ติดต่อโฆษณา 
menu

สุขภาพแบ่งปัน

น้ำอุ่น หรือ น้ำเย็น ควรเลือกดื่มอะไร?

DREAM@ /

01 มิ.ย. 63 13:16

2,045

น้ำอุ่น หรือ น้ำเย็น ควรเลือกดื่มอะไร?

คุณชอบดื่มน้ำลักษณะไหนกันค่ะ "น้ำอุ่น" หรือ "น้ำเย็น" 
เชื่อว่างานนี้ต้องมีการเเบ่งทีมกันบ้างเเล้วล่ะค่ะ เพราะบางคนก็ชอบดื่มน้ำเย็นมาตลอด บางคนก็ดื่มอุ่นมาเสมอ เเต่เคยสงสัยกันหรือเปล่าค่ะว่า จริงๆเเล้วเราควรดื่มน้ำเเบบไหน? ระหว่างน้ำอุ่น กับ น้ำเย็น หลายต่อหลายข้อมูลมักให้ข้อมูลอย่างเป็นเสียงเดียวกันว่า การดื่มน้ำอุ่นนั้นดีต่อสุขภาพของเรามากกว่า ไหนจะการดื่มน้ำเย็นจะส่งผลเสียต่อสุขภาพมากกว่า ถ้าเป็นอย่างนี้เเล้วข้อมูลไหนถูกต้องมากกว่ากัน วันนี้เรามีข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้มาฝากกันค่ะ


อย่างที่กล่าวไปบ้างเเล้วข้างต้นว่าข้อมูลหลายต่อหลายข้อมูลมักจะระบุว่าการดื่มน้ำอุ่นนั้นดีกว่าการดื่มน้ำเย็นเพราะจะทำให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาวเป็นต้นว่าจะทำให้ไขมันในร่างกายจับตัวกันเป็นก้อนหรือการดื่มน้ำที่มีอุณหภูมิน้อยกว่าร่างกายซึ่งมีอุณหภูมิประมาณ37องศาเซลเซียสเป็นการทำให้ร่างกายต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อรักษาอุณหภูมิในร่างกายนั่นเองค่ะเเต่ข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับเรื่องนี้ก็คือ มีผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนศาสตร์ได้ออกมาให้ข้อมูลเปรียบเทียบไว้ว่าจริงๆเเล้วทั้งน้ำอุ่นเเละน้ำเย็นก็ล้วนเเต่มีประโยชน์เหมือนกันหากเเต่ขึ้นอยู่กับความต้องการเเละสถานการณ์ในการดื่มมันมากกว่างั้นเราลองตามไปดูประโยชน์จากการดื่มน้ำเย็นหรือน้ำอุ่นกันดีว่าค่ะ

น้ำอุ่น 
ช่วยดับกระหายเเละทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดี
น้ำอุ่น คือน้ำที่มีอุณหภูมิระหว่าง 40 - 68 องศาเซลเซียส 

ดื่มน้ำอุ่นเเล้วได้อะไรบ้าง?

- ช่วยเพิ่มความอบอุ่นให้ร่างกาย ทำให้ร่างกายผ่อนคลายขึ้น

- ช่วยกระตุ้นระบบการไหลเวียนเลือดของร่างกายได้

- ทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้อย่างเป็นปกติ เพราะจะช่วยลำเลียงอาหารทำให้ลำไส้เคลื่อนตัวอย่างสม่ำเสมอ ในทางการเเพทย์ตะวันออก เช่น อายุรเวทของอินเดียหรือเเพทย์เเผนจีนได้เเนะนำว่าการดื่มน้ำอุ่นวันละ 1 แก้วในตอนตื่นเช้าจะช่วยกระตุ้นประสิทธิภาพการทำงานของระบบทางเดินอาหารเเละช่วยป้องกันท้องผูกได้เป็นอย่างดี


ดื่มน้ำอุ่นช่วงไหนที่มีความเหมาะสม สำหรับน้ำอุ่นเหมาะที่จะดื่มอย่างมากในช่วงที่เราป่วย เกิดอาการเจ็บคอ หายใจไม่สะดวก เพราะน้ำอุ่นจะช่วยละลายเสมหะได้เป็นอย่างดี ช่วยลดการระคายเคืองของคอ ช่วยบรรเทาอาการไอ ทำให้หลอดเลือดต่างๆในร่างกายเกิดการขยายตัวทำให้เลือดไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆได้สะดวกมากขึ้น หรือสำหรับเมื่อเกิดอาการปวดเมื่อยตามตัว หรือปวดประจำเดือนเเละที่สำคัญก็คือ น้ำอุ่นช่วยดับกระหายน้ำได้ดีกว่า 
จึงเหมาะที่จะดื่มระหว่างวันเพื่อไม่ให้ร่างกายรู้สึกขาดน้ำ


เเต่บางช่วงเวลาที่ไม่เหมาะที่จะดื่มน้ำอุ่นก็คือ ภายหลังจากการออกกำลังกาย เนื่องจากร่างกายมีอุณหภูมิสูง น้ำอุ่นอาจจะไปเพิ่มอุณหภูมิในร่างกายจนเกิดอันตรายได้ เเละไม่ควรร้อนจนเกินไปด้วยหลังจากน้ำเดือดเเล้วค่อยปล่อยให้เย็นสักครู่เเล้วค่อยนำมาดื่ม

น้ำเย็น 
ช่วยเพิ่มความสดชื่นให้ร่างกายช่วยเพิ่มการเผาผลาญได้เล็กน้อยซึ่งผู้คนจำนวนมากเลือกที่จะดื่มมากกว่า
น้ำเย็น คือน้ำในอุณหภูมิประมาณ 10 - 22 องศาเซลเซียสหรือน้ำเย็นจากตู้เเช่ธรรมดา ที่ไม่ต้องใส่น้ำเเข็งเข้าไปเพิ่ม หรือใส่ไปเพียงเเค่นิดหน่อยก็ให้ประโยชน์ได้เหมือนกัน


โดยเฉพาะการที่เราอยู่ในที่ที่มีอุณหภูมิสูงๆ หรือฤดูร้อนที่มีอากาศร้อนมากกว่าปกติ การดื่มน้ำเย็นจะช่วยป้องกันเราจากการเป็นลมเเดดได้ดีทีเดียว เพราะร่างกายสามารถดูดซึมน้ำเย็นไปใช้งานได้เร็วกว่าน้ำร้อนหรือน้ำอุ่น 

การดื่มน้ำเย็นจะเหมาะกับนักกีฬา คนที่ออกกำลังกายมาใหม่ๆ เพราะจะช่วยให้ร่างกายสามารถรักษาอุณหภูมิให้เย็นได้ง่ายมากขึ้น หรือในคนที่ป่วยเป็นต่อมทอนซิลอักเสบ เพราะความเย็นจะช่วยลดอาการเจ็บป่วยเเละอาการอักเสบได้เป็นอย่างดี


เเต่ในขณะเดียวกันการดื่มน้ำเย็นก็มีข้อควรระวัง โดยเฉพาะในคนที่เป็นหวัดหรือคัดจมูก เพราะมีการศึกษาพบว่าเมื่อดื่มน้ำเย็นในช่วงนี้จะทำให้สารคัดหลั่งบริเวณโพรงจมูกมีความเหนียวข้นมากขึ้นทำให้สารคัดหลั่งเหล่านั้นไปขัดขวางการทำงานของระบบทางเดินหายใจ ทำให้รู้สึกหายใจไม่สะดวกได้  หรือการดื่มน้ำเย็นจัดมากเกินไปอาจทำให้เกิด ภาวะ Brain Freeze  หรืออาการปวดหัวเฉียบพลัน ที่เป็นปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นอัตโนมัติเมื่อเราดื่มหรือรับประทานอะไรเย็นๆ เข้าไปอย่างรวดเร็วดังนั้นควรดื่มอย่างช้าๆ หรือไม่ดื่มน้ำเย็นในอุณหภูมิต่ำเกินไปเพื่อไม่ให้ร่างกายปรับตัวได้ทันนั่นเองค่ะ

เมื่อมาถึงตรงนี้หลายคนคงเกิดคำถามว่า ท้ายที่สุดเเล้วควรดื่มน้ำเย็นหรือน้ำอุ่นมากกว่ากันประกอบกับข้อมูลทั้งหมดนี้เราได้กล่าวมาเเล้วข้างต้นเเล้ว จะเห็นได้ว่าไม่ว่าจะดื่มน้ำอุ่นหรือน้ำเย็นก็มีประโยชน์ด้วยกันทั้งคู่ ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของตัวเองเรามากกว่าว่าควรจะเลือกดื่มน้ำเเบบไหนในสภาวะเช่นไร เเต่หัวใจสำคัญน่าจะอยู่ตรงที่ควรดื่มน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายมากกว่า อย่างน้อยวันละ 8 - 10 แก้ว เเละควรดื่มเรื่อยๆ ตลอดทั้งวันเพื่อไม่ให้รู้สึกกระหายน้ำ จะดีต่อสุขภาพของเรามากที่สุดนะคะ

ติดตามเคล็ดลับเพื่อสุขภาพ...คลิก >  https://www.facebook.com/youhealth.info 
ติดตามช่อง youtube chanel...คลิก >  https://www.youtube.com/c/youhealthyou-health