ติดต่อโฆษณา 
menu

สุขภาพแบ่งปัน

"ลมพิษ" ผื่นเเดงบนผิวหนัง เรื่องที่ไม่ควรวางใจ!

DREAM@ /

25 ก.ค. 63 10:50

899

"ลมพิษ" ผื่นเเดงบนผิวหนัง เรื่องที่ไม่ควรวางใจ!

"ลมพิษ" เชื่อว่าหลายคนคงได้ยินชื่อนี้กันบ่อยๆ เเต่เอาเข้าจริงๆ เเล้วคุณรู้จักลมพิษดีเเล้วหรือยัง เพราะหากคุณกำลังเผชิญอยู่กับอาการนี้เเล้วล่ะก็ ไม่น่าไว้วางใจเป็นอันขาดค่ะ โรคเฉพาะใครที่อยู่ดีๆ ก็มีผื่นเเดงขึ้นมาทั้งตัวเเบบไม่รู้สาเหตุขึ้นเป็นผื่นเเดงอย่างเดียวมาไม่พอยังเเถมอาการคันยุบยิบๆไปทั่วตัวอีก เกาเเล้วเกาอีกก็ไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้น วันนี้ you-health  เลยขออาสาพาทุกคนไปทำความรู้จักกับโรคลมพิษ  อาการผื่นเเดงเต็มผิวหนังที่คุณไม่ควรมองข้าม เเละเมื่อเป็นขึ้นมาเเล้วเรามีวิธีการดูเเลตัวเองอย่างไรบ้าง พร้อมกันเเล้วก็ตามเราไปดูพร้อมกันเลยค่ะ


"ลมพิษ" คืออะไร? 
ลมพิษ  หรือชื่อในภาษาอังกฤษคือurticariaคือผื่นคันที่เกิดขึ้นบนผิวหนังมีปื้นนูนเเดงขึ้นมาที่ผิวหนัง ผื่นลมพิษจะเกิดขึ้นได้ทั่วทั้งร่างกาย เเขน ขา หรือบริเวณใบหน้าเเละสามารถพบได้ในทุกเพศทุกวัย  โดยมากที่สุดจะพบในช่วงอายุ 20 - 40 ปี โดยส่วนใหญ่เเล้วจะเป็นไม่เกิน 24 ชั่วโมง ผื่นเหล่านั้นก็ค่อยๆจางหายไป ในบางรายอาจมีอาการถึงขั้นปวดท้อง เเน่นจมูก หายใจติดขัด หรือในบางรายก็อาจมีอาการรุนเเรงมาก ถึงขั้นเสียชีวิตได้เลยก็มี  เเละนี่ล่ะค่ะก็คือความไม่น่าไว้วางใจของลมพิษที่เราอยากนำมาบอกเล่ากันในวันนี้

"ลมพิษ" เกิดจากอะไร?
สำหรับโรคลมพิษ นั้นเกิดได้จากหลายสาเหตุ เเต่ส่วนหนึ่งก็เกิดจากการที่ร่างหายมีปฏิกิริยาตอบสนองต่อสารก่อภูมิเเพ้ ร่างกายจะปล่อยสาร "ฮีสตามีน" (Histamine) เเละสารอื่นๆ เข้าสู่กระเเสเลือดเป็นจำนวนมาก ทำให้หลอดเลือดฝอยขยายตัว มีพลาสมาหรือน้ำเลือดซึมออกมาในผิวหนัง จนทำให้เกิดผื่นนูนเเดงที่ผิวหนังขึ้น หรืออาจเกิดได้จากสาเหตุเหล่านี้ได้เหมือนกันเช่น 

- การเเพ้อาหาร เช่น เเพ้อาหารทะเล หรือเเพ้สารกันบูด
- เเพ้ยา ซึ่งเป็นปฏิกิริยาการเเพ้ยาบางชนิดก็อาจทำให้เกิดผื่นลมพิษได้
- การติดเชื้อ การติดเชื้อไวรัส เเบคทีเรีย เชื้อราหรือมีพยาธิด้วยเหมือนกัน
- เเพ้สารที่สัมผัส เช่นเเพ้ยาง ขนสัตว์ พืช หรือสารเคมีบางชนิด
- โรคระบบต่อมไร้ท่อ เช่น โรคต่อมไทรอยด์
- เเพ้พิษเเมลง เช่น ปฏิกิริยาที่เกิดจากการโดนผึ้ง หรือต่อต่อย
- โรคมะเร็ง เช่น มะเร็งต่อมน้ำเหลือง หรือระบบอื่นๆ ของร่างกาย


สำหรับโรคลมพิษเเบ่งได้เป็น 2 ชนิดด้วยกัน ได้แก่

- ลมพิษชนิดเฉียบพลัน  
เป็นชนิดที่มีอาการต่อเนื่องไม่เกิน 6 สัปดาห์ สาเหตุที่จะทำให้เกิดขึ้นได้ ก็คือ จากการเเพ้อาหาร เเพ้ยา เเมลงสัตว์มากัดต่อย การติดเชื้อบางชนิดหรือในบางรายอาจมีอาการเเสดงที่อวัยวะอื่นๆ เช่น เเน่นหน้าอก เเน่นจมูก ปวดท้อง ความดันต่ำ ปากเเละตาบวม ผื่นอาจจะเกิดขึ้นต่อเนื่องไปจนเป็นลมพิษเรื้อรังได้เหมือนกัน

- ผื่นลมพิษชนิดเรื้อรัง
สำหรับลมพิษชนิดเรื้อรัง โดยส่วนใหญ่มักเเสดงอาการเเบบเป็นๆ หายๆ อย่างน้อย 2 วันต่อสัปดาห์ เเละต่อเนื่องนานเกิน 6 สัปดาห์ ซึ่งอาจจะมีสาเหตุเเตกต่างจากลมพิษชนิดเฉียบพลัน โดยกลุ่มนี้คนส่วนหนึ่งก็ไม่สามารถหาสาเหตุได้  เพราะอาจจะเกิดขึ้นจากความแปรปรวนภายในร่างกาย เเต่สิ่งที่สามารถกระตุ้นให้เกิดอาการลมพิษเรื้อรังได้มากขึ้นได้แก่ยาแอสไพริน ยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ ยาปฏิชีวนะ ประจำเดือน การพักผ่อนไม่เต็มที่ เป็นต้น

อาการของ "โรคลมพิษ"
มาดูอาการของลมพิษที่เมื่อมันเกิดขึ้นเเล้ว ลักษณะอาการเหล่านี้ล่ะค่ะจะเป็นตัวบ่งชี้สำคัญว่ามันคือลมพิษหรือไม่?

-มีผื่นลมพิษเกิดขึ้นทั่วทั้งร่างกาย ผื่นลมพิษ จะมีลักษณะวงเเดง เเละมีขนาดเเละรูปร่างที่เเตกต่างกัน เช่น วงกลม วงรี วงหยัก เเต่ไม่ปรากฏว่าจะมีขุย เนื้อภายในจะนูนเเละซีดกว่าขอบเล็กน้อย เเละอาจเกิดขึ้นได้ที่ใบหน้า ลำตัว เเขนขา หรือส่วนอื่นๆ ของร่างกายก็ได้เหมือนกัน
-เกิดอาการคัน หรือเเสบร้อนบริเวณที่เกิดลมพิษ เเละเมื่อเราเผลอไปเกาเข้าตรงไหนเเล้ว่ะก็จะปรากฏผื่นเเดงขึ้นมา
-มีไข้ สำหรับอาการลมพิษอาจทำให้บางรายอาจมีไข้ขึ้นเล็กน้อย หรือรู้สึกร่างกายร้อนขึ้น
-ผื่นลมพิษ นูนเเดงมักจะคงอยู่ไม่นานนัก ไม่เกิน 24 ชั่วโมง โดยปกติเเล้วประมาณ 3 - 4 ชั่วโมงผื่นเหล่านั้นก็จะยุบหายไปโดยไม่มีร่องรอย เเต่ก็อาจจะเกิดขึ้นได้อีก


ป้องกันลมพิษได้อย่างไรบ้าง?
เเน่นอนค่ะว่าเราอาจป้องกันไม่ให้ลมพิษเกิดขึ้นกับเราได้ 100% เเต่ก็ยังพอมีวิธีการป้องกันด้วยเหมือนกันนะคะ  ซึ่งวิธีการในการป้องกันที่ดีที่สุดก็คือ การสาเหตุที่ทำให้เราเกิดลมพิษ เพื่อเป็นการตัดปัญหา ลดความเสี่ยงที่จะเกิดอาการ โดยจะต้องเริ่มสังเกตตัวเองก่อนเลยว่า  ตัวเองมีอาการเกิดขึ้นเมื่อร่างกายไปสัมผัสกับสิ่งใด เเล้วก็ให้พยายามหลีกเลี่ยงสิ่งนั้น เเละที่สำคัญคือการหมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้สุขภาพร่างกายของเรานั้นเเข็งเเรง มีภูมิคุ้มกันที่ดีทำให้ร่างกายเเข็งเเรงขึ้นไม่เจ็บป่วยได้ง่ายจนเกินไปนั่นเองค่ะ 

วิธีการดูเเลตัวเองเมื่อเกิดอาการลมพิษ....
- พยายามหลีกเลี่ยงการเกา เพราะอาจจะทำให้เกิดแผลเเละเกิดการติดเชื้อขึ้นมาได้
- ใช้ยาบรรเทาเมื่อเกิดอาการคัน เช่น คาลาไมน์โลชั่น เพื่อช่วยบรรเทาอาการคันของลมพิษนั่นเองค่ะ
- พยายามไม่อาบน้ำอุ่น  หรือน้ำร้อน เพราะจะยิ่งทำให้ผิวเเห้งเเละเกิดอาการคันมากขึ้น
- หมั่นทำความสะอาดผิวเสมอ ให้ทำความสะอาดบริเวณที่มีผื่นด้วยน้ำสะอาด หรือน้ำเกลือ เเล้วเช็ดให้เเห้ง
- งดใช้สบู่ หรือโลชั่น รวมไปถึงเครื่องสำอางที่มีสารเคมีรุนเเรง หรือมีน้ำหอม
- ใช้ยาต้านฮีสตามีน หรือยาแก้เเพ้ชนิดที่ไม่ทำให้ง่วง เพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงผลข้างเคียง
- รับประทานเเต่อาหารที่มีประโยชน์ เเละดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ
- หลีกเลี่ยงหรืออกจากพื้นที่ที่มีความเสี่ยงหรือสิ่งเร้าที่กระตุ้นให้เกิดอาการลมพิษ
-ไม่เครียด หรืออยู่ในความวิตกกังวลมากเกินไป 
- ที่สำคัญมากอีกเรื่องก็คือ ควรพักผ่อนให้เพียงพอ เพราะหากคุณพักผ่อนน้อย จะทำให้ภูมิต้านทานต่ำลง เเละให้ผื่นลมพิษนั้นหายได้ช้าลงนั่นเองค่ะ 


เเละเมื่อไหร่ที่ควรไปพบเเพทย์...
โดยปกติเเล้วอาการของโรคลมพิษเมื่อเป็นเเล้วสามารถรักษาให้หายได้ด้วยวิธีการต่างๆ เอง เเต่หลายคนก็คงเกิดคำถามในใจใช่ไหมล่ะค่ะว่า เเล้วอาการของลมพิษเเบบไหนที่ไม่ควรปล่อยไว้เเต่ควรไปพบเเพทย์ เพราะเเสดงถึงความรุนเเรงของอาการ คุณควรไปพบเเพทย์เมื่ออาการของโรคลมพิษไม่หายไปภายใน 24 ชั่วโมง  เเละเมื่อคุณรู้สึกได้ว่าพยายามดูเเลตัวเองด้วยวิธีการต่างๆ เเล้วเเต่ไม่มีทีท่าว่าอาการจะหายไปเลย เเละเป็นหนักมากขึ้นกว่าเดิม รวมไปถึงเกิดอาการปวดตามข้ออ่อนเพลียเเละมีไข้โดยไม่ทราบสาเหตุ  หรือเกิดอาการลมพิษเฉียบพลันรุนเเรง เช่น เเน่นหน้าอกหายใจไม่สะดวก ปวดท้อง มีอาการหน้าบวม ปากบวม ควรรีบไปพบเเพทย์โดยด่วน 

นอกจากวิธีการดูเเลตัวเองเมื่อเป็นโรคลมพิษตามที่ได้กล่าวไปเเล้วข้างต้นเเล้ว  หากคุณต้องเลือกซื้อยามาทาหรือรับประทานก็เเล้วเเต่ ควรอยู่ภายใต้คำเเนะนำของเเพทย์หรือเภสัชกรเสมอ เพราะยาเเต่ละชนิดก็ล้วนเเต่มีวิธีการใช้เเละมีส่วนประกอบที่เเตกต่างกัน เเละอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงตามมาได้ เเม้อาการเบื้องต้นของโรคลมพิษไม่ได้ร้ายเเรงอะไรมากนัก เเต่เเน่นอนว่าย่อมสร้างความรำคาญใจเเละรู้สึกไม่สบายเนื้อสบายตัวได้ คำเเนะนำที่ดีที่สุดก็คือ ไม่เข้าไปอยู่ในพื้นที่หรือสิ่งที่เราทราบดีว่ามันจะทำให้เกิดลมพิษก็จะช่วยลดความเสี่ยงให้คุณได้ระดับนึง เเต่หากอาการลมพิษรุนเเรงมากขึ้นก็ควรรีบไปพบเเพทย์เพื่อทำการรักษาอย่างทันท่วงทีจะเป็นการดีที่สุดนะคะ
 
ขอบคุณข้อมูล :  www.honestdocs.co/ , www.gedgoodlife.com