ติดต่อโฆษณา 
menu

สุขภาพแบ่งปัน

ชวนไปรู้จัก "วิตามิน K" กับความสำคัญต่อร่างกาย

DREAM@ /

25 ก.ย. 63 13:08

503

ชวนไปรู้จัก "วิตามิน K" กับความสำคัญต่อร่างกาย

ถ้าพูดถึง วิตามิน เชื่อว่าหลายคนก็คงคุ้นหูกันเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็น วิตามินเอ วิตามินบี วิตามินซี วิตามินดี เหล่านี้เป็นต้น เเต่น้อยคนนักที่จะนึกถึงวิตามินเคเป็นชื่อเเรก ทั้งที่วิตามินเคเองก็เป็นวิตามินในกลุ่มที่มีความสำคัญเเละมีประโยชน์ต่อร่างกายของเราเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะหากคุณเกิดปัญหาเเคลเซียมไปเกาะผิดที่ผิดทางในร่างกายเมื่อเข้าสู่วัยสูงอายุ วิตามินเคก็จะช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้ได้เป็นอย่างดี วันนี้เราจึงขอชวนทุกคนไปทำความรู้จักกับวิตามินเค กันพร้อมกัน รวมถึงลองตามเราไปดูพร้อมกันว่าหน้าที่เเละความสำคัญของวิตามินเคในร่างกายนั้นเป็นอย่างไร ลองไปดูพร้อมกันเลยค่ะ 


ทำความรู้จัก "วิตามินเค" กันดีกว่า!
วิตามินเค (Vitamin K)  หรือ Menadione (เมนาไดโอน) ข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับวิตามินเค คือ ปัญหาทางการเเพทย์ถือเป็นหนึ่งในปัญหาใหญ่อีกหนึ่งเรื่องคือ เมื่อเราอายุมากขึ้นก็จะมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องเเคลเซียมที่ไปเกาะอยู่บริเวณเส้นเลือด ทำให้เส้นเลือดเเข็งตัวไปเกาะที่ลิ้นหัวใจ นำไปสู่ปัญหาเรื่องลิ้นหัวใจเเข็ง ขยับไม่ได้ หรือไปเกาะที่เนื้อเยื่อข้อต่อที่ทำให้เกิดการอักเสบ ปวดข้อ ข้อเสื่อม เเต่เเคลเซียมกลัยไปม่อยู่ที่กระดูก นั่นก็คือ เเคลเซียมอยู่ผิดที่ผิดทางทำให้คุณอาจกลายเป็นโรคกระดูกพรุน ซึ่งเหล่านี้มักจะเกิดขึ้นได้บ่อยในวัยที่เข้าสู่ช่วงผู้สูงอายุนั่นเอง...

วิตามินเคเองก็มีบทบาทสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการปลายทางของเเคลเซียม มีส่วนช่วยในการสังเคราะห์โปรตีนในร่างกายทำหน้าที่ในการควบคุมการเเข็งตัวของหลอดเลือด ควบคุมระดับเกลือเเร่ที่อยู่ในหลอดเลือดเเละดูกอ่อน เเละหากร่างกายได้รับวิตามินเคอย่างเพียงพอเเล้วล่ะก็ ร่างกายก็จะสามารถนำเเคลเซียมไปวางไว้ในที่ที่ทันควรอยู่ โดยเฉพาะจุดสำคัญอย่าง กระดูก เเต่หากร่างกายของเราชาดวิตามินเคเเล้วล่ะก็ ร่างกายก็อาจจะนำเอาเเคลเซียมไปวางไว้ผิดที่ผิดทางซะอย่างนั้น ทั้งที่เส้นเลือด หัวใจ กระดูกอ่อน หรือเเม้เเต่ในเซลล์ของร่างกาย เเละนั่นก็ยังเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคต่างๆ ได้เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ ลิ้นหัวใจรั่ว เป็นต้น 

นอกจากนี้เเล้วลองตามเราไปดูประโยชน์ของวิตามินเอกันบ้างดีกว่าค่ะ
- วิตามินเคมีส่วนช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุน  ช่วยเสริมสร้างร่างกายให้เเข็งเเรง 
เพราะกระดูกเต็มไปด้วยเเคลเซียมจำนวนมาก เเละยังจำเป็นที่จะต้องใช้เลือกในการไปหล่อเลี้ยงส่วนต่างๆ ของกระดูก เเละหากร่างกายได้รับวิตามินเคในปริมาณที่เหมาะสม ก็จะช่วยให้กระดูกมีความเเข็งเเรง ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคกระดูกพรุนได้

-วิตามินเคช่วยป้องกันภาวะเลือดไหลไม่หยุด
โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคนที่มีบาดแผลหรือคนที่ต้องผ่าตัด ซึ่งมีความจำเป็นที่จะได้รับวิตามินเคมากกว่าคนอื่น เนื่องจากวิตามินเคข่วยป้องกันภาวะเลือดไหลมาก หรือไหลไม่หยุด

- วิตามินเคช่วยบรรเทาอาหารประจำเดือนมามากกว่าปกติ
สำหรับผู้หญิงทั้งหลายเมื่อเวลาที่มีประจำเดือน ก็จะเป็นที่จะต้องสังเกตว่าตัวเองมีเลือดมามากกว่าปกติหรือไม่ เพราะหากมีเลือดมาเยอะเกินกว่าปกติ ก็อาจจะเป็นสัญญาณที่ทำให้คุณรู้ว่าร่างกายขาดวิตามินเค ดังนั้นก็ต้องหาวิตามินเคมาช่วยในส่วนนี้เเล้วล่ะค่ะ

-วิตามินช่วยสร้างลิ่มเลือดหรือทำให้เลือดเเข็งตัว 
เพราะเมื่อเวลาที่เรามีบาดเเผล ซึ่งมันอาจจะเกิดจากมีดบาด หรือบาดแผลอื่นๆ เจ้าวิตามินเคก็จะช่วยทำให้แผลปิดง่ายมากขึ้น ปิดได้มิดชิดมากขึ้น เเละทำให้คุณไม่ต้องเสียเลือดมากหรือเสี่ยงต่อภาวะขาดเลือดนั่นเอง

หากร่างกายขาดวิตามินเคจะเกิดอะไรขึ้น?
เมื่อมาถึงตรงนี้หลายคนก็อาจจะเริ่มสงสัยว่าหากร่างกายของเราขาดวิตามินเคไปเเล้วจะเกิดอะไรกับร่างกายของเราบ้าง เรามาหาคำตอบของเรื่องนี้ไปพร้อมกันค่ะ 
 หากร่างกายของเราขาดวิตามินเคไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ซึ่งมีการโอกาสที่จะขาดวิตามินเคได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเด็กเเรกเกิดช่วง 1 สัปดาห์อาการที่จะปรากฏให้เห็น ได้แก่ การมีเลือดออกตาทั้งภายในเเละภายนอก ส่วนในเด็กก็อาจจะมีเลือดออกตามช่องกะโหลกศีรษะ ผิวหนัง หรือเเม้เเต่ภายในลำไส้ด้วย

ในขณะที่หากคุณได้รับวิตามินเคมากเกินไปเเล้วก็อาจทำให้เกิดอันตรายกับร่างกายของเราได้เหมือนกัน เพราะอาการของคุณที่ได้รับวิตามินเคมากเกินไป อย่างเช่น อาการตัวเหลือง ภาวะโลหิตจาง ร่างกายมีการกำจัดของเสียหรือกระตุ้นสารอนุมูลอิสระออกมาในปริมาณที่ต่ำ ดังนั้นคุณจึงควรหมั่นสังเกตตัวเองอยู่เสมอจะดีที่สุดค่ะ 

คำถามต่อมาคือ ร่างกายควรรับปริมาณของวิตามินเคเท่าไหร่จึงจะถือว่าเหมาะสมต่อร่างกาย ในผู้ใหญ่ทั่วไปควรได้รับปริมาณวิตามินเคอยู่ที่ 200 - 400 มิลลิกรัมต่อวัน เเต่หากเป็นเด็กทารกควรที่จะได้รับวิตามินเคในปริมาณ 200 มิลลิกรัมต่อวัน หรือคนที่มีอาการเลือดไหลไม่หยุด เลือดเเข็งตัวยาก หรือผู้หญิงที่มีประจำเดือนมามากกว่าปกติก็สามารถรับประทานวิตามินเคในรูปแบบจองเเคปซูลเพื่อเป็นการเพิ่มปริมาณวิตามินเคให้กับร่างกายได้เช่นเดียวกันนะคะ 

เเหล่งอาหารที่สามารถพบวิตามินเคตามธรรมชาติได้
วิตามินเค 1 สังเคราะห์ในพืชมักจะพบมากในผักใบเขียว เช่น ผักกาดเขียว หน่อไม้ฝรั่ง ขึ้นฉ่าย ผักโขม บร็อกโคลี่ กะหล่ำปลี ปวยเล้ง ผักชีฝรั่ง ผักกะเฉด ผักกาดหอมเป็นต้น



หรือในส่วนของวิตามินเค 2 ร่างกายก็จะได้รับจากเเบคทีเรียในลำไส้ เเละอาหารหมัก  เช่น ถั่วเน่า นัตโตะ ซึ่งเป็นอาหารหมักจากถั่วเหลือง เเละยังพบในชีสเเละนมเปรี้ยวอีกด้วย 


เชื่อว่าคุณผู้อ่านหลายคนที่อ่านบทความวันนี้เสร็จเเล้วน่าจะได้ทราบถึงความสำคัญของวิตามินเคกันไม่มากก็น้อยนะคะ เเละอย่างที่เราได้บอกไปเเล้วข้างต้นว่า วิตามินเค ก็ถือเป็นอีกหนึ่งวิตามินที่มีความสำคัญต่อร่างกายไม่น้อยไปกว่าวิตามินตัวอื่นๆ เลยล่ะค่ะ ดังนั้นหากใครรู้ตัวว่าตัวเองขาดวิตามินเคไปเเล้วล่ะก็ ลองหาอาหารที่เป็นเเหล่งของวิตามินเคมารับประทานกันดูนะคะ เเละที่สำคัญอย่าลืมดูเเลสุขภาพร่างกายให้ดีอยู่เสมอด้วยนะคะ  ด้วยรักเเละหวังดี