ติดต่อโฆษณา 
menu

สุขภาพแบ่งปัน

เรื่อง "ชา" อย่าปล่อยให้ชิน!

DREAM@ /

02 ธ.ค. 62 16:12

118,831

เรื่อง "ชา" อย่าปล่อยให้ชิน!

อาการชา อย่าปล่อยให้เป็นเรื่องชิน
"ชา ชา ชา"  หากปล่อยไว้ไม่รักษา อาจส่งผลเสียมากกว่าที่คิด

มือชา  เท้าชา  อาการที่มักเกิดขึ้นได้บ่อยกับใครหลายคน บางครั้งนั่งทำงานอยู่ดีๆ ก็มีอาการมือเท้าชาขึ้นมาดื้อๆ โดยไม่มีสาเหตุ หลายคนอาจมีอาการเพียงชั่วครู่ เเต่บางทีพอมันชาขึ้นมาเเล้วก็ไม่ยอมหายไปสักที ยิ่งในรายที่อาการชาเริ่มรุนเเรงมากขึ้น นั่นอาจหมายถึงจุดเริ่มต้นของสัญญาณเตือนโรคปลายประสาทอักเสบ ที่คุณจะนิ่งนอนใจไม่ได้อีกต่อไป นอกจากเราต้องหาสาเหตุของมันเเล้ว เราจะรับมือเเละเเก้ไขอาการเหล่านี้อย่างไร ตามเราไปดูพร้อมกันค่ะ


"มือเท้าชา"...อย่าปล่อยให้ชิน... 
อาการชา มือเท้าชา ชาตามปลายนิ้วมือนิ้วเท้า เป็นอาการผิดปกติของระบบประสาทรับความรู้สึก ซึ่งสามารถเกิดได้ในทุกส่วนของร่างกาย โดยเฉพาะที่นิ้ว  มือ เเขน เท้า หรือขา เป็นอาการที่พบเจอได้กับทุกเพศทุกวัย เเละเกิดขึ้นได้บ่อยๆไม่ว่าจะเป็นคนวัยทำงาน วัยกลางคน ไปจนถึงผู้สูงอายุ ซึ่งอาการชา นั้นเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น การอยู่ในท่าเดิมเป็นเวลานาน  เล่นมือถือโดยไม่หยุดพัก ยกของหนัก โรคบางอย่าง หรือกิจกรรมที่ต้องใช้มือมาก

ทำความรู้จักกับ "โรคปลายประสาทอักเสบ"
อย่างที่เราได้บอกไปเเล้วข้างต้น ว่าหากอาการชาที่เกิดขึ้นกับคุณนั้นบ่อยเเละรุนเเรงมากขึ้น นั่นอาจหมายถึงสัญญาณของโรคปลายประสาทอักเสบได้ ว่าเเต่โรคนี้คืออะไร? "ปลายประสาทอักเสบ" เป็นอีกหนึ่งภาวะของเส้นประสาทส่วนปลายซึ่งทำหน้าที่รับความรู้สึกจากตัวรับความรู้สึกของอวัยวะ เพื่อส่งสัญญาณไปยังสมองเเละไขสันหลัง เเละรับคำสั่งจากสมองเเละไขสันหลังไปควบคุมอวัยวะต่างๆ หากเส้นประสาทจุดใดจุดหนึ่งมีปัญหา หรือเกิดการอักเสบก็จะส่งผลให้การรับความรู้สึกต่างๆ ผิดปกติไป
 


สาเหตุปัจจัยในการเกิดโรคปลายประสาทอักเสบ
โดยส่วนใหญ่เเล้วสาเหตุในการเกิดโรคปลายประสาทอักเสบ มาจากการที่เส้นประสาทเกิดการบาดเจ็บจากการถูกกดทับเป็นเวลานาน รวมไปถึงพฤติกรรมต่างๆ เหล่านี้ 
- พฤติกรรมการใช้งานข้อมือซ้ำๆ ในคนวัยทำงาน อย่างการคลิกเมาส์ หรือใช้สมาร์ทโฟนตลอดเวลา 
- พฤติกรรมการนั่งทำงานในท่าเดิมๆ ซ้ำๆ เป็นเวลานานทำให้เกิดการกดทับเส้นประสาท โดยมักมีสัญญาณเริ่มต้นอย่างอาการมือชา หรือปวดเรื้อรัง


- ในผู้ป่วยโรคเบาหวาน ทำให้เกิดการอักเสบของเส้นประสาทจากเบาหวาน หรือที่เรียกว่า Diabetic Neuropathy 
- ผู้ที่ไม่ทานเนื้อสัตว์เป็นเวลานาน เช่น กินเจ หรือมังสวิรัต อาจทำให้เกิดมีภาวะขาดวิตามิน โดยเฉพาะ
มีโคบาลามิน หรือ B12  ที่พบในเนื้อสัตว์ ไข่ นม เท่านั้น 
หรือในผู้สูงอายุ เพราะเมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายจะดูดซึมวิตามินได้น้อยลง รวมถึงการเสื่อมของเส้นประสาทเเละกระดูก หรือข้อต่างๆ ตามวัยทำให้ผู้สูงอายุมักจะพบอาการชาได้มากนั่นเอง
 
** โดยอาการที่เกิดขึ้นบ่อยเมื่อเป็นโรคปลายประสาทอักเสบ ได้แก่ อาการชาตามมือ เท้า รู้สึกปวดเเสบ ปวดร้อนที่มือหรือเท้า ปวดหมือนมีเข็มทิ่มอยู่ตลอดเวลา หากคุณปล่อยไว้นานๆ โดยไม่ได้รักษา อาจส่งผลให้อาการเป็นมากขึ้นเเละต้องใช้เวลาในการรักษายาวนานขึ้น


วิธีการดูเเลรักษา เมื่อ "โรคปลายประสาทอักเสบ" มาเยือน! 
การเริ่มต้นดูเเลตัวเองเมื่อเป็นโรคปลายประสาทอักเสบ หรือแม้จะยังไม่เป็นแต่มีความเสี่ยง นอกจากจะต้องหันกลับมาให้ความสนใจกับพฤติกรรมโดยรวมทั้งหมดแล้ว การให้ความสำคัญกับการออกกำลังกาย ควบคุมน้ำหนักตัวเองไม่ให้เกินมาตรฐาน เพื่อทำให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น ซึ่งจะทำให้ระบบประสาททำงานได้อย่างปกติ พยายามหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ทำซ้ำๆ อยู่ในท่าเดิมๆ เปลี่ยนอิริยาบถตัวเองอยู่บ่อยๆ ลดพฤติกรรมการใช้ข้อมือ ข้อนิ้ว เป็นเวลาต่อเนื่องยาวนาน เเละที่สำคัญคือการรับประทานอาหารที่ให้วิตามินเพียงพอ โดยเฉพาะมีโคบาลามิน  ซึ่งเป็นวิตามินบี 12 ชนิด active form ที่ใช้ในการบำรุงรักษาปลายประสาทได้โดยตรง

มารู้จัก "มีโคบาลามิน" ให้มากขึ้น!  
หลายคนคงคุ้นชินกับ วิตามินบี 12 (โคบาลามิน) แต่น้อยคนที่จะรู้ว่าวิตามินบี 12 มีด้วยกันหลายรูปเเบบ อาทิ มีโคบาลามิน
ไซยาโนโคบาลามินไฮดรอกโซโคบาลามิน และ อะดีโนซิลโคบาลามิน แต่ละรูปแบบก็จะมีคุณสมบัติที่ต่างกัน สำหรับ 
"มีโคบาลามิน"  เป็นวิตามินบี 12 ชนิด active form ที่ร่างกายสามารถดูดซึมเข้าสู่ปลายประสาทได้โดยตรงเเละรวดเร็ว มีความปลอดภัยสูง เป็นวิตามินพื้นฐานสำคัญต่อเส้นประสาทส่วนปลาย ใช้ในการรักษาอาการชาจากปลายประสาทอักเสบ เเละโลหิตจางจากการขาดวิตามินบี 12 อีกด้วย ที่สำคัญคือร่างกายของเราไม่สามารถสร้างวิตามินชนิดนี้ขึ้นมาเองได้ จึงต้องอาศัยการรับประทานอาหารประเภทเนื้อสัตว์หรือการเสริมมีโคบาลามินเข้าไป

 
เเม้ว่าอาการมือเท้าชา อาจจะดูเป็นเรื่องธรรมดาไม่ได้เป็นโรคร้ายเเรงอะไรนัก เเต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่ควรจะนิ่งนอนใจ เพราะหากมันเกิดขึ้นบ่อยๆ เเละทวีความรุนเเรงมากขึ้นเรื่อยๆ นั่นอาจเป็นสัญญาณเริ่มต้นของโรคอันตรายอย่าง  
"โรคปลายประสาทอักเสบ" ได้ สิ่งที่คุณทำได้ คือการหมั่นสำรวจตัวเอง ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่เสี่ยงจะเกิดอาการชา เเละหากพบว่าเกิดอาการชาผิดปกติ ควรรีบไปพบเเพทย์เพื่อตรวจเเละวินิจฉัยโรค หรือการรับประทานยามีโคบาลามินควบคู่ไปกับการรักษาตามคำเเนะนำของเเพทย์เเละเภสัชกร เเละอย่าลืมว่าหัวใจสำคัญของการรักษาอาการชาจากปลายประสาทอักเสบ คือ การรู้สาเหตุที่เเท้จริงพร้อมกับการรักษาอย่างทันท่วงที รู้อย่างนี้เเล้วก็อย่าปล่อยให้  อาการชา กลายเป็นเรื่องชินกันนะคะ ยิ่งรู้ไว ก็รักษาได้ค่ะ 

เรื่อง "อาการชา" อย่าปล่อยให้ชิน!

ขอบคุณข้อมูลจากเพจ :  เรื่องชาอย่าปล่อยให้ชิน