สุขภาพแบ่งปัน

ไขทุกความลับของ กะหล่ำปลีม่วง สารอาหารเพียบ!

DREAM@ /

26 พ.ย. 61 08:00

0

ไขทุกความลับของ กะหล่ำปลีม่วง สารอาหารเพียบ!

วันนี้เราขอเอาใจสายเฮลท์ตี้ทั้งหลายอีกครั้งด้วยการหยิบยกเอาเคล็ดลับเพื่อสุขภาพดีๆ มาฝากกันอีกเเล้วจ้า (เอ๊ะ!! เเต่ใครออกตัวว่ายังไม่ใช่สายเฮลท์ตี้ก็อย่าเพิ่งหนีหายไปก่อนค่ะนี่ก็เป็นเรื่องดีๆต่อสุขภาพของคุณได้เหมือนกัน) ก็ถ้าพูดถึงเมนูเพื่อสุขภาพอย่าง สลัดผักเเล้วล่ะก็มีเหรอค่ะที่คุณจะไม่เคยรับประทานลองสอดส่องดูกันสักหน่อยว่าในชามสลัดของคุณมีผักอะไรบ้างน้าถ้าชามสลัดของคุณเต็มไปด้วยผักใบเขียว  เขี๊ยว  เขียว  เเล้วล่ะก็อาจต้องเพิ่มสีสันอีกสักหน่อยเเล้วล่ะค่ะเพราะไม่ใช่เเค่ผักใบเขียวเท่านั้นที่ดีต่อสุขภาพสีสันจากธรรมชาติของผักอื่นๆก็มีประโยชน์ไม่เเพ้กันเช่นเดียวกับ  "กะหล่ำปลีม่วง"  ไอเท็มชามสลัดที่เราอยากเเนะนำเลยค่ะน้อยคนนักที่จะรู้ว่าประโยชน์ของผักชนิดนี้ก็ไม่ได้น้อยหน้าผักอื่นๆ เลย วันนี้เราถือโอกาสดีๆ ขอชวนทุกคนไปไขความลับของกะหล่ำปลีม่วงพร้อมกันเลยค่ะ


ถึงเเม้ว่ากะหล่ำปลีม่วงหรือบ้างก็เรียกขานกันว่า กะหล่ำปลีเเดง ก็เป็นฝาเเฝดกับเจ้ากะหล่ำปลีสีเขียวที่เราคุ้นเคยก็ตามเเต่ขอบอกว่านอกจากสีสันของมันจะเเตกต่างกันเเล้วประโยชน์เเละสารอาหารก็ยังต่างกันอีกด้วยนะคะ (ไม่ได้มีไว้เเค่รองจานเก๋ๆ เท่านั้นนะคะ) เเต่จะมีอะไรที่เหมือนหรือพิเศษกว่ากะหล่ำปลีสีเขียวยังไงตามไปเบิ่งโลดจ้า


1.รู้ไหมจ๊ะว่าเนื้อของกะหล่ำปลีม่วงออกรสขมกว่ากะหล่ำปลีสีเขียวธรรมดาดีต่อกระบวนการเผาผลาญสารอาหารในร่างกาย

นั่นก็เพราะมีสารอินไทบินซึ่งจะมีความสำคัญต่อกระบวนการเผาผลาญสารอาหารในร่างกายเข้าไปช่วยกระตุ้นให้เลือดไหลเวียนไปหล่อเลี้ยงตับ ถุงน้ำดี ไต และกระเพาะให้ดีขึ้นนอกจากนี้ที่สำคัญจนเราไม่พูดถึงไม่ได้เลยนะคะ  นั่นก็คือกะหล่ำปลีสีม่วงยังอุดมด้วยธาตุเหล็กจึงช่วยเสริมฮีโมโกลบินให้แก่ร่างกาย ซึ่งถ้าถามว่าฮีโมโกลบินตัวนี้ดียังไงก็ขอบอกเลยค่ะว่านี่เเหละคือเป็นตัวการสำคัญที่นำพาออกซิเจนไปกับเม็ดเลือดแดงเพื่อหล่อเลี้ยงเซลล์ต่างๆ หรืออวัยวะต่างๆ นั่นเองค่ะ


2.เรื่องใยอาหารสูงยกให้"กะหล่ำปลีม่วง"
กะหล่ำปลีสีม่วงเป็นผักอีกหนึ่งชนิดที่มีเส้นใยอาหารสูงค่ะและก็ยังประกอบด้วยสารอาหารมากมายหลายชนิดไม่ว่าจะเป็นโปรตีนคาร์โบไฮเดรตโซเดียม  นอกจากนี้ก็ยังมีสารซัลเฟอร์  (Sulfer) ที่ทำหน้าที่กระตุ้นการทำงานของลำไส้ใหญ่  ต่อต้านการเกิดมะเร็ง การทานกะหล่ำปลีม่วงจึงเหมือนได้เป็นการช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งได้นั่นเองค่ะไม่ว่าจะเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่  มะเร็งในช่องท้อง  เป็นต้นจ้า


3.วิตามินซีของกะหล่ำปลีสีม่วงสูงกว่ากะหล่ำปลีสีเขียว

คุณอาจคิดไม่ถึงใช่ไหมค่ะว่า วิตามินซีก็สามารถหารับประทานได้ในกะหล่ำปลีม่วงด้วยเเถมวิตามินซีในกะหล่ำปลีม่วงยังมีเยอะกว่ากะหล่ำปลีสีเขียวถึงสองเท่าเลยล่ะค่ะ  

4.สารแอนโธไซยานินเต็มเปี่ยมภายใน "กะหล่ำปลีม่วง"
สำหรับสารแอนโธไซยานินคุณสามารถหาได้จากผักหรือผลไม้ที่ให้สีม่วงนั่นเองค่ะ  ซึ่งเป็นสารที่ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้ผนังหลอดเลือด  และช่วยชะลอการอุดตันในเส้นเลือดได้เป็นอย่างดี  นอกจากนี้เเล้วนะคะยังช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจ  โรคอัมพาตเเละป้องกันผิวพรรณของเราไม่ให้ถูกทำลายด้วยรังสีอัลตราไวโอเลตอีกด้วยจ้า


5.กะหล่ำปลีม่วงมีสารเอส-เมทิลเมไธโอนีลช่วยรักษาแผลในกระเพาะอาหาร
ภายในกะหล่ำปลีม่วงมีสาร  เอส-เมทิลเมไธโอนีล (S-methylmethionine)หรือที่นิยมเรียกกันว่า วิตามินยู ซึ่ในงทางการแพทย์จะนำมาใช้เพื่อสมานแผลในกระเพาะอาหารบรรเทาอาการปวดท้องที่เกิดจากแผลในกระเพาะและช่วยให้น้ำย่อยหลั่งเป็นปกติ

6.คุณเเม่ที่กำลังมีครรภ์ต้องทานเลยค่ะ
ว่าที่คุณเเม่มือใหม่ทั้งหลายต้องลองหากะหล่ำปลีมารับประทานบ้างเเล้วล่ะค่ะ  เนื่องจากกะหล่ำปลีม่วงให้กรดโฟลิกที่มีส่วนสำคัญในการช่วยเสริมสร้างสมองของทารกในช่วงสร้างอวัยวะของลูกน้อยในครรภ์ อีกทั้งยังช่วยป้องกันความผิดปกติของ  DNA  ไปจนถึงเซลล์ต่างๆของเด็กในครรภ์เพื่อพัฒนาการที่ดีนั่นเองล่ะค่ะ


7.เคล็ดลับสำคัญสำหรับสายแฮงค์เอาท์ 
ใครจะคาดคิดล่ะค่ะว่ากะหล่ำปลีม่วงก็สามารถช่วยแก้แฮงค์สำหรับสายดื่มได้เหมือนกัน  นั่นก็เพราะกะหล่ำปลีม่วงมีน้ำเป็นองค์ประกอบอยู่มาก น้ำภายในผักที่มีประโยชน์นี้จะเช้าไปช่วยเจือจางแอลกอฮอล์ในร่างกายให้สร่างได้เร็วขึ้น  ใครโดนใจต้องลองเเล้วล่ะค่ะ

เเต่ข้อควรระวังของการรับประทานกะหล่ำปลีม่วงก็มีเช่นเดียวกันนะคะเพราะหากรับประทานครั้งละมากๆก็ไม่เป็นผลดีเหมือนกันยิ่งการรับประทานกะหล่ำปลีดิบครั้งละมากๆไม่ว่าจะเป็นทั้งกะหล่ำปลีสีเขียวหรือสีม่วงต่างก็มี  สารGoitrogen  ซึ่งอาจเข้าไปขัดขวางการทำงานของต่อมไทรอยด์แต่ถ้านำไปผ่านความร้อนหรือทำให้สุกแล้วสารตัวนี้ก็จะหายไปค่ะดังนั้นจึงไม่ควรทานกะหล่ำปลีในปริมาณมากจนเกินไปเพราะอาจเกิดอันตรายได้ ซึ่งหากคุณต้องการนำไปทานในเมนูสลัดเเล้วล่ะก็ทานเเต่พอดีอย่ามากไปนะคะ


รู้ทั้งข้อดีเเละวิธีการรับประทานเพื่อสุขภาพร่างกายที่ดีกันไปเเล้วก็ต้องหากะหล่ำปลีม่วงมารับประทานกันบ้างเเล้วนะคะใครที่ชื่นชอบการรับประทานกะหล่ำปลีสีเขียวเป็นทุนเดิมอยู่เเล้วก็ลองเปิดใจให้เจ้ากะหล่ำปลีม่วงดูบ้างนะคะถึงเเม้ว่าจะมีสีสันฉูดฉาดไปสักหน่อยเเต่ประโยชน์ก็ไม่ใช่ย่อยๆเลยนะคะว่าไปเเล้วก็ต้องลองหามารับประทานเพื่อสุขภาพที่ดีกันบ้างเเล้วล่ะค่ะ

ขอบคุณข้อมูล :www.thairath.co.th

เรามีช่องทางติดต่อกันเพิ่มเติมเเล้วนะ รู้ยัง!!
คุณสามารถติดตามเคล็ดลับเพื่อสุขภาพได้ที่  :  https://www.facebook.com/health.teen/
ติดตามYoutube Channel ได้ที่  :  https://www.youtube.com/c/youhealthyou-health

***เเล้วสุขภาพที่ดีจะอยู่ในมือของเราค่ะ*****