ติดต่อโฆษณา 
menu

สุขภาพแบ่งปัน

ไวรัสตับอักเสบ วายร้ายทำลาย "ตับ"

DREAM@ /

27 ก.ค. 63 11:30

413

ไวรัสตับอักเสบ วายร้ายทำลาย "ตับ"

ไวรัสตับอักเสบ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งกลุ่มโรคที่เราต้องหันมาให้ความสำคัญกันอย่างจริงจังอีกโรคหนึ่งเลยค่ะ  ไวรัสตับอักเสบ เป็นอีกโรคที่สาธารณะสุขทั่วโลกให้ความสนใจเป็นอย่างมาก  โรคไวรัสตับอักเสบเป็นการติดเชื้อบริเวณที่ตับที่สามารถติดต่อกันได้ง่าย โดยเฉพาะในประเทศไทยของเราเเล้วปัญหาสำคัญก็คือไวรัสตับอักเสบบีเเละซี  ในเเต่ละวันที่เราต้องเดินทาง พบปะ หรือเจอกับคนอีกจำนวนมากมายโดยไม่อาจรู้ได้เลยว่าใครเป็นพาหะหรือเป็นโรคไวรัสตับอักเสบกันอยู่บ้าง หลายคนเองก็ไม่อาจคาดไม่ถึงเลยว่าอันตรายของการเป็นไวรัสตับอักเสบอาจทำให้เกิดอันตรายถึงแก่ชีวิตได้เลย  เเม้เเต่ผู้ที่ได้รับเชื้อไวรัสตับอักเสบเข้าไปเเล้วก็ไม่รู้ตัวว่าตัวเองกำลังติดเชื้ออยู่  จนเมื่อเกิดอาการเจ็บป่วยเเละกลายเป็นอาการเรื้อรังในที่สุด  วันนี้เราขอพาทุกคนไปทำความรู้จักกับโรคไวรัสตับอักเสบกันให้มากขึ้น เพื่อพร้อมที่จะรับมือเเละดูเเลสุขภาพของตัวเองให้ถูกต้องต่อไปค่ะ


เกริ่นไว้ตั้งเเต่ตอนต้นอาจทำให้หลายคนเกิดความกังวลหรือสังสัยขึ้นมาว่าโรคไวรัสตับอักเสบคือโรคอะไร?

สำหรับโรคไวรัสตับอักเสบ (Hepatitis) คืออาการที่ตับมีการอักเสบ ตับซึ่งเป็นอวัยวะที่สำคัญมากในการช่วยสังเคราะห์สารอาหาร กำจัดสารพิษ เเละช่วยขับสารพิษออกจากร่างกาย โรคไวรัสตับอักเสบส่วนใหญ่เกิดขึ้นจากการติดเชื้อไวรัส ไวรัสตับอักเสบที่พบมาก ก็คือ ไวรัสตับอักเสบเอ บี ซี ดี เเละอี เเต่ที่มีอันตรายเเละเรามักได้ยินกันอยู่บ่อยๆ ก็คือ  ไวรัสตับอักเสบบี เมื่อเราได้รับเชื้อเข้าไปเเล้ว เชื้อก็จะเข้าไปเจริญเติบโตเเละพัฒนาขึ้นเป็นไวรัสที่สมบูรณ์อย่างเต็มที่ภายในตับ เเละยังเเพร่กระจายออกไปสู่กระเเสเลือดได้อีกด้วย

ผู้ที่ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ บางรายมีอาการของตับอักเสบเฉียบพลัน มีลักษณะคล้ายไข้หวัด เเละอาจมีตัวเหลืองตาเหลือง หรือดีซ่านตามมาเเละผู้ป่วยกลุ่มนี้จำนวนหนึ่งมีการติดเชื้อไวรัสอักเสบอย่างเรื้อรัง อาจมีอาการอ่อนเพลีย ทำให้ผู้ติดเชื้อไวรัสส่วนใหญ่ไม่ได้มาพบเเพทย์ จะรู้ว่ามีการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบก็ต่อเมื่อได้ทำการเจาะเลือดตรวจดู หรือในบางรายอาจเกิดการเปลี่ยนเเปลงภายในตับจนเกิดภาวะตับเเข็งเเละตับวายในเวลาต่อมาได้ นี่จึงไม่ใช่เรื่องที่คุณจะมองข้ามอีกต่อไปเเล้วล่ะค่ะ 


สงสัยไหมไวรัสตับอักเสบมาจากไหน? 
เชื้อไวรัสตับอักเสบ
 โดยเฉพาะไวรัสตับอักเสบบีเเละซี ซึ่งสามารถติดต่อได้จากการสัมผัส โดยเฉพาะอย่างยิ่งการมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ได้มีการป้องกัน ได้รับสารคัดหลั่งหรือเลือดจากผู้ที่เป็นพาหะ หรือการใช้ของร่วมกันกับผู้ที่เป็นพาหะ เช่น การใช้ผ้า แปรงสีฟัน มีดโกนขน  กรรไกรตัดเล็บเข็มฉีดยา เป็นต้น  หรือสามารถติดต่อไปสู่ผู้อื่นผ่านบาดเเผลที่บริเวณผิวหนังหรือเยื่อบุส่วนต่างๆ 

เเต่การกอด สัมผัส หรือการรับประทานร่วมกับผู้ที่ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบชนิดนี้ ไม่ได้เป็นทางติดต่อของเชื้อไวรัส ดังนั้นผู้ป่วยสามารถใช้ชีวิตร่วมกับบุคคลในครอบครัวหรือเพื่อนได้ตามปกติ  ดังนั้นวิธีการที่ดีที่สุดในการหลีกเลี่ยงไม่ให้ตัวเองติดเชื้อก็คือ  การหลีกเลี่ยงการใช้ของร่วมกันกับผู้อื่นนั่นเองค่ะ

เช็กได้อย่างไร? ว่าเราติดเชื้อไวรัสตับอักเสบหรือไม่?
ร้อยทั้งร้อยก็น่าจะสงสัยใช่ไหมล่ะค่ะว่า จะรู้ได้ยังไงว่าตอนนี้เรากำลังโดนเจ้าเชื้อไวรัสตับอักเสบเล่นงานเข้าให้เเล้ว อย่างที่เราได้บอกไว้ข้างต้นเลยค่ะว่า ผู้ที่ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบอาจได้รับเชื้อมาโดยไม่รู้ตัวว่าตัวเองกำลังป่วยเป็นโรคไวรัสตับอักเสบอยู่ เพราะมีอาการเพียงเเค่เป็นไข้ เป็นหวัด ปวดเมื่อยตามตัวเหมือนอาการที่เป็นไข้โดยทั่วไปอาการเหล่านี้ก็ไม่ได้ทำให้เรารู้ได้ว่าเรากำลังติดเชื้อไวรัสตับอักเสบอยู่หรือไม่ เเต่เมื่อมันเเสดงอาการออกมามากขึ้น เช่น มีอาการตับอักเสบ ตัวเหลืองตาเหลือง ตับจะทำงานหนักกว่าปกติเพื่อเป็นการต่อต้านกับเชื้อไวรัส อาการเหล่านี้ล่ะค่ะที่จะเป็นตัวบ่งบอกว่าเรากำลังติดเชื้อไวรัสตับอักเสบเข้าเเล้ว  เเต่อาการจะดีขึ้นภายใน 2 - 3 สัปดาห์หลังจากที่ร่างกายสามารถสร้างภูมิต้านทานเชื้อไวรัสตับอักเสบ เป็นเเล้วหายภายใน 6 เดือน เเต่สำหรับผู้ที่ป่วยมากกว่า 6 เดือนขึ้นไป นั่นหมายความว่า คุณอาจกำลังเป็นไวรัสตับอักเสบเรื้อรังอยู่ เนื่องจากร่างกายไม่สามารถสร้างภูมิต้านทานไวรัสนี้ได้  ดังนั้นวิธีการที่ดีที่สุดที่เราจะรู้ได้ว่าเรากำลังป่วยด้วยโรคไวรัสตับอักเสบอยู่หรือไม่ ก็คือ การตรวจเลือด เพื่อตรวจเชื้อไวรัสในกระเเสเลือดนั่นเองค่ะ 

ผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบต้องดูเเลตัวเองอย่างไร?
ข้อควรปฏิบัติที่ผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีหรือซี  ควรต้องทำนอกเหนือจากการตรวจเลือดติดตามการทำงานของตับอย่างสม่ำเสมอ  เเล้วนอกเหนือกจากนี้ผู้ที่ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบทุกคนต้องปฏิบัติก็คือ  

ออกกำลังกายเเละพักผ่อนอย่างเหมาะสมเพื่อเป็นการทำให้สุขภาพโดยทั่วไปเเข็งเเรงดี

หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารเสริมหรือสมุนไพรต่างๆเพื่อหวังผลบำรุงหรือล้างพิษตับเนื่องจากผู้ป่วยโรคตับมีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะตับอักเสบกำเริบในขณะที่ใช้สารดังกล่าวอีกทั้งข้อมูลทางการเเพทย์ก็ยังไม่มีการยืนยันว่าหากรับประทานเข้าไปเเล้วจะมีประโยชน์ต่อตับมากน้อยเพียงใด

งดดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิดเพื่อไม่ให้พิษของมันเข้าไปทำลายตับ


***เเต่สำหรับผู้ที่ไม่เคยติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีมาก่อน ควรได้รับการฉีดวัคซีนเพื่อเป็นการป้องกันไวรัสตับอักเสบบีทั้งหมด 3 ครั้ง ซึ่งสามารถกระตุ้นให้ผู้ป่วยมากกว่าร้อยละ 95 สร้างภูมิต้านทานต่อการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีได้ เเละอยู่ได้เป็นเวลานานหลายสิบปี หรือในผู้ที่ไม่เคยติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซีมาก่อน  วิธีการป้องกันที่ดีที่สุด คือการงดใช้ของมีคมหรือเข็มฉีดยาร่วมกับผู้ป่วยติดเชื้อ เนื่องจากในปัจจุบันยังไม่มีการฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อดังกล่าวนั่นเองค่ะ


เเนวทางปฏิบัติที่เราอยากเเนะนำหากคุณกำลังสงสัยหรือไม่เเน่ใจว่าตัวเองกำลังอยู่ในภาวะเสี่ยงที่จะเป็นโรคไวรัสตับอักเสบหรือไม่  ก่อนส่งท้ายบทความนี้ก็คือการไปพบเเพทย์ ขอคำปรึกษา หาทางแก้ไข เเละตรวววินิจฉัยตามการพิจารณาของเเพทย์จะดีที่สุด อย่างน้อยๆ ก็รับมือไว้ก่อน หากเป็นก็จะได้รักษาได้ตั้งเเต่เนิ่นๆไม่ปล่อยเอาไว้ให้มันทำลายตับหรืออวัยวะส่วนอื่นๆ ของร่างกายได้อีกต่อไป เเละที่สำคัญที่สุดก็คือ การดูเเลสุขภาพตัวเองให้เเข็งเเรงอยู่เสมอ คุณต้องทำได้อย่างเเน่นอนค่ะ