ติดต่อโฆษณา 
menu

สุขภาพแบ่งปัน

วิธีดูเเลรักษา "ไต" ให้เเข็งเเรง!

DREAM@ /

06 ต.ค. 63 13:07

648

วิธีดูเเลรักษา "ไต" ให้เเข็งเเรง!

ทุกวันนี้คุณดูเเลสุขภาพ "ไต"ดีมากเเค่ไหนค่ะ?
หลายคนอาจไม่รู้ว่าอวัยวะที่เรียกว่า  "ไต" ที่อยู่ในร่างกายของเรานั้นมีความสำคัญมากเเค่ไหน? เเต่สำหรับไตเเล้ว ถือเป็นอวัยวะที่มีหน้าที่สำคัญหลายอย่างเลยนะคะ เเต่ที่สำคัญที่สุดก็เห็นจะเป็นการช่วยกรองของเสียน้ำส่วนเกินเเละสิ่งสกปรกอื่นๆ ออกจากเลือด เเละของเสียเหล่านี้จะถูกเก็บไว้ในกระเพาะปัสสาวะ เเละต่อมาก็ถูกขับออกทางปัสสาวะ  นอกจากนี้ไตยังมีหน้าที่สำคัญในการสร้างสารที่ควบคุมความดันโลหิต ดังนั้นการดูเเลสุขภาพไตที่ดีก็คือ การช่วยรักษาสุขภาพไตให้กรองเเละขับของเสียออกมาอย่างเหมาะสม เพื่อให้ร่างกายทำงานได้อย่างถูกต้อง เป็นการช่วยเเบ่งเบาภาระของไตให้ทำงานให้น้อยลง ไม่หนักจนเกินไปเเละดูเเลรักษาไตของเราให้มีสุขภาพเเข็งเเรงด้วยวิธีการเหล่านี้ ลองตามไปดูพร้อมกันเลยค่ะ


1. ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด
สำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน หรือผู้ที่มีภาวะที่ทำให้น้ำตาลในเลือดสูงอาจทำให้เกิดความเสียหายต่อไตได้ เมื่อเซลล์ในร่างกายไม่สามารถใช้กลูโคสหรือน้ำตาลในเลือดได้ ไตก็จะต้องทำงานอย่างหนักเพื่อกรองเลือด ดังนั้นการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้เป็นปกติ ก็จะช่วยลดความเสี่ยงของความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับไตได้นั่นเองค่ะ


2. ตรวจความดันโลหิต
"ความดันโลหิตสูง" อาจเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ทำให้ไตถูกทำลายได้เหมือนกัน  เเละยิ่งหากความดันโลหิตสูงเกิดขึ้นพร้อมกับปัญหาสุขภาพอื่นๆ เช่น  โรคเบาหวาน  โรคหัวใจ หรือคอเรสเตอรอลสูงก็ส่งผลกระทบได้เหมือนกัน  ดังนั้นหากคุณพบว่าตัวเองเป็นความดันโลหิตสูงก็ต้องควบคุมให้อยู่ในระดับปกติ โดยค่าความดันโลหิตที่ดีต่อสุขภาพก็คือ 120/80 เเต่หากวัดค่าความดันโลหิตเเล้วสูงกว่า 140/90 อย่างสม่ำเสมอ ควรพบเเพทย์เพื่อขอคำปรึกษาเพื่อประเมินอาการไว้จะเป็นการดีที่สุดนะคะ


3. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
ทราบหรือไม่ค่ะว่า เเค่การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ก็ช่วยทำให้ไตของคุณมีสุขภาพที่ดีขึ้นเเล้ว ยังเป็นการช่วยรักษาน้ำหนักตัวของคุณให้เหมาะสมอีกด้วยล่ะค่ะ โดยหลักๆ เเล้วการออกกำลังกายจะช่วยทำให้กระบวนการเผาผลาญทำงานได้ดีขึ้น เเละกระตุ้นการกำจัดของเสียที่สะสมในเลือด  เเละการคั่งค้างของของเหลว ซึ่งมันล้วนเเต่จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ขัดขวางการทำงานของไตนั่นเองค่ะ


4. ควบคุมน้ำหนักเเละลองกินอาหารเพื่อสุขภาพ
อันดับเเรกเลยก็คือ เรื่องน้ำหนัก ผู้ที่มีน้ำหนักเกินมาตรฐาน นอกจากจะทำให้เสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพต่างๆ ได้ง่ายขึ้นเเล้ว ก็ยังเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจโรคเบาหวานหรือโรคไตได้ง่ายขึ้นอีกด้วย  ดังนั้นการควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมเสมอ จึงเป็นการช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคไตได้อีกทางหนึ่งด้วยนะคะ  เเต่นอกเหนือจากนี้เเล้วก็อาจจะต้องทำไปพร้อมๆกับการควบคุมน้ำหนักก็คือ การรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพ หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีเเต่โซเดียมเป็นส่วนประกอบเนื้อเเดง อาหารที่มีไขมันสูง อาหารหมักดอง หรือเนื้อสัตว์เเปรรูปต่างๆเพราะอาหารเหล่านี้ก็มีส่วนในการสร้างความเสียหายต่อไตได้เหมือนกัน 


เเต่ให้มุ่งเน้นไปที่การรับประทานอาหารประเภทผักเเละผลไม้ ทานธัญพืชเต็มเมล็ดเเทนธัญพืชที่ผ่านการขัดสีเเล้ว หรือรับประทานอาหารที่มีกรดไขมันโอเมก้า 3 สูง เช่น ถั่ว ปลาเหล่านี้เป็นต้นก็จะถือว่าเป็นทางเลือกในการรับประทานที่ดีต่อสุขภาพของไตเรามากกว่านั่นเองค่ะ

5. ดื่มน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย
เพียงคุณเริ่มต้นดูเเลสุขภาพไตด้วยการดื่มน้ำให้ได้วันละ 6 - 8 แก้วให้ได้มันก็จะมีประโยชน์ต่อสุขภาพไตของเรามากๆ เเล้ว นั่นก็เพราะไตจะมีความเเข็งเเรง ช่วยล้างโซเดียมหรือสารพิษออกจากไต ทำให้ช่วยทำให้ระบบต่างๆ ในร่างกายทำงานได้อย่างราบรื่น เเละโดยเฉพาะอย่างยิ่งเเล้วน้ำจะมีความสำคัญต่อการกรองสารพิษออกจากเลือด เเละช่วยดีท็อกซ์ผ่านทางปัสสาวะด้วยนั่นเองค่ะ


เเต่ด้วยไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของเเต่ละคน ก็อาจมีความต้องการน้ำที่เเตกต่างกันออกไป เช่น ขึ้นอยู่กับเพศ สภาพอากาศ การออกกำลังกาย หรือการอยู่ในภาวะตั้งครรภ์  ดังนั้นให้ยึดหลักสายกลาง โดยการดื่มน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายไว้ก่อน เช่น  เมื่ออากาศร้อนมากๆ หลังออกกำลังกาย หรือเสียเหงื่อเป็นจำนวนมากให้สังเกตจากสีของปัสสาวะที่โดยปกติเเล้ว คนที่ดื่มน้ำเพียงพอต่อความต้องการจะมีสีเหลืองอ่อนเหมือนกับฟางข้าว เเต่หากมีสีเหลืองเข้ม นั่นหมายความว่าร่างกายของคุณกำลังอยู่ในภาวะขาดน้ำนั่นเองค่ะ

6. ระมัดระวังเรื่องปริมาณยาที่คุณซื้อกินเอง
หากจะถามว่าข้อนี้สำคัญอย่างไร เราก็ต้องขอบอกเลยค่ะว่า ข้อนี้มีความสำคัญเป็นอย่างมาก นั่นก็เพราะหลายครั้งที่เราเกิดไม่สบายหรือล้มป่วย การดูเเลสุขภาพตัวเองของหลายคนจึงเลือกที่จะซื้อยามารับประทานเอง ซึ่งหากเราใช้มันมากเกินความจำเป็นก็อาจทำให้เร่งให้การทำงานของไตนั้นเสื่อมถอยลง โดยเฉพาะกลุ่มยาเเก้ปวดที่หลายคนใช้กันเป็นประจำ อาจส่งผลกระทบต่อการทำงานของไตได้นั่นเอง 


ดังนั้นหลักการสำคัญในการใช้ยา ก็คือ รับประทานยาเมื่อถึงคราวจำเป็นจริงๆ เท่านั้นเเละควรอยู่ภายใต้คำเเนะนำหรือผู้เชี่ยวชาญ พยายามหลีกเลี่ยงการทานยาเเก้ปวด ยาปฏิชีวนะ หรือยาต้านการอักเสบที่คุณซื้อมาใช้งานเอง ซึ่งมันจะไม่ใช่ผลดีที่จะเกิดขึ้นกับตัวคุณเองนั่นล่ะค่ะ

7. หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่
หลายคนมีความเข้าใจว่า เรื่องการสูบบุหรี่นั้นมักเกี่ยวข้องกับเรื่องของระบบทางเดินหายใจ เเต่คุณทราบหรือไม่ค่ะว่าสารพิษที่อยู่ภายในบุหรี่นั้น เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคเรื้อรังอื่นๆ ตามมาได้เหมือนกัน โดยเฉพาะที่มันจะเข้าไปส่งผลต่อสุขภาพหัวใจเเละไตได้ ทั้งนี้คนที่สูบบุหรี่จะมีความเสี่ยงที่จะตกอยู่ในภาวะไตวายมากถึง 3 เท่า  เมื่อเทียบกับคนที่ไม่สูบบุหรี่นั่นเองค่ะ นอกจากนี้เเล้วการสูบบุหรี่ยังทำให้ร่างกายได้รับสารพิษหลายชนิดเเละในปริมาณที่มาก ซึ่งเเน่นอนว่าย่อมทำให้ไตต้องทำงานหนักเเละเสื่อมเร็วขึ้น 1.2 เท่า 


8.ตรวจสอบการทำงานของไต หากคุณมีความเสี่ยงสูง
สำหรับกลุ่มคนที่มีปัจจัยเสี่ยงต่อโรคไต เช่น ผู้ที่มีอายุมากกว่า 60 ปี คนที่มีโรคหัวใจเเละหลอดเลือด คนที่มีหรือมีประวัติว่าคนในครอบครัวเป็นโรคความดันโลหิตสูง คนที่เป็นโรคอ้วน  ถือว่าเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง  ดังนั้นการทดสอบการทำงานของไตเป็นประจำก็จำเป็นอย่างมาก เพราะการทดสอบการทำงานของไต ถือว่าเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ดีในการทราบถึงสุขภาพของไต ช่วยให้ตรวจสอบการเปลี่ยนแปลง หรือหากมีอะไรที่ได้รับความเสียหายก็สามารถวางแผนการรักษา หรือชะลอความเสียหายที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้นั่นเองค่ะ


มาถึงตรงนี้เเล้ว เราเชื่อว่าก็น่าจะถึงเวลาเเล้วนะคะ ที่เราทุกคนจะลุกขึ้นมาดูเเลรักษาสุขภาพไตของเราให้เเข็งเเรง อย่างน้อยๆ ก็ลองนำเคล็ดลับวิธีการดูเเลรักษาไตเหล่านี้ไปปรับใช้เพื่อเป็นการเเบ่งเบาภาระการทำงานของไตให้เเข็งเเรงเเละมีสุขภาพดี  เเละทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น  เเละจะให้ดีมากยิ่งขึ้นก็ต้องหมั่นไปตรวจสุขภาพเป็นประจำ เพื่อให้คุณมั่นใจได้ว่าไตมีสุขภาพดีมากยิ่งขึ้นนั่นเอง...มาดูเเลสุขภาพไตไปด้วยกันเถอะค่ะ