ติดต่อโฆษณา 
menu

สุขภาพแบ่งปัน

ปวดหัวเเบบไหน? "อันตราย!"

DREAM@ /

07 ต.ค. 63 11:10

453

ปวดหัวเเบบไหน? "อันตราย!"

ณเห็นด้วยหรือเปล่าค่ะว่าวินาทีที่เกิดอาการ  "ปวดหัว" เป็นช่วงเวลาที่ทรมานที่สุดล่ะ? 
"อาการปวดหัว" หนึ่งในอาการยอดฮิตที่เกิดขึ้นกับใครได้หลายคนบ่อยๆ ไม่ว่าจะเกิดจากความเครียดรุมเร้า จากปัญหาเรื่องการพักผ่อนไม่เพียงพอ หรือการปวดหัวเนื่องจากโรคไมเกรน ซึ่งมองผิวเผินเวลาที่เราได้ยินใครบ่นว่าปวดหัวๆ เราจะคิดว่ามันเป็นเรื่องธรรมดาที่เราคุ้นเคย เเต่เอาเข้าจริงๆ เเล้วเรื่องที่คิดว่าดูจะปกตินี้หากปล่อยปละละเลยไว้นานๆ ก็กลายเป็นปัญหาสุขภาพได้เหมือนกัน  เพราะหากคุณเกิดอาการปวดหัวบ่อยๆ เเม้จะกินยาเเล้วนอนพักก็หาย เเต่คุณอาจคิดไม่ถึงว่าอาการปวดหัวนั้นมีหลายรูปเเบบทั้งเเบบที่พอจะวางใจได้เเละไม่น่าไว้วางใจ อย่างน้อยที่สุดนี่ก็เป็นสัญญาณเตือนจากร่างกายของเราว่า "ร่างกายของคุณกำลังไม่โอเค" เเล้วแบบนี้จะปล่อยไปได้ยังไงกันล่ะค่ะเนี่ย? เเล้วอาการปวดหัวเเบบไหนกันที่ถือว่า"อันตราย"ตามเราไปดูเเละรับมือกับเรื่องนี้กันค่ะ


อาการปวดหัว
อาการปวดหัว หรือ ปวดศีรษะ (Headaches) เป็นอาการปวดที่เกิดขึ้นบริเวณศีรษะหรือคอส่วนบน ซึ่งจะเกิดจากเนื้อเยื่อเเละโครงสร้างรอบกะโหลกศีรษะหรือสมองเกิดการอักเสบ หรือระคายเคืองจนทำให้เกิดอาการปวดขึ้น โดยอาหารปวดอาจมาจากเส้นประสาทบริเวณหนังศีรษะ ใบหน้า ปากเเละคอ กล้ามเนื้อคอหรือไหล่ เเละหลอดเลือดที่ทำหน้าที่ส่งผ่านเลือดไปเลี้ยงสมอง

อาการปวดหัวเเต่ละเเบบ

- อาการปวดหัวเเบบตึงตัว
เป็นอาการปวดหัวเเบบบที่พบได้บ่อยที่สุด เเละมักเกิดกับบุคคลซึ่งมีความเครียดอยู่บ่อยๆ มีภาวะเหนื่อย ทำงานหนัก ลักษณะการปวดมักเป็นเเบบหนักเเน่น หรือรัดตึงทั้งสองข้างของศีรษะเเละต้นคอ อาการปวดลักษณะนี้จะปวดบริเวณศีรษะ คอ ไหล่ ร่วมกันไปด้วย

- อาการปวดหัวไมเกรน
เป็นอาการปวดหัวที่เรามักคุ้นกันเป็นอย่างดี เเต่ถึงเเม้จะเป็นการปวดหัวที่พบได้บ่อย เเต่มักได้รับการวินิจฉัยที่ผิดพลาด โดยโรคปวดหัวไมเกรนนี้มักพบได้บ่อยในผู้หญิงวัยทำงาน ทำให้เกิดการปวดหัวรุนเเรงปานกลางถึงรุนเเรงมาก เเละอาการปวดจะเเย่ลงได้จากสิ่งที่กระตุ้นภายนอก ทั้งเเสง สีเสียง หรือกลิ่น ในผู้ป่วยบางรายอาจเกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน ไมเกรน หรือส่วนใหญ่มักจะปวดกินเวลาร่วมกว่า 4 ชั่วโมง


- อาการปวดหัวแบบกลุ่ม 
หรือเป็นอาการปวดหัวที่เรียกกันว่า "อาการปวดหัวเเบบคลัสเตอร์"
ซึ่งเป็นหนึ่งในอาการปวดหัวที่พบได้ไม่บ่อย เเต่หากเกิดขึ้นจริงๆ เเล้วจะก่อให้เกิดความทุกข์ทรมาน หากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง 
อาการปวดหัวลักษณะนี้มักเกิดขึ้นในผู้ชายมากกว่าผู้หญิงโดยอาการปวดหัวมักมีอาการปวดที่รุนเเรงจนทำให้เกิดความกระสับกระส่าย เเละมักเกิดทันที ระยะเวลาปวดประมาณ 15 นาทีถึง 3 ชั่วโมง ตำเเหน่งในการปวดที่สำคัญคือ ปวดรุนเเรงมากบริเวณเบ้าตาหรือด้านหลังตา หรือบริเวณขมับ เเละมักเป็นข้างเดียว ผู้ป่วยอาจมีอาการของระบบประสาท  
parasympathetic ร่วมด้วย เช่น มีตาเเดง มีน้ำตาไหล มีน้ำมูก เหงื่อออก บริเวณใบหน้าด้านที่มีอาการปวดหัว


- อาการปวดหัวเเบบปวดเรื้อรังทุกวัน
โดยผู้ป่วยที่มีอาการปวดหัวลักษณะนี้จะมีมากกว่า 15 วันต่อเดือน  อย่างน้อย 3 เดือน ในผู้ป่วยกลุ่มนี้ส่วนหนึ่งอาการปวดหัว อาจมาจากการใช้ยาเกิน ซึ่งเกิดจากการวินิจฉัยที่ผิดพลาด การซื้อยากินเอง หรือการใช้ยาแก้ปวดบ่อยเกินไป ซึ่งจะทำให้มีอาการปวดหัวเรื้อรังได้มากขึ้นเรื่อยๆ นอกจากนี้เเล้ว ก็ยังมีสาเหตุอื่นที่ทำให้เกิดอาการปวดหัวได้เหมือนกัน เช่น ภาวะไซนัสอักเสบ โรคหลอดเลือดสมองโรคเลือดออกใต้เยื่อหุ้มสมองหรือโรคมะเร็ง เป็นต้น ดังนั้นอาการปวดหัวลักษณะนี้จึงจำเป็นต้องอาศัยการรักษาเเละดูเเลจากเเพทย์อย่างเคร่งครัดด้วย


ปวดเเบบไหนที่จัดว่า "อันตราย"
สำหรับอาการปวดหัวที่ถือว่าเป็นสัญญาณเตือนของความผิดปกติในร่างกาย คือ อาการปวดหัวที่มีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น เเขน-ขาอ่อนเเรง หมดสติ ชักหรือมีอาการชาที่ร่างกายบ้าง ซึ่งอาการเหล่านี้ก็ถือว่าเป็นสัญญาณของโรคหลอดเลือดสมองเเตก หลอดเลือดโป่งพอง เเละอาการเส้นเลือดขอดในสมองได้

สัญญาณเตือนอันตราย หากปวดเเบบนี้ต้องรีบไปพบเเพทย์ เช่น คุณเกิดอาการปวดศีรษะอย่างรุนเเรงเฉียบพลัน ซึ่งมักใช้เวลาเป็นเสี้ยววินาที ปวดจนคอเเข็ง มีไข้เเละหนาวสั่น มีอาการคลื่นไส้อาเจียน ร่วมกันด้วย เเขน ขา เกิดอาการอ่อนเเรง หรือรับรู้ระบบประสาทผิดปกติ ปากเบี้ยวจนพูดไม่ชัด เดินเซ เริ่มมองไม่ชัด เห็นภาพซ้อนกัน หรืออาจจะเกิดอาการปวดหัวจนไม่รู้สึกตัวเเละหมดสติไป  ซึ่งนี่ก็ต้องรีบไปพบเเพทย์โดยด่วนเลยนะคะ เพราะมันอาจหมายถึงสัญญาณอันตรายที่กำลังมาเยือนคุณอยู่ก็เป็นได้นะคะ


ดังนั้นหลายคนจึงจะเห็นเเล้วใช่ไหมค่ะว่า  "อาการปวดหัว" ที่หลายคนเผชิญกันอยู่บ่อยๆ เเท้จริงเเล้วมันอาจไม่ใช่เเค่เรื่อง "ปวดหัว" อย่างเดียวนะคะ  เเต่หากคุณเกิดอาการปวดหัวบ่อยๆ เเละมีความรุนเเรงมากขึ้นเรื่อยๆ ก็ต้องรีบไปพบเเพทย์ เพื่อรับการตรวจเเละวินิจฉัยโรคได้อย่างทันท่วงที คุณจึงควรเช็กเเละหมั่นสำรวจตัวเองอยู่เสมอว่าคุณเองนั้นมีความเสี่ยงที่จะเข้าข่ายการปวดหัวเเบบไหนหรือเปล่า หรือคุณสามารถลดความเสี่ยงในบางเรื่องได้หรือเปล่า เช่น ไม่ปล่อยให้เกิดความเครียดกับตัวเอง หรือพยายามลดความเครียดของตัวเองลง เพื่อไม่ให้นำไปสู่ปัญหาเรื่องการปวดหัวได้พยายามพักผ่อนให้เพียงพอ การเริ่มต้นดูเเลตัวเองจากตรงนี้ก็ช่วยทำให้คุณมีสุขภาพที่ดีขึ้นอีกเยอะเเล้วล่ะค่ะ

ขอบคุณข้อมูล : https://www.phyathai.com