ต้องเฝ้าระวังเลยก็อย่างเช่น
มีไข้สูงกว่า39องศาเซลเซียส 
มีอาการหอบเหนื่อย 
หายใจถี่เเละหายใจเเรงหรืออาจมีเสียงครืดคราดออกมาขณะหายใจ 
ไอบ่อยมีเสมหะเหนียวข้น รับประทานอาหารหรือนมได้น้อย 
ปากซีดเซียวหรือมีเสียงวี๊ดๆในปอดนั่นก็เพราะเกิดจากการที่เนื้อเยื่อบุทางเดินหายใจบวมเเละหลอดลมเกิดการขยายตัวขึ้นนั่นเอง 
เมื่อเกิดอาการเช่นนี้เกิดขึ้นคุณพ่อคุณเเม่ก็ควรพาลูกน้อยไปพบเเพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยในทันที


เราจะสามารถป้องกันได้อย่างการติดเชื้อโรคนี้ในลูกน้อยได้อย่างไร?
เเม้ในปัจจุบันยังไม่มียารักษาโรคติดเชื้อไวรัสRSVได้หายขาดโดยตรง โดยอาศัยการรักษาตามอาการหรือประคับประคองให้มีอาการดีขึ้นเช่นการให้ยาลดไข้ หรือยาละลายเสมหะเเต่ในเด็กที่ป่วยบางรายอาจมีเสมหะที่เหนียวมากก็อาจต้องทำการพ่นยาขยายหลอดลมผ่านทางออกซิเจนละอองฝอยเคาะปอดและดูดเสมหะออกซึ่งเด็กที่ได้รับการรักษาก็จะมีอาการดีขึ้นเเละหายไปภายใน1-2สัปดาห์

 
 
เเต่วิธีที่จะช่วยป้องกันลูกน้อยหรือเด็กเล็กในบ้านของคุณก็ต้องทำความสะอาดมือให้สะอาดก่อนเข้าไปสัมผัสหรือใกล้ชิดกับเด็กเล็กหมั่นทำความสะอาดของเล่นหรือของใช้ของลูกเมื่อเด็กมีอาการป่วยจากโรคนี้ไม่ควรให้ไปโรงเรียนเพราะจะทำให้ไปเเพร่เชื้อให้กับเด็กคนอื่นๆได้เเละเเยกแก้วน้ำของลูกกับของพ่อเเม่เป็นคนละใบกันเพราะลูกน้อยของเรามีโอกาสติดเชื้อไวรัสชนิดนี้ได้มากกว่า

รู้กันอย่างนี้เเล้วคุณพ่อคุณเเม่หรือคุณผู้อ่านที่มีเด็กเล็กอยู่ภายในบ้านก็คงจะรู้จักเเละเข้าใจวิธีการรับมือของเชื้อไวรัสชนิดนี้กันเเล้วนะคะดังนั้นหากเด็กเล็กหรือลูกของคุณมีอาการสุ่มเสี่ยงว่าจะติดเชื้อไวรัสRSVก็ควรรีบไปพบเเพทย์โดยทันทีเพราะมิเช่นนั้นเเล้วอาการของโรคก็อาจทวีความรุนเเรงเพิ่มมากขึ้นนั่นเองเราต้องอย่าลืมว่าเด็กเล็กยังมีภูมิต้านทานโรคได้ไม่ดีเท่าเราดังนั้นการดูเเลเอาใจใส่ไม่ละเลยเรื่องเล็กน้อยเเต่สำคัญไปเพื่อเป็นการป้องกันลูกน้อยให้ห่างไกลจากโรคที่เราเองก็ไม่ปรารถนานะคะ
แสดงความคิดเห็น
ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ