ติดต่อโฆษณา 
menu

สุขภาพแบ่งปัน

อาการชาตามมือ-เท้า สัญญาณเตือน ! ที่กำลังจะบอกอะไรคุณ?

DREAM@ /

16 มิ.ย. 61 15:06

171,726

อาการชาตามมือ-เท้า สัญญาณเตือน ! ที่กำลังจะบอกอะไรคุณ?


อาการชาตามมือ-เท้าสัญญาณเตือน!ที่กำลังจะบอก
อะไรคุณ?


หากใครมีอาการเหน็บชาตามปลายมือหรือเท้า อย่าเพิ่งนิ่งนอนใจไปนะคะเพราะนั่นอาจไม่ใช่สัญญาณที่ดีนักหลายคนอาจมองว่าไม่เป็นอะไรเพียงเดี๊ยวเดียวก็หาย เเต่ถ้าคุณมีอาการเช่นนี้ยาวนานเเล้วเเละยังไม่มีทีท่าว่าจะหายก็สันนิษฐานได้เลยคะว่านี่เป็นสัญญาณเตือนว่าคุณอาจมีความผิดปกติในเรื่องของระบบประสาทอย่างได้วันนี้เราจึงพาคุณผู้อ่านทุกคนไปทำความเข้าใจเพื่อสำรวจดูว่าเเท้จริงเเล้วมันเกิดขึ้นจากอะไรเเละคุณจะต้องรับมือกับมันอย่างไร



อาการเหน็บชา เป็นความผิดปกติของระบบประสาทรับความรู้สึก เเละสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกส่วนของร่างกายเเต่ส่วนใหญ่บริเวณที่จะเกิดอาการเหน็บชาได้มากที่สุดก็คือมือเเขนขาหรือเท้าเเม้จะดูไม่รุนเเรงอะไรเเต่ก็สร้างความรำคาญให้กับผู้ที่เกิดอาการได้

ส่วนใหญ่เเล้วสาเหตุของการเกิดอาการชานั้นอาจเกิดเพราะการนั่งนอนหรือยืนในท่าเดิมเป็นเวลานานทำให้ไปขัดขวางการไหลเวียนของเลือดทำให้เลือดไปหล่อเลี้ยงร่างกายไม่ทั่วถึง หรืออาจจะเกิดขึ้นจากปัจจัยในเรื่องของการขาดวิตามินบี ซึ่งเราอาจจะเคยทราบกันมาบ้างว่าวิตามินบีเป็นวิตามินที่ช่วยในการบำรุงเเละซ่อมเเซมปลายเส้นประสาท การได้รับวิตามินบีในปริมาณที่น้อยเกินไปก็จะทำให้เกิดอาการเหน็บชาขึ้นโดยง่าย รวมไปถึงยังเป็นสัญญาณส่อให้เห็นถึงการเป็นโรคต่างๆได้




 
สัญญาณเตือน:โรคเบาหวาน 

อาการเหน็บชาตามปลายเส้นประสาทอย่างนิ้วมือหรือปลายเท้าเป็นหนึ่งในอาการของผู้ที่ป่วยเป็นโรคเบาหวานที่เริ่มมีอาการรุนเเรงมากขึ้นวิธีการรักษาที่ดูจะเป็นวิธีการที่ดีที่สุดคือผู้ป่วยต้องพยายามควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดของคุณให้อยู่ในความพอดีเเละเหมาะสมเเต่หากคุณไม่ทราบว่าตัวเองเป็นโรคเบาหวานหรือไม่ก็ควรที่จะต้องไปพบเเพทย์เพื่อทำการตรวจเเละวินิจฉัยเพื่อหาสาเหตุของการเหน็บชาของคุณต่อไปมิเช่นนั้นเเล้วอาการเหน็บชาที่คุณมีอาการอยู่จะเริ่มรุนเเรงมากขึ้นจนไปถึงขั้นที่คุณอาจไม่มีความรู้สึกเลยก็เป็นได้

สัญญาณเตือน:ภาวะขาดไทรอยด์ 

อาการเหน็บชาตามมือหรือเท้าก็อาจเป็นหนึ่งในสัญญาณเตือนว่าคุณมีภาวะขาดไทรอยด์ได้เหมือนกันนะคะนอกจากการเหน็บชาตามมือเเล้วคุณอาจเป็นตะคริวหรืออาการข้างเคียงอื่นๆร่วมด้วยเช่นอารมณ์ฉุนเฉียวหงุดหงิดง่ายหรือหัวใจเต้นเร็วกว่าปกติดังนั้นคุณควรเลือกรับประทานที่ไม่มีไขมันเน้นการทานธัญพืชเป็นหลัก

สัญญาณเตือน:โรคประจำตัวเรื้อรัง

สำหรับผู้ป่วยที่เป็นโรคประจำตัวบางโรคเช่นโรคหลอดเลือดโรคไตหรือโรคอักเสบเรื้อรังก็อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการชาตามมือตามเท้าได้เหมือนกัน 


ลักษณะของอาการชา 
ลักษณะของการชาตามมือ-เท้าจริงๆเเล้วมีหลายตำแหน่งเเล้วเเต่จะเกิดขึ้นกับบุคลลซึ่งเราขอรวบรวมลักษณะอาการชาที่มักเกิดขึ้นได้บ่อยๆดังนี้

      ถ้าคุณเกิดอาการชาตามปลายนิ้วมือหรือเท้า อาจจะเกิดจากสาเหตุที่ปลายประสาทเสื่อมหรือมีอาการอักเสบที่อาจเกิดจากการขาดวิตามินบีหรือป่วยเพราะเป็นโรคเช่น  โรคไต   โรคมะเร็ง  หรือการที่มีสารพิษอยู่ในร่างกายเป็นต้น





     อาการชาตามปลายนิ้วมือเกือบทุกนิ้วเเละตลอดทั้งวันหรือติดต่อกันเป็นเวลานานส่วนใหญ่มักพบในวันทำงานที่ต้องใช้มือทำงานหนักตลอดทั้งวันส่งผลให้เส้นเอ็นกดทับเส้นประสาทตรงข้อมือจึงทำให้เกิดอาการชาตามปลายนิ้วมือเกือบทุกนิ้วเเละอาการชาจะรุนเเรงเช่นเจ็บปวดร้อนเหมือนมีอะไรอยู่ตรงปลายนิ้วมือตลอดเวลา





     อาการชาบริเวณปลายเท้าฝ่าเท้าหรือนิ้วเท้า ซึ่งนับว่าเป็นอาการชาโดยเฉพาะที่เกิดกับเหล่านักดื่มแอลกฮอล์ตัวยงฤทธิ์ของแอลกฮอล์จะเข้าไปทำลายเส้นประสาททำให้เส้นประสาทถูกทำลายเสียหายหลายเส้น
 
อาการชาทั้งเท้าไปจนถึงบริเวณสะโพก ยิ่งเกิดอาการชาเช่นนี้คุณไม่ควรนิ่งนอนใจไปเป็นอันขาดเพราะถ้าคุณทิ้งไว้นานๆเข้าจะสามารถลุกลามไปจนถึงคุณสามารถเป็นอัมพฤกษ์อัมพาตได้เลยทีเดียวโดยอาการชาแบบนี้มักจะเกิดจากหมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อนทับเส้นประสาทซึ่งเมื่อเคลื่อนทับไปมากเข้ามากเข้าก็อาจต้องทำการรักษาด้วยการผ่าตัด

ทางที่ดีที่สุดเมื่อคุณรู้เเล้วว่าสาเหตุหลักๆของการเกิดอาการเหน็บชามาจากอะไรหรือเพราะอะไรคุณก็ไม่ควรกลับไปทำพฤติกรรมเดิมๆที่เป็นสาเหตุทำให้เกิดอาการเหน็บชาได้อีกทางที่ดีเลยคือคุณควรเลือกรับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินบีเช่นผักผลไม้เลือกทานข้าวกล้องข้าวซ้อมมือข้าวโพดตับโยเกิร์ตนมหรือเหล่าธัญพืชทั้งหลายเพื่อเป็นการบำรุงร่างกายต่อต้านการเกิดอาการเหน็บชาได้ดีอีกด้วย 




ดังนั้นปัญหาเรื่องอาการเหน็บชาจึงไม่ใช่สิ่งที่คุณควรมองข้ามหรือสิ่งที่คุณควรวางใจไปง่ายๆเพราะนอกจากจะสร้างความลำคาญใจให้กับการดำเนินชีวิตประจำวันของคุณเเล้วยังอาจเป็นสัญญาณเตือนถึงโรคร้ายอะไรบางอย่างหรือเปล่าซึ่งเเน่นอนว่าคงไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นหากใครมีอาการที่เข้าสู้ภาวะเสี่ยงหรือไม่เเน่ใจก็ควรรีบไปปรึกษาเเพทย์เพื่อให้ทราบอย่างเเน่ชัดอย่ารอให้อาการเจ็บปวดของคุณเป็นรุนเเรงขึ้นเเล้วจึงค่อยรักษาอย่าลืมนะคะว่า "สุขภาพที่ดีเริ่มต้นได้ที่เรา" 




ขอบคุณข้อมูล:www.honestdocs.co

indiglow