วาไรตี้

เคล็ดลับบอกลา "แผลเป็นนูน" ด้วยไอเดียบรรเจิด #ขอบอก

DREAM@ /

26 พ.ย. 61 10:11

0

เคล็ดลับบอกลา "แผลเป็นนูน" ด้วยไอเดียบรรเจิด #ขอบอก

สำหรับปัญหารอยแผลเป็นก็เป็นอีกหนึ่งร่อยรอยความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับร่างกายของใครก็ได้นะคะ บางคนเป็นรอยเล็กหน่อยเเต่บางคนก็เป็นรอยแผลเป็นมากหน่อยซึ่งเเม้ว่าเดี๋ยวนี้นะคะจะมีผลิตภัณฑ์เพื่อการรักษารอยแผลเป็นมากมายขนาดไหนให้เราเลือกใช้เเต่บางครั้งรอยแผลเป็นก็ดูเหมือนจะไม่ยอมออกไปจากคุณเสียที  นอกจากจะกลายเป็นปัญหากวนใจของใครหลายๆคนเเล้ว บางครั้งมันก็อาจทำลายความมั่นใจในการเเต่งกายของคุณได้เหมือนกันโดยเฉพาะเจ้าเเผลเป็นนูนๆที่เกิดขึ้นวันนี้เราเลยขอทำหน้าที่รวบรวมเอาเคล็ดลับช่วยคุณบอกลารอยแผลเป็นนูนด้วยไอเดียดีๆจากธรรมชาติว่าเเล้วก็ลองตามเรามาพิสูจน์เลยจ้า


อันดับเเรกเราอาจต้องหันมาทำความเข้าใจกันซะก่อนค่ะว่ารอยแผลเป็นมันคืออะไร? 
สำหรับรอยแผลเป็น หรือ Scar เกิดขึ้นจากเกิดจากกระบวนการซ่อมแซมและรักษาบาดแผลที่อาจเกิดจากอุบัติเหตุไฟไหม้น้ำร้อนลวกหรือเเม้เเต่แผลจากการผ่าตัดหรือโรคบางชนิดเช่นสิวอีสุกอีใสโดยร่างกายจะมีการสร้างเนื้อเยื่อคอลลาเจนมาทดแทนเนื้อเยื่อที่ถูกทำลายไปซึ่งเป็นกระบวนการสมานแผลตามธรรมชาติเเต่ปัญหาของเจ้ารอยเเผลเป็นที่ใครต่อใครไม่ปรารถนาก็เห็นจะเป็นการทิ้งรอยไว้ให้ดูต่างหน้าเนี่ยล่ะค่ะที่จะทำให้ใครหลายคนไม่ปลื้มเอามากๆ 


เเล้วแผลเป็นนูนล่ะ?
แผลเป็นนูนก็คือแผลเป็นที่นูนขึ้นหลังเกิดแผลใหม่ๆมีลักษณะนูนแดงอาจมีอาการคันสักเล็กน้อยแต่จะไม่ขยายขอบออกจากแผลเก่าซึ่งแผลเป็นสามารถมีขนาดเล็กลงได้เองโดยธรรมชาติหรืออาจใช้การนวดเบาๆเป็นประจำ จะช่วยให้แผลเป็นยุบเร็วขึ้นหรือการใช้วิธีอื่นๆเพื่อช่วยให้มันยุบได้เร็วขึ้นลองไปดูกันเลยค่ะ 

1.ว่านหางจระเข้
สำหรับว่านหางจระเข้นะคะก็เป็นอีกหนึ่งสมุนไพรดีๆจากธรรมชาติที่นอกจากจะช่วยรักษาแผลสดหรือเป็นไอเท็มเพื่อความสวยความงามของสาวๆกันเเล้วทราบไหมค่ะว่าว่านหางจระเข้ก็ยังเป็นอีกหนึ่งเคล็ดลับในการช่วยบอกลาแผลเป็นนูนได้ดีเหมือนกันโดยเฉพาะอย่างยิ่งรอยแผลเป็นที่เพิ่งเกิดขึ้นใหม่ๆเพราะจะช่วยในการฟื้นฟูผิวบริเวณนั้นให้ชุ่มชื้นลดอาการคันเพียงเเค่มำความสะอาดผิวบริเวณนั้นด้วยน้ำอุ่นเเล้วนำวุ้นจากว่านหางจระเข้มาทาบริเวณที่เกิดรอยแผลเป็นนูนเเละสามารถทำได้บ่อยๆเลยนะคะจะรู้สึกได้ว่าแผลเป็นนูนของคุณนิ่มลงเเละมีขนาดที่เล็กลงด้วย


2.กระเทียม
หลายๆครั้งที่ชื่อ"กระเทียม"เข้ามาเป็นเคล็ดลับเพื่อแก้ปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพผิวงั้นวันนี้ก็เช่นเดียวกันค่ะเพราะเราได้หยิบกระเทียมมาเป็นอีกตัวช่วยดีๆในการช่วยบอกลารอยเเผลเป็นนูนด้วยเหมือนกันเพราะคุณสมบัติของกระเทียมช่วยต้านการอักเสบของบาดเเผลที่เกิดขึ้นเเละรักษารอยเเผลเป็นนูนได้เป็นอย่างดีให้คุณนำกระเทียมมาบดให้ละเอียดเเล้วนำไปพอกไว้บริเวณที่เกิดแผลเป็นนูนทิ้งไว้สักพักเเล้วค่อยล้างออกด้วยน้ำอุ่นปิดท้ายด้วยการทามอยเจอร์ไรเซอร์บำรุงบริเวณนั้นสักเล็กน้อยทำเป็นประจำทุกวันรับรองว่าช่วยทำให้แผลเป็นนูนยุบลงได้เหมือนกันค่ะ


3.น้ำส้มสายชูหมักหรือที่เรียกกันว่าแอปเปิ้ลไซเดอร์
สำหรับน้ำส้มสายชูหมักซึ่งมาจากผลของแอปเปิ้ลนั้นก็ช่วยได้เหมือนกันเพราะนี่ก็มีคุณสมบัติในการช่วยลดเลือนแผลเป็นนูนด้วยวิธีการผลัดเซลล์ผิวเก่าหรือเซลล์ผิวที่ตายเเล้วทำให้ผิวดูนุ่มเเละดีขึ้นค่ะให้คุณลองนำสำลีเพียงนำสำลีจุ่มลงในน้ำส้มสายชูนวดบริเวนนั้นเบาๆเเละทิ้งไว้ประมาณ 20 
- 30 นาทีเคล็ดลับข้อนี้สามารถทำได้ทุกวันเลยนะคะวันละ 2 - 3 ครั้งเป็นเวลาต่อเนื่องกันแผลเป็นนูนจะดูนิ่มเเละเล็กลง


4.น้ำมะนาว 
เชื่อไหมค่ะว่าเพียงคุณนำน้ำมะนาวที่คั้นสดไปนวดบริเวณมที่เกิดแผลเป็นนูนเเล้วทิ้งไว้ประมาณ 20 - 30 นาที เเล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่นปิดท้ายด้วยการทามอยส์เจอร์ไรเซอร์เพื่อเป็นการบำรุงอีกนิดหน่อยทำเป็นประจำทุกวัน ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีบรรเจิดได้เหมือนกันจ้า


5.น้ำผึ้ง
เเหม่!! หยิบเอาน้ำผึ้งมาทำสูตรมาส์กหน้าเเล้วก็อย่าลืมลองนำน้ำผึ้งมาช่วยแก้ปัญหารอยเเผลเป็นนูนด้วยนะคะเพราะน้ำผึ้งถือว่าเป็นครีมบำรุงผิวพรรณดีๆจากธรรมชาติอย่างเเท้จริงเพราะช่วยเติมความชุ่มชื้นให้กับผิวของเราได้เป็นอย่างดีโดยเฉพาะอย่างยิ่งเเล้วตรงบริเวณที่เกิดแผลเป็นนูนนำน้ำผึ้งสดๆเนี่ยล่ะค่ะมาทาบริเวณที่เกิดแผลเป็นนูนได้เลยนวดเบาๆเป็นวงกลมเเล้วทิ้งไว้ 30 นาทีหรือ 1 ชั่งโมง เเล้วค่อยล้างออกด้วยน้ำอุ่นเพียงเท่านี้ก็ช่วยแก้ปัญหาแผลเป็นนูนได้เเล้วล่ะค่ะเเถมน้ำผึ้งยังช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตเเละผลัดเซลล์ผิวเก่าได้อีกด้วยดีงามขนาดนี้ต้องลองค่ะ


เป็นยังไงกันบ้างค่ะกับเคล็ดลับเด็ดดวงในการบอกลาปัญหาเรื่องรอยแผลเป็นนูนที่เรานำมาเสนอกันในวันนี้ใครที่กำลังหาวิธีแก้ปัญหาเรื่องนี้กันอยู่เเล้วล่ะก็สามารถนำไปลองทำได้เลยนะคะได้ผลเวิร์กหรือไม่เวิร์กอย่างไรจะมาเเชร์เเบ่งปันกับเราได้เลยนะจ้า

ขอบคุณข้อมูล: women.kapook.com


คุณสามารถติดตามเคล็ดลับเพื่อความงามได้ที่   :  https://www.facebook.com/youhealth.beauty/

ติดตามYoutube Channel ได้ที่  :  https://www.youtube.com/c/youhealthyou-health