ติดต่อโฆษณา 
menu

สุขภาพแบ่งปัน

ไขสงสัย ทำไม? อาหารถึงไม่ย่อย!

DREAM@ /

29 มิ.ย. 63 15:40

578

ไขสงสัย ทำไม? อาหารถึงไม่ย่อย!

กินข้าวเสร็จทีไร  เเน่นท้อง  จุกเสียด  ท้องอืด ทุกทีไป ใครกำลังเจอสถานการณ์เหล่านี้อยู่ล่ะก็ชะล่าใจไม่ได้อีกต่อไปเเล้วล่ะค่ะ เพราะนี่อาจเป็นสัญญาณเตือนของภาวะอาหารไม่ย่อย (Dyspepsia)ได้ ใครที่เคยได้สัมผัสกับประสบการณ์นี้เเล้วก็อาจจะทราบดีว่ามันทรมานมากน้อยเเค่ไหน อีกทั้งอาการอาหารไม่ย่อยนั้นยังสามารถเป็นร่วมกับโรคอื่นได้อีก เช่น โรคลำไส้ใหญ่  หรือโรคลำไส้แปรปรวน เป็นต้น เเต่ถึงเเม้ว่าภาวะอาหารไม่ย่อยนี้สามารถรักษาให้หายได้ เเต่หากคุณสามารถรู้เท่ากันก็ย่อมป้องกันเเละเข้าใจวิธีการรับมือกับภาวะนี้ได้อย่างถูกต้อง วันนี้  you-health  นำเอาเรื่องราวเรื่องนี้มาเเบ่งปันกันค่ะ


แบบไหนคืออาการอาหารไม่ย่อย
อาหารไม่ย่อย (Dyspepsia) เป็นอาการปวดท้องช่วงบน ท้องอืด จุกเสียด เเน่นท้อง จุกลิ้นปี่ อึดอัด ไม่สบายตัว หรือมีอาการเเสบร้อนกลางอกหลังจากรับประทานอาหารทำให้คุณรู้สึกไม่สบายท้อง บริเวณยอดอกหรือใต้ลิ้นปี่ สามารถเกิดขึ้นได้ในชีวิตประจำวันของเรา ทั้งช่วงระหว่างที่กำลังกินอาหารหรือภายหลังจากการกินอาหารเสร็จเรียบร้อยเเล้ว ซึ่งอาการก็อาจจะดีขึ้นเเละหายไปเองเมื่อเวลาผ่านไป หรืออาจเป็นสัญญาณของโรคเเละการเจ็บป่วยในระบบย่อยอาหาร ซึ่งสามารถรักษาให้หายได้ด้วยยาหรือการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมบางอย่างในการใช้ชีวิต หรือการรักษาอาจขึ้นอยู่กับสาเหตุที่เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้อาหารไม่ย่อยด้วยเช่นเดียวกัน


สาเหตุที่ทำให้อาหารไม่ย่อย
มาไล่ดูกันที่ตัวการสำคัญที่ทำให้อาหารไม่ย่อยบ้างดีกว่าค่ะ ซึ่งต้นเหตุของภาวะนี้บางครั้งก็ยังไม่ทราบสาเหตุ เเต่โดยส่วนใหญ่เเล้วก็มักเกิดขึ้นมาจาก

พฤติกรรมการกิน เช่น กินอาหารเร็วเกินไป กินมากจนเกินไป  เน้นกินเเต่อาหารที่มันๆ  เผ็ดๆ หรืออาหารที่ไม่มีกากใยทำให้ย่อยได้ยาก การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ น้ำอัดลม ชา หรือกาแฟเป็นต้น

พฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น  ความเครียด ความวิตกกังวล การสูบบุหรี่  เป็นต้น

คุณเเม่ที่อยู่ในภาวะตั้งครรภ์ นั่นก็เพราะฮอร์โมนเกิดความเปลี่ยนแปลง ทำให้มดลูกขยายขนาดเพิ่มเเรงกดในช่องท้อง

ผู้ที่มีน้ำหนักเกินหรือมีโรคอ้วน นั่นก็เพราะเเรงดันในช่องท้องจะเพิ่มขึ้น


การใช้ยาบางชนิดที่มีผลข้างเคียงกับระบบย่อยอาหาร เช่น ยาสเตียรอยด์ หรือยาปฏิชีวนะ

ปัญหาสุขภาพ เช่น  แผลในกระเพาะอาหารหรือลำไส้เล็ก อาการกรดไหลย้อน นิ่วในถุงน้ำดี อาการเเพ้กลูเตน ฯลฯ หรือปัญหาอื่นๆ เช่น ฮอร์โมน หรือกรรมพันธุ์ ฯลฯ


เมื่ออาหารไม่ย่อยผู้ที่มีภาวะอาหารไม่ย่อยจะมีอาการที่บ่งบอกภาวะอาหารไม่ย่อยอาจมีเพียงอย่างเดียวหรือหลายอย่างร่วมกัน ได้แก่

จุกเสียด เเน่นท้อง

ปวดท้องส่วนบน บริเวณยอดอกหรือใต้ลิ้นปี่

ท้องอืด ท้องเฟ้อ มีลมในท้อง


อิ่มเร็วเมื่อกินอาหารไปได้ไม่นาน 

เกิดความรู้สึกเเสบร้อนกลางทรวงอกบริเวณระหว่างกระดูกหน้าอกกับสะดือ

คลื่นไส้ เรอ อาเจียน เป็นต้น 

โดยส่วนใหญ่เเล้วอาการเหล่านี้จะดีขึ้นเเละหายไปเมื่อเวลาผ่านไป เเต่ในบางครั้งอาการเหล่านี้ก็เกิดขึ้นบ่อยจนรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน หรืออาจเป็นสัญญาณของปัญหาสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับระบบย่อยอาหารได้เช่นเดียวกัน ดังนั้นผู้ป่วยควรสังเกตอาการที่เกิดขึ้น หรือไปพบเเพทย์หากมีอาการอาหารไม่ย่อยเกิดขึ้นบ่อยๆอย่างต่อเนื่องกว่า 2 สัปดาห์ โดยอาจมีอาการรุนเเรงมากขึ้น หรือมีอาการสำคัญอื่นๆ เกิดขึ้นร่วมด้วย เช่น น้ำหนักตัวลดลงหรือไม่อยากอาหาร อาเจียนบ่อยหรืออาเจียนมีเลือดปน ถ่ายอุจจาระเป็นสีดำหรืออุจจาระมีเลือดปน กลืนอาหารลำบากเเละมีอาการเเย่ลงเรื่อยๆ เหนื่อยล้า อ่อนเพลีย ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของภาวะโลหิตจางได้


อาหารไม่ย่อย :  ต้องดูเเลรักษาให้ถูกวิธี
สำหรับการดูเเลรักษาภาวะอาหารไม่ย่อยต้องรักษาที่ต้นเหตุตามลักษณะอาการที่เป็นสามารถทำได้ด้วยการกินยาลดกรด ตามคำเเนะนำของเภสัชกรอย่างละเอียดเพราะยาเเต่ละชนิดก็เหมาะกับอาการที่เเตกต่างกัน เเต่หากภาวะอาหารไม่ย่อยเกิดจากผลข้างเคียงจากยาบางชนิด ควรปรึกษาเเพทย์เพื่อลดเเละปรับการใช้ยานอกจากนี้เเล้วหากเกิดปัญหาสุขภาพอื่นๆ หรือมีอาการในลักษณะเรื้อรัง ควรพบเเพทย์เพื่อทำการรักษาทันที


วิธีการป้องกันอาการอาหารไม่ย่อย
อย่างที่เราได้บอกไปเเล้วข้างต้นว่า เเม้ว่าอาการอาหารไม่ย่อยนี้จะสามารถรักษาให้หายได้ เเต่หากเรารู้เท่าทันก็ย่อมสามารถป้องกันเเละรับมือภาวะนี้ได้อย่างถูกวิธี โดยเฉพาะสามารถปรับพฤติกรรมการกินเเละการใช้ชีวิต เพื่อเป็นการช่วยป้องกันการเกิดอาการอาหารไม่ย่อยได้ด้วยตนเองเช่น 

-หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง อาหารทอด อาหารที่มีรสเผ็ด หรือพวกอาหารสำเร็จรูป 

-รับประทานอาหารให้ตรงเวลาทุกมื้อ งดอาหารมื้อใหญ่ช่วงดึก ควรกินมื้อเย็นก่อนเข้านอนอย่างน้อย 3 ชั่วโมง

-เคี้ยวอาหารให้ละเอียด อย่ารีบกิน อย่ากินปริมาณมากเกินไปหรืออาจจะเเบ่งปริมาณอาหารออกเป็นมื้อหลักๆ หลายมื้อเเทนการรับประทานอาหารปริมาณมากในคราวเดียว

-งดสูบบุหรี่ น้ำอัดลม ชา กาแฟ เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ เครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของโซดา

-ลดน้ำหนัก เลี่ยงภาวะอ้วนลงพุง ออกกำลังกายเป็นประจำ

-พยายามทำตัวให้ไม่เครียด รู้จักหาวิธีผ่อนคลายความเครียด เช่น ท่องเที่ยว ดูหนังฟังเพลง ทำสมาธิ เป็นต้น

-ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเพื่อเป็นการกระตุ้นระบบต่างๆ ภายในร่างกาย รวมทั้งเป็นการกระตุ้นอวัยวะในระบบย่อยอาหารให้มีสุขภาพดีเเละสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นนั่นเอง


อาการอาหารไม่ย่อยอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ ซึ่งหากเกิดขึ้นเเล้วก็อาจส่งผลกระทบกับการดำเนินชีวิตประจำวันของคุณได้ ดังนั้นเเล้ววิธีการป้องกันเเละรักษาที่ดีที่สุด ก็คือ การปรับพฤติกรรมต่างๆ เป็นการป้องกันการเกิดภาวะอาหารไม่ย่อย ซึ่งสามารถเริ่มต้นได้ง่ายๆ ที่ตัวของคุณเองตั้งเเต่ตอนนี้เลยล่ะค่ะ  เเต่หากอาการอาหารไม่ย่อยเกิดขึ้นกับคุณอย่างยาวนานเเล้วล่ะก็ควรรีบไปเเพทย์เพื่อทำการตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียดอีกครั้ง