ติดต่อโฆษณา 
menu

สุขภาพแบ่งปัน

กินเค็มเเค่ไหน คือมาเกินไป?

DREAM@ /

23 ต.ค. 63 11:20

931

กินเค็มเเค่ไหน คือมาเกินไป?

ทุกวันนี้คุณกินเค็มมากเกินไปหรือเปล่า? 
เพราะพฤติกรรมการบริโภคอาหารของเราทุกวันนี้เต็มไปด้วยข้อจำกัดเเละความเเตกต่างหลากหลายที่ไม่เหมือนกัน เเละรสชาติอาหารที่เรากินเข้าไปในทุกวันๆก็คือความเค็มที่มาจากโซเดียมนี่ล่ะค่ะที่ทำให้อาหารส่วนใหญ่ที่คุณจะเลือกรับประทานอาจมีปริมาณของโซเดียมมากเกินความจำเป็นต่อร่างกายก็เป็นไปได้นะคะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเเล้วถ้าคุณเป็นคนที่มีพฤติกรรมการบริโภคอาหารรสเค็มเป็นทุนเดิมอยู่เเล้วก็ยิ่งมีความเสี่ยงที่จะเกิดปัญหาสุขภาพได้ง่าย วันนี้เราเลยอาสาขอพาทุกคนไปดูกันว่ากินเค็มเเค่ไหนคือมากเกินไป ลองตามเราไปดูข้อมูลเหล่านี้พร้อมกันเลยค่ะ


"เกลือ VS โซเดียม"เหมือนหรือต่างกันอย่างไร?
ถ้าพูดถึงความเค็มเรามักจะนึกกันถึงเกลือ ซึ่งเกลือมีชื่อทางเคมีเรียกว่า “โซเดียมคลอไรด์” และโซเดียมเป็นเพียงส่วนประกอบหนึ่งของเกลือเท่านั้น ซึ่งในเกลือจะมีโซเดียมอยู่ 40 เปอร์เซ็น และอีก 60 เปอร์เซ็นต์คือคลอไรด์และนี่คือที่มาของคำว่า “โซเดียม” ที่เรากำลังจะพูดถึงกันโซเดียมเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ต่อร่างกายเรา เราต้องการโซเดียมในทุกๆ วันเพื่อช่วยรักษาสมดุลของเหลวในร่างกาย อีกทั้งยังช่วยรักษาระดับความดันและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของระบบประสาทและกล้ามเนื้อ

โซเดียมอยู่ที่ไหนบ้าง?
โซเดียมมีอยู่ในอาหารเกือบทุกชนิดโดยเฉพาะอาหารแช่อิ่ม อาหารหมักดอง อาหารแปรรูป เช่น ลูกชิ้น มาม่า ปลาเค็ม ไส้กรอก หมูยอ เป็นต้น แต่แหล่งโซเดียมที่สำคัญที่คนไทยติดกินเป็นประจำแทบจะทุกมื้ออาหารเลยคือพวกซอสปรุงรสต่างๆ เช่น พริกน้ำปลา 1 ช้อนชา มีโซเดียม 500 มิลลิกรัม,เกลือ 1 ช้อนชา มีโซเดียม 2,000 มิลลิกรัม, ซอสปรุงรส 1 ช้อนชา มีโซเดียม 400 มิลลิกรัม, ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนชา มีโซเดียม 470 มิลลิกรัม, ผงชูรส 1 ช้อนชา มีโซเดียม 490 มิลลิกรัม, น้ำมันหอย 1 ช้อนชา มีโซเดียม 450 มิลลิกรัม, ซอสพริก 1 ช้อนชา มีโซเดียม 220 มิลลิกรัม, ซอสมะเขือเทศ 1 ช้อนชา มีโซเดียม 140 มิลลิกรัม, น้ำปลาร้า 100 กรัม มีโซเดียม 
6,016 มิลลิกรัม และทั้งหมดที่เรากล่าวมานี้ก็เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของปริมาณโซเดียมในซอสปรุงรสต่างๆ ที่เรามักจะใช้เหยาะๆ จิ้มๆ ปรุงๆ เพื่อเป็นการเพิ่มอรรถรสในการกินอาหารแต่ละมื้อของเราให้อร่อยมากขึ้น ซึ่งยังไม่นับรวมกับโซเดียมที่มีอยู่ในอาหารอยู่แล้ว 


แบบไหนที่เรียกว่ากินเค็มเกินไป!!
องค์การอนามัยโลกได้กำหนดมาแล้วว่าคนทั่วๆ ไปไม่ควรกินโซเดียมเกิน 1,500 – 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน หรือนั่นก็คือกินเกลือได้ไม่เกิน 1 ช้อนชาเท่านั้น แต่จากที่เราลองสังเกตพฤติกรรมการกินอาหารของพวกเราแล้ว ก็รู้ได้ทันทีเลยว่ายังไงก็เกินอยู่แล้ว ซึ่งถ้านับเอาจริงๆแล้วกินโซเดียมเกินไปมากถึง 2-3 เท่าที่ร่างกายต้องการต่อวันเลยทีเดียว เพราะฉะนั้นแล้วที่บอกว่าเค็มเกินไปในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการปรุงอาหารรสเค็มจนเกินไป แต่เรากำลังหมายถึงการกินโซเดียมที่มากเกินไปในแต่ละมื้อและแต่ละวัน 

โซเดียมที่มากเกินไปส่งผลยังไงกับร่างกายได้บ้าง
การกินโซเดียมมากเกินไปอาจทำให้เกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรังหรือ NCDS ได้ จากการศึกษาพบว่าคนที่ติดกินเค็มหรือกินโซเดียมที่มากเกินไปมีความสัมพันธ์กับโรคความดันโลหิตสูง โรคเส้นเลือดในสมองตีบหรือตัน โรคหัวใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคไต ซึ่งจากข้อมูลสถิติของสมาคมโรคไตแห่งประเทศไทยได้บอกว่า ถ้าเราเดินไปตามท้องถนนแล้วมีคนเดินมา 8 คนจะมี 1 คนเป็นโรคไต นั่นก็คือมีคนมากกว่า 8 ล้านคนในประเทศไทย (ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุข ปี 2561) และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นมากกว่า 15% ทุกปี นั่นหมายความว่าคนไทยยังไม่ได้ตระหนักถึงการกินเค็มที่มากเกินไปจะส่งผลต่อร่างกาย 


ดังนั้นวิธีที่เราจะดูแลตัวเองง่ายๆ ให้ห่างไกลจากโรคไตและโรคอื่นๆ ที่เกิดจากพฤติกรรมการกินอาหารของเราได้ก็คือ การลดโซเดียมที่กินในแต่ละวันเราอาจจะเริ่มจากการชิมอาหารก่อนปรุงเพิ่มลดเกลือและซอสปรุงรสต่างๆ ลดการกินอาหารหมักดองและแปรรูปและอ่านฉลากค่าสารอาหารต่างๆ ที่ได้รับก่อนกินเพื่อให้เราสามารถประเมินโซเดียมและสารอาหารอื่นๆ ที่จะได้รับจากกินแค่นี้เราก็สามารถลดความเสี่ยงเลี่ยงทำร้ายร่างกายตัวเองทางอ้อมได้แล้วล่ะค่ะ

ขอบคุณข้อมูล:  www.healthaddict.com