ติดต่อโฆษณา 
menu

สุขภาพแบ่งปัน

"แผลร้อนใน" อาการยอดฮิต ที่ต้องรู้ให้เท่าทัน!!

DREAM@ /

28 พ.ค. 63 16:03

951

"แผลร้อนใน" อาการยอดฮิต ที่ต้องรู้ให้เท่าทัน!!

เชื่อว่าหนึ่งในคุณผู้อ่านที่กำลังอ่านอยู่ตอนนี้คงเคยเป็นแผลร้อนในกันบ้างนะคะ เพราะช่วงเวลาที่ร้อนในมาเยือนคุณก็คงจะพอสัมผัสกับความเจ็บปวดได้ ซ้ำยังทานอะไรไรก็ลำบากเเต่คุณเคยสงสัยกันบ้างหรือเปล่าค่ะว่า  อาการร้อนใน  เกิดขึ้นได้อย่างไรทำไมจึงได้เกิดขึ้นตอนไหนก็ได้เเละเราจะสามารถป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดอาการร้อนในได้อย่างไร วันนี้เรามีคำตอบมาฝากกันค่ะ


แผลร้อนในหรือร้อนในคือแผลเปิดภายในช่องปากเกิดขึ้นจากการเเตกของเยื่อเมือกลักษณะของแผลร้อนในจะไม่มีขนาดใหญ่มากเเละมีความตื้นสีของแผลจะมีสีเหลืองหรือขาวมีมีขอบสีเเดงล้อมรอบนูนหรือบวมออกมาสามารถเกิดขึ้นได้บริเวณลิ้นแก้มหรือด้านในริมฝีปากโดยปกติเเล้วแผลร้อนในจะเกิดขึ้นเเละหายไปเองประมาณ1-2สัปดาห์เเละเเม้จะเป็นอาการที่ไม่ได้รุนเเรงอะไรเเต่ก็สร้างความรำคาญใจให้กับคนที่เป็นอยู่ไม่ใช่น้อย



ร้อนในเกิดขึ้นจากอะไรได้บ้าง
เเม้ข้อมูลทางการเเพทย์ยังไม่สามารถฟันธงถึงสาเหตุของการเกิดร้อนในได้อย่างเเท้จริงว่าเกิดขึ้นจากอะไร เเต่วันนี้เราขอสรุปปัจจัยเสี่ยงที่ส่งผลให้เกิดอาการร้อนในมาฝากกันคะ
 - ความเครียดความเหนื่อยล้าผลจากความเครียดก็สามารถทำให้เกิดอาการร้อนในได้ ไม่ว่าเรื่องอะไรในชีวิตคุณต่างกระตุ้นทำให้เกิดแผลร้อนในได้

- การนอนดึกหรือพักผ่อนไม่เพียงพอ เพราะพฤติกรรมการนอนดึกและนอนน้อยซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสาเหตุต้นๆของสิ่งที่มากระตุ้นทำให้เกิดแผลร้อนในได้



-เกิดจากการได้รับบาดเจ็บภายในช่องปาก ไม่ว่าจะเป็นที่เยื่อบุปากหรือลิ้นถูกกัดในขณะที่กำลังเคี้ยวอาหาร หรือถูกแปรงสีฟันกระแทกจนได้รับบาดเจ็บก็พบว่าล้วนเเต่ส่งผลให้เกิดอาการร้อนในขึ้นได้

-ผลข้างเคียงจากการใช้ยาบางชนิดส่งผลทำให้เกิดแผลร้อนในเช่นยาแอสไพรินเป็นต้น



-การทานอาหารรสจัดมากจนเกินไปเเทบไม่น่าเชื่อเลยใช่ไหมล่ะค่ะว่าข้อนี้เกี่ยวข้องกันได้อย่างไรเเต่การทานอาหารรสเผ็ดจัด หวานจัด เค็มจัด หรือเปรี้ยวจัด เพราะเหล่านี้เป็นการกระตุ้นให้เกิดแผลร้อนในได้เหมือนกัน


- การทานอาหารที่มีฤทธิ์ร้อน เช่น ของมัน ของทอด เหล้า เบียร์ เนื้อติดมัน ของหวาน เบเกอรี่ ไอศกรีม และผลไม้ที่มีรสชาติหวานมากจนเกินไป

- แพ้อาหารบางชนิดเช่น นมวัวช็อกโกแลต กาแฟ โค้ก แป้งข้าวสาลี หรือผลไม้จำพวกส้มเป็นต้น

- เกิดจากการขาดวิตามิน และเกลือแร่บางชนิด โดยเฉพาะธาตุเหล็ก สังกะสี กรดโฟลิก และวิตามินบี12 

- การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนโดยเฉพาะในผู้หญิงที่มีประจำเดือนก็เป็นสิ่งกระตุ้นทำให้เกิดแผลร้อนใน เนื่องจากโรคแผลร้อนในอาจสัมพันธ์กับการเปลี่ยนของฮอร์โมน ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นในช่วงใกล้ หรือช่วงมีประจำเดือนทำให้มีแผลร้อนในเกิดขึ้นได้บ่อยนั่นเอง


 
วิธีป้องกันการเกิดแผลร้อนใน
จริงๆเเล้ววิธีการที่ดีในช่วยป้องกันการร้อนในสามารถทำได้หลายวิธีเช่น 

- การดื่มน้ำให้มากๆหรือดื่มน้ำให้เพียงพอในเเต่ละวัน



-หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่ให้รสเผ็ดร้อน หรือลดการทานของทอดของมัน เพราะจะทำให้เกิดความร้อนสะสมขึ้นภายในร่างกายได้

-เน้นการทานผักผลไม้เพื่อให้ร่างกายได้รับวิตามินหรือเเร่ธาตุอย่างครบถ้วน เป็นการป้องกันการเกิดร้อนในได้เป็นอย่างดี 


- พยายามไม่ทำให้ตัวเองเครียด เพราะความเครียดเป็นสาเหตุลำดับต้นๆที่ทำให้เกิดแผลร้อนในดังนั้นให้ลดความเครียด
- หมั่นดูเเลทำความสะอาดช่องปากให้สะอาดเอาใจใส่กับการเเปรงฟันอย่างสม่ำเสมอ หรือควรเเปรงฟันให้ได้ทุกครั้ง หลังการรับประทานอาหารก็จะเป็นวิธีการที่ดีที่สุด


เเละจริงๆเเล้วผลไม้อีกหลากหลายชนิดที่ช่วยอาการร้อนในได้เป็นอย่างดี ได้แก่เหล่าผลไม้ที่ให้ฤทธิ์เย็นทั้งหลาย หลายคนอาจมองข้ามปัญหาเรื่องร้อนใน เพราะเพียงคิดว่าไม่นานก็หายเเต่ในบางรายก็อาจเกิดอาการข้างเคียงร่วมไปกับแผลร้อนในด้วย ดังนั้นหากเกิดอาการข้างเคียงอื่นๆร่วมด้วยอย่างการมีไข้สูงรู้สึกอ่อนเพลีย หรืออาเจียนก็ควรรีบไปพบเเพทย์ เเละสำหรับใครที่มักเกิดแผลร้อนในบ่อยๆก็อย่าลืมให้ความสำคัญกับการดูเเลให้ดีเพื่อไม่ให้เป็นเป็นบ่อยมากจนเกินไป เพราะมิเช่นนั้นอาจกลายเป็นสัญญาณของโรคเกี่ยวกับช่องปากได้เหมือนกัน

ติดตามเคล็ดลับเพื่อสุขภาพ...คลิก >  https://www.facebook.com/youhealth.info 
ติดตามช่อง youtube chanel...คลิก > https://www.youtube.com/c/youhealthyou-health