ติดต่อโฆษณา 
menu

สุขภาพแบ่งปัน

ไขความลับสุขภาพดีด้วยวิธีการกินอาหารเเบบบญี่ปุ่น

DREAM@ /

24 ต.ค. 63 09:55

683

ไขความลับสุขภาพดีด้วยวิธีการกินอาหารเเบบบญี่ปุ่น

เคยได้ยินกันบ้างหรือเปล่าค่ะว่า ประเทศญี่ปุ่นนั้นเป็นประเทศที่มีพลเมืองที่มีอายุยาวนานมากที่สุดในโลกเเละยี่ปุ่นก็ครองเเชมป์นี้มาเป็นระยะเวลาหลายปีเเล้วล่ะค่ะ  เเละเรามักจะเห็นภาพคุณตาคุณยาย ที่มีอายุ 80 ปีกว่ายังสามารถเดินเหินหรือใช้ชีวิตกันได้สบายกันอยู่เลย เชื่อว่าหลายคนก็พอจะเคยได้ยินกันมาบ้างเเล้ว เเต่เคยสงสัยกันหรือเปล่าค่ะว่าสังคมประเทศญี่ปุ่นนั้นมักต้องเผชิญกับการเเข่งขันสูง เเถมยังต้องเผชิญกับเเรงกดดันเเละความเครียดเป็นอย่างมาก เเต่ทำไมคนญี่ปุ่นจึงยังมีคุณภาพชีวิตที่ดีเเละมีสุขภาพร่างกายเเข็งเเรงมีอายุเฉลี่ยได้ยืนยาว วันนี้เลยขอถือโอกาสดีๆพาทุกคนไปไขความลับสุขภาพดี ด้วยวิถีการกินเเบบญี่ปุ่น ไปพร้อมกันว่าเเล้วก็ตามเราไปดูพร้อมกันเลยค่ะ

 
1.  ข้าวเเละธัญพืชเป็นสิ่งจำเป็น
เชื่อไหมค่ะว่าคนญี่ปุ่นนั้นกินข้าวทุกมื้อ ซึ่งให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก เเม้ว่าทุกวันนี้ในประเทศญี่ปุ่นจะมีเเหล่งผลิตขนมปังสารพัดชนิดออกมาวางจำหน่ายกัน  ถึงเเม้ว่าจะกินขนมปังปิ้งกันอยู่ไม่ใช่น้อย เเต่อัตราการกินขนมปังในญี่ปุ่นก็ยังถือว่าต่ำมาก เพราะข้าวก็ยังคงเป็นอาหารมื้อหลักที่คนญี่ปุ่นกินกันอยู่ทุกมื้อ


2.  รับประทานปลา ถั่วเหลือง ผัก ผลไม้ เป็นหลัก
หากพิจารณาโดยทั่วไปเเล้วอาหารญี่ปุ่นหลักๆ ก็มีอยู่ด้วยกัน 5 อย่าง นั่นก็คือ ปลา ข้าว ถั่วเหลือง ผักเเละผลไม้ นั่นเองค่ะ เเละอาหารพื้นฐานส่วนใหญ่ของชาวญี่ปุ่นมักจะประกอบไปด้วย ปลาย่างชิ้นหนึ่ง ผักต้ม น้ำเเกงมิโซะข้าวขามหนึ่งเเละผลไม้สองสามชิ้นเป็นของหวาน เเละจะมีชาเขียวเป็นเครื่องดื่ม หรือหากจะมีเนื้อสัตว์ก็จะเป็นการปรุงเเบบตัดเป็นชิ้นเล็กๆ ในปริมาณน้อยๆ ที่สำคัญมากไปกว่านั้นคืออาหารญี่ปุ่นไม่ได้ผ่านการปรุงเเต่งอะไรมากมาย เพียงเเค่นึ่ง ย่าง ต้ม หรือผัดเเบบเร็วๆ ด้วยความร้อน ซึ่งจะช่วยให้คงคุณค่าของสารอาหารไว้ได้เป็นอย่างดี 



3.  คนญี่ปุ่นเสิร์ฟอาหารในปริมาณน้อย  เเละเสิร์ฟในถ้วยชามขนาดเล็ก
น่าจะเคยเห็นผ่านตากันมาบ้างนะคว่าสำรับของอาหารญี่ปุ่นนั้นมักจะถูกจัดเสิร์ฟมาในถ้วยชามขนาดเล็กที่เราไม่ค่อยคุ้นเคยกันสักเท่าไหร่  เพราะนิสัยการกินอย่างหนึ่งของคนญี่ปุ่นที่ได้รับการปลูกฝังมายาวนานนั่นก็คือ การกินให้อิ่มเเค่ 80% จะเป็นหนึ่งในหนทางของสุขภาพดี ดังนั้นจึงไม่ต้องแปลกใจเลยค่ะว่าทำไมอาหารญี่ปุ่นจึงจัดมาเป็นจานเล็กๆ เเละในปริมาณน้อยๆ เช่น ข้าวปั้นหรือซูชิที่กินเป็นคำๆ ถ้ารู้สึกอิ่มเมื่อไหร่ ก็ให้หยุดเมื่อนั้น การไม่พยายามอิ่มมากเกินไปในทุกมื้อ ก็เหมือนกับเป็นการฝึกให้ร่างกายได้คุ้นชินกับความอิ่มให้น้อยลง หรือให้กินเพียงในเช็ตของตัวเอง เน้นการกินอาหารให้สมดุลเเละพอเหมาะต่อความต้องการของร่างกายนั่นเองค่ะ


4.  อาหารญี่ปุ่นใช้วิธีการปรุงที่อ่อนโยน เเละบางเบา
จริงๆ เเล้วครัวของญี่ปุ่นก็คล้ายๆ กับครัวไทยบ้านเราตรงที่ไม่มีเตาอบ (มองในภาพรวมเเล้วกันนะคะ) อาหารญี่ปุ่นเองจึงได้รับการปรุงด้วยการนึ่ง การต้ม การย่าง การผัด หรือการทอดที่ไม่เน้นการใช้เครื่องเทศที่มีรสหรือกลิ่นรุนเเรง เเละมักจะไม่ทำซอสที่หนักไปด้วยเนยหรือครีมนั่นเองค่ะ  ไม่เน้นอาหารที่มีรสชาติเค็มจัดหรือมัน และสิ่งสำคัญที่ถือว่าเป็นเคล็ดลับของความอร่อยก็คือ 
ดาชิ
 ซึ่งคือ น้ำซุปที่ได้มาจากการผสานรสชาติของปลาโบนิโต้เเละสาหร่ายทะเล ซึ่งใช้เป็นสิ่งที่ปรุงรสในอาหารอีกหลากหลายชนิด 

5.  อาหารเช้า คือพลังที่เปี่ยมล้น
ทราบหรือไม่ค่ะว่าผู้หญิงญี่ปุ่นนั้นได้ชื่อว่าเป็นราชินีของอาหารเช้า ที่เเม้บ้านญี่ปุ่นจะทำอาหารเช้าสำหรับครอบครัวที่เเม้จะเป็นอาหารง่ายๆ เเต่สารอาหารครบถ้วน ผู้หญิงญี่ปุ่นไม่กินเเพนเค้กเป็นอาหารเช้า ไม่กินเบคอนกับไข่ดาว หรือไม่กินธัญพืชที่มีเเต่น้ำตาล เพราะอาหารตะวันตกส่วนใหญ่นี้คนญี่ปุ่นจะคิดว่าทำให้เกิดความคึกคักหรือมีพลังงานเพียงชั่วระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น หลังจากนั้นจะทำให้รู้สึกง่วงเพราะมันหนักท้องจนเกินไป ดังนั้นในทุกๆ เช้าเเม่บ้านญี่ปุ่นจะตื่นขึ้นมาเตรียมอาหารเช้าให้แก่ครอบครัวเเละตัวเอง ซึ่งโดยส่วนใหญ่เเล้วมักจะประกอบไปด้วยชาเขียวถ้วยหนึ่ง น้ำแกงมิโซะ ใส่เต้าหู้โรยต้นหอมอีกถ้วยหนึ่ง สาหร่าย 2 - 3 แผ่น เเละอาจมีไข่เจียวชิ้นเล็กๆ หรือปลาเเซลมอนย่างชิ้นเล็กๆ เป็นเพียงการผสมผสานชนิดของอาหารเเละให้คุณค่าทางโภชนาการเเละพลังงานอย่างต่อเนื่องจนไปถึงมื้อเที่ยงเลยล่ะค่ะ


6.  รักษาน้ำหนักตัวให้พอดี
พยายามรักษาน้ำหนักตัวให้พอดีด้วยการควบคุมพลังงานที่ได้รับจากสารอาหาร รวมถึงเผาผลาญพลังงานด้วยกิจกรรมทางกาย  (Physical Activity)  ด้วยการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อไม่ให้น้ำหนักมากหรือน้อยจนเกินไป  สำหรับคนญี่ปุ่นนั้นไม่ค่อยนิยมเข้ายิมหรือฟิตเนสกันหรอกนะคะ เพราะส่วนใหญ่เเล้วการออกกำลังกายของพวกเขาจะผสมผสานอยู่ในชีวิตประจำวันมากกว่าการตั้งใจไปออกกำลังกายในยิม ไม่ว่าจะเป็นการเดินไปทำงาน การปั่นจักรยานไปโรงเรียน ซึ่งวิธีเหล่านี้คุณเองก็สามารถนำมาลองใช้ได้ง่ายๆไม่ยุ่งยากเลยนะคะ นอกจากจะเป็นการช่วยเผาผลาญพลังงานส่วนเกินในร่างกายได้เเล้ว ก็ยังเป็นการทำให้สุขภาพเเข็งเเรงขึ้นอีกด้วย

7.  มีความสุขกับมื้ออาหาร
เเน่นอนค่ะว่านอกเหนือจากเคล็ดลับการรรับประทานอาหารในเเต่ละวันของคนญี่ปุ่นเเล้วนั้น สิ่งหนึ่งที่จะลืมไปไม่ได้เลยก็คือ การมีความสุขกับมื้ออาหารการรับประทานอาหารที่ล้วนเเต่อุดมไปด้วยประโยชน์ เเร่ธาตุ วิตามิน ต่างก็มีส่วนช่วยในการสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีให้แก่ร่างกาย ทำให้มีอายุที่ยืนยาวนั่นเองค่ะ ทำทุกมื้อให้มีความสุข ร่วมไปถึงสร้างบนสนทนาบนโต๊ะอาหารที่จะช่วยให้มื้ออาหารของคุณนั้นเต็มไปด้วยความสุขเเละประโยชน์นั่นเองค่ะ 


ซึ่งจริงๆ เเล้วหากจะให้เราถอดรหัสวิถีการกินเเบบญี่ปุ่นเเล้วก็ต้องบอกว่าอยู่ภายใต้คำสามคำเท่านั้น  นั่นก็คือ กินดี อยู่ดี เเละมีสุข นั่นเองค่ะ เเม้ชาวญี่ปุ่นจะมีชีวิตที่วุ่นวายไปกับงานหรือทำทุกอย่างที่เร่รีบเเข่งกับเวลา ที่เมื่อถึงเวลาของวันหยุดหรือเวลาพักผ่อนเเล้ว ผู้คนส่วนใหญ่ก็มักจะหยุดอยู่บ้านเเละใช้เวลาส่วนใหญ่กับครอบครัวเเละเพื่อนฝูงซึ่งถือว่าเป็นช่วงเวลาเเห่งความสุขที่ได้ใช้ชีวิตร่วมกับคนที่รัก ซึ่งดิฉันถือว่าก็ไม่ได้เเตกต่างจากวิถีชีวิตของคนบ้านเราสักเท่าไหร่ บทความในวันนี้ที่เรานำมาเสนอกันก็เป็นอีกหนึ่งเคล็ดลับดีๆ ที่เราก็สามารถนำมาปรับใช้กับวิถีชีวิตของบ้านเรา หรือประยุกต์เข้ากับอาหารไทย ที่เชื่อว่าก็มีรสชาติที่อร่อยเเละให้สุขภาพที่ดีไม่เเพ้กัน อยู่ที่วินัยในการเลือกรับประทานเเละพฤติกรรมการรับประทานเเบบไม่ตามปากหรือเปล่า เพียงเเค่คุณกินอาหารที่มีประโยชน์อกกำลังกาย เเละดูเเลตัวเองให้ถูกสุขอนามัยที่ดีเสมอเชื่อเถอะค่ะว่าถ้าคุณทำได้ตามนี้คงไม่มีตำราใดจะมาเป็นบรรทัดฐานให้เราได้อีกเเล้วล่ะค่ะ