ติดต่อโฆษณา 
menu

สุขภาพแบ่งปัน

ตรุษจีนปีนี้ เลือก- ลด- เลี่ยง- ล้าง ลดควัน ลดเพิ่มฝุ่น PM2.5

DREAM@ /

11 ก.พ. 64 12:40

126

ตรุษจีนปีนี้ เลือก- ลด- เลี่ยง- ล้าง ลดควัน ลดเพิ่มฝุ่น PM2.5

เดินทางเข้าสู่เทศกาลตรุษจีนกันอีกปีเเล้ว ชาวไทยเชื้อสายจีนหลายครอบครัวก็รอคอยเวลาจะได้จัดโต๊ะจีนตามประเพณีเพื่อเป็นการเสริมสิริมงคลชีวิตกันเเล้ว ซึ่งในพิธีกรรมของการตรุษจีนก็มักจะมีองค์ประกอบสำคัญอย่างการจุดธูป การเผากระดาษเงิน กระดาษทอง เเต่เนื่องด้วยในช่วงเวลานี้ก็มีสถานการณ์ฝุ่นPM2.5 โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่กรุงเทพเเละปริมณฑล ดังนั้นกรมอนามัยจึงออกมาให้คำเเนะนำถึงหลัก4ล. นั่นก็คือ เลือก - ลด - เลี่ยง - ล้าง เพื่อเป็นการลดควันจากวันตรุษจีนเเละช่วยลดการเพิ่มฝุ่นPM2.5ที่อาจจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพของเราไปในตัวด้วย เนื่องจากประชาชนมักจุดธูปในช่วงเทศกาลร้อยละ 95.3 เเละเผากระดาษเงิน กระดาษทองอีกร้อยละ 83.5 เเต่จากหลัก 4ล.ที่ว่านี้มีวิธีการปฏิบัติอย่างไรบ้าง ลองตามเราไปดูพร้อมกันเลย


เนื่องจากสถานการณ์ค่าฝุ่นละอองยังมีคงมีค่าเกินมาตรฐานในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ภาคกลาง ภาคเหนือ เเละตะวันออกเฉียงเหนือ ดังนั้นการหลีกเลี่ยง ลด หรืองด การเผาทุกชนิดก็จะเป็นอีกเเนวทางหนึ่งในการช่วยลดปริมาณฝุ่นละอองสะสมในบรรยากาศนั่นเอง ข้อมูลเรื่องนี้ นายเเพยทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า เทศกาลตรุษจีน ซึ่งเป็นเทศกาลเเห่งการไหว้เจ้าไหว้บรรพบุรุษที่สืบเนื่องมาเพื่อเป็นการสร้างความสิริมงคลให้กับชีวิตเเละคนในครอบครัวจึงเเนะนำให้ประชาชนร่วมกันลดควัน ลดฝุ่น ลดผลกระทบที่อาจจะส่งผลต่อสุขภาพของเราเอง โดยการใช้หลัก4ล.นั่นก็ได้เเก่

1.ล.เลือก
ด้วยการให้เลือกใช้ธูปขนาดสั้นแทนธูปขนาดยาว เพื่อให้เกิดควันน้อยกว่า เลือกกระดาษเงิน กระดาษทองที่มีฉลากและแสดงข้อความครบถ้วน เช่น วิธีใช้ การเก็บรักษา คำเตือน เพื่อความปลอดภัย ชื่อที่อยู่ผู้ผลิตและผู้นำเข้า ลักษณะภาชนะบรรจุอยู่ในสภาพเรียบร้อย 

2 ล. ลด 
ลดด้วยการให้ลดระยะเวลาจุดธูป ดับให้เร็วขึ้น และสวมหน้ากากป้องกันฝุ่นละอองเพื่อลดปริมาณฝุ่นเข้าสู่ร่างกาย

3. ล.เลี่ยง
ให้เลี่ยงการจุดธูปหรือ เผากระดาษเงิน กระดาษทอง ในบริเวณที่อากาศไม่ถ่ายเทหรือถ่ายเทไม่สะดวก หากต้องจุดธูปภายในบ้าน ควรเปิดประตู หน้าต่าง หรือจุดนอกบ้านในพื้นที่เปิดโล่ง สำหรับวัดหรือศาลเจ้าควรตั้งกระถางธูปไว้นอกอาคารหรือในที่ที่อากาศถ่ายเทสะดวก รวมทั้งเลี่ยงจุดธูปปักลงอาหาร หรือเผากระดาษเงิน กระดาษทอง ในบริเวณใกล้กับอาหาร เพราะอาจหล่นหรือปลิวของขี้เถ้า ซึ่งมีโลหะหนักลงสู่อาหารและน้ำดื่ม ส่วนเด็กเล็กหรือผู้ที่มีโรคภูมิแพ้ หรือโรคระบบทางเดินหายใจ ควรเลี่ยงการอยู่ใกล้บริเวณที่จุดธูปหรือเผากระดาษเงิน กระดาษทอง


4.ล. ล้าง
ล้างที่ว่าก็คือ เมื่อเสร็จพิธีกรรม หรือหลังสัมผัสธูปหรือกระดาษเงิน กระดาษทอง ควรล้างมือ ล้างหน้า ล้างตา และเก็บกวาดก้านธูป ขี้เถ้า ใส่ถุงและมัดปากถุงให้แน่น ป้องกันการฟุ้งกระจายเข้าสู่ร่างกายและสิ่งแวดล้อม นำไปกำจัดอย่างถูกต้อง ไม่ทิ้งรวมกับขยะทั่วไป

เพราะจากการสำรวจเกี่ยวกับผลกระทบเเละพฤติกรรมของประชาชนในช่วงเทศกาลตรุษจีนในระหว่างวันที่ 5-7 กุมภาพันธ์ 2564 พบว่าประชนร้อยละ 95.9 มีการจุดธูปในช่วงเทศกาล และร้อยละ83.6 มีการเผากระดาษเงิน 
กระดาษทอง โดยพฤติกรรมการจุด/เผา พบว่า ร้อยละ53.5เผาแล้วปล่อยให้ดับเองและร้อยละ44.1มีภาชนะรองรับขณะเผาแต่ไม่มีฝาปิดสำหรับผลกระทบต่อสุขภาพขณะที่จุดธูป เผากระดาษเงิน กระดาษทอง ที่พบมากที่สุดคือ มีอาการแสบตา ร้อยละ70.1 รองลงมาคือ แสบจมูก ร้อยละ54.3 และหายใจลำบาก ร้อยละ21.3 ส่วนการกำจัดขี้เถ้าจากธูป กระดาษเงินกระดาษทอง พบว่า ร้อยละ52.0 เก็บใส่ถุงทิ้งลงถังขยะ และร้อยละ 40.2 ทิ้งลงดินหรือใส่ต้นไม้” 


นอกจากนี้รองศาสตราจารย์ ดร.วัฒน์สิทธิ์ ศิริวงศ์ วิทยาลัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ธูปหรือกระดาษเงินกระดาษทอง มีส่วนประกอบของสารปนเปื้อนที่ต่างๆที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ เช่น สารอินทรีย์ระเหยง่าย โลหะหนัก ซึ่งมาจากส่วนผสมหลักในการผลิต เช่น สีและกลิ่น ซึ่งส่วนผสมเหล่านี้เมื่อเกิดการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ จะทำให้เกิดเถ้าลอย อนุภาคฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5และPM10) และก๊าซพิษที่มีองค์ประกอบโลหะหนัก เช่น อะลูมิเนี่ยมเหล็ก แมงกานีส ตะกั่ว สังกะสี นิกเกิล โครเมี่ยม และแคดเมี่ยม เป็นต้น สารระเหยง่าย เช่น สารกลุ่มไดออกซิน (Polychlorinated dibenzo-p-dioxin/ dibenzofuran,PCDD/F) และสารกลุ่มโพลีไซคลิก อะโรมาติก ไฮโดรคาร์บอน (Polycyclic aromatic hydrocarbons,PAHs) เบนซีน (Benzene)และ 1,3-บิวทาไดอีน (1,3-butadiene) เป็นต้น


และเมื่อสารเหล่านี้เข้าสู่ร่างกายจากการสัมผัส โดยเฉพาะผ่านทางการหายใจ อาจจะทำให้เกิด ผลกระทบต่อสุขภาพเฉียบพลัน เช่น ไอ จาม หายใจขัด ระคายเคืองตา และหากสัมผัสเป็นประจำระยะยาว อาจทำให้เกิดโรคระบบทางเดินหายใจ เช่น ภูมิแพ้ หอบหืด หลอดลมอักเสบเรื้อรัง และปอดอักเสบ และอาจกลายเป็นมะเร็งได้ นอกจากนี้อาจจะเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ก่อให้เกิดโรคหัวใจ และพาร์กินสันในระยะยาวได้อีกด้วย

"สำหรับขี้เถ้าที่เกิดจากการเผานั้นยังคงมีโลหะหนักข้างต้นปนเปื้อน ซึ่งหากมีการกำจัดที่ไม่ถูกต้องและอาจจะ เข้าสู่ห่วงโซ่อาหารก่อให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพมนุษย์และปัญหาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตามอีกด้วย  ดังนั้นประชาชนผู้ใช้ธูปหรือกระดาษเงินกระดาษทองควรมีความตระหนักในการดูแลตนเองในการลดความเสี่ยงจากการสัมผัส เช่น การสวมหน้ากาก ล้างมือหลังจากจุดหรือเผา ทิ้งเศษผงขี้เถ้าในภาชนะที่จัดเก็บเพื่อการกำจัดทำลายอย่างถูกต้อง ลดการใช้ในอาคารบ้านเรือน หรือบริเวณที่อากาศไม่ถ่ายเท เป็นต้น”รองศาสตราจารย์ดร.วัฒน์สิทธิ์ กล่าว

ดังนั้นเเล้วหากเป็นไปได้ก็อยากให้ทุกคนลองนำหลัก4ล.ไปใช้ในช่วงเทศกาลกันดู นอกจากจะช่วยลดปัญหาควันหรือฝุ่นละอองPM2.5กันได้เเล้วก็ยังช่วยลดผลเสี่ยงที่อาจจะเกิดกับสุขภาพร่างกายของเราได้ ยังไงตรุษจีนปีนี้นอกจากจะไหว้เจ้า ไหว้บรรพบุรุษเพื่อความเป็นสิริมงคลกันเเล้ว ก็อย่าลืมดูเเลสุขภาพของตัวเองกันด้วยนะคะ  

ขอบคุณข้อมูล : www.thaihealth.or.th