ติดต่อโฆษณา 
menu

สุขภาพแบ่งปัน

ปวดท้องน้อยในผู้หญิง อันตราย!! ไม่ควรมองข้าม

DREAM@ /

22 ธ.ค. 61 15:12

10,569

ปวดท้องน้อยในผู้หญิง อันตราย!! ไม่ควรมองข้าม

ปวดท้องน้อย (Pelvic Pain) อีกหนึ่งอาการที่คุณผู้หญิงทั้งหลายมักประสบกันบ่อยๆซึ่งจะพบได้บ่อยในผู้หญิงทุกวัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์  ซึ่งถ้าพูดเรื่องอาการปวดท้องน้อยในผู้หญิงก็เชื่อว่าผู้หญิงทุกคนก็คงเผชิญกับสภาวะปวดท้องกันบ่อยๆไม่ว่าจะเป็นปวดท้องน้อยปวดในอุ้งเชิงกราน หรืออาการปวดท้องยอดฮิตอย่างการปวดท้องประจำเดือน เเล้วคุณมีวิธีการรับมือกับปัญหาอย่างไรบ้างค่ะ?  หลายคนก็คงเลือกที่จะปล่อยผ่านไปเพราะคิดว่าเป็นเรื่องธรรมดากินยาเข้าไปเดี๋ยวเดียวก็หาย  เเต่ทราบไหมค่ะว่าอาการปวดท้องน้อยก็อาจทำให้เกิดอันตรายได้เหมือนกันอย่าลืมนะคะว่าบริเวณท้องน้อยในร่างกายของคุณผู้หญิงนั้นเป็นที่อยู่ของอวัยวะที่สำคัญทั้งสิ้นโดยเฉพาะอวัยวะที่เกี่ยวข้องกับการเจริญพันธุ์ซึ่งเป็นเรื่องที่คุณควรให้ความสำคัญ  เอาเป็นว่าตอนนี้เราตามไปเช็คสุขภาพกันหน่อยดีกว่าค่ะ


ทำไมต้องให้ความสำคัญกับอาการ "ปวดท้องน้อย"
ตามที่เราได้เกริ่นไปกันบ้างเเล้วนะคะว่า....บริเวณท้องน้อยภายในร่างกายของผู้หญิงเรานั้นเป็นที่อยู่ของอวัยวะที่สำคัญไม่ว่าจะเป็นรังไข่มดลูกหรือกระเพาะปัสสาวะดังนั้นเมื่อเกิดความผิดปกติหรือโดยเฉพาะอย่างยิ่งอาการปวดท้องน้อยที่เกิดขึ้นกับผู้หญิงหลายคน  รวมไปถึงการเปลี่ยนแปลงในทุกเดือนของผู้หญิงอย่างการมีประจำเดือนก็เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้คุณผู้หญิงทั้งหลายปวดท้องน้อยได้เหมือนกัน  เเต่อาการปวดท้องน้อยที่ไม่ใช่การปวดท้องประจำเดือนนี่ซิค่ะเป็นเรื่องที่เราไม่ควรมองข้ามเพราะนั่นอาจหมายถึงความปิดปกติที่เกิดขึ้นจากกระเพาะปัสสาวะ  ไต  กรวยไต  หรือระบบทางเดินปัสสาวะได้เหมือนกัน....

อาการปวดท้องน้อยเกิดขึ้นจากอะไร?
สำหรับอาการปวดท้องน้อยก็อาจจะเกิดขึ้นจากสาเหตุที่เเตกต่างกันออกไปในเเต่ละบุคคล  ไม่ว่าจะเป็น  ปวดประจำเดือน  กระเพาะปัสสาวะอักเสบ  ไส้ติ่งอักเสบ  ปีกมดลูกอักเสบ  ซึ่งสาเหตุทั้งหมดนี้พบได้มากในผู้หญิงที่อยู่ในช่วงวัยเจริญพันธุ์  คือตั้งเเต่เริ่มตั้งเเต่มีประจำเดือน  ไปจนถึงวัยหมดประจำเดือน  


นอกจากเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุเเล้วก็อาจเกิดขึ้นในลักษณะต่างๆ  เช่น อาจจะเป็นลักษณะทันทีทันใด หรือเป็นเรื้อรังนานๆ ในทางการเเพทย์มีการเเบ่งอาการปวดท้องน้อยออกเป็น 2 ลักษณะนั่นก็ได้เเก่

1.การปวดท้องน้อยอย่างทันทีทันใด 
>> นั่นก็คือจะมีอาการปวดเเบบทันทีทันใด  เเละมักมีอาการคลื่นไส้อาเจียนร่วมด้วย  หรืออาจเป็นลม สาเหตุมักเกิดจากการขาดเลือดไปเลี้ยงที่อวัยวะในช่องท้อง หรืออวัยวะที่เป็นสาเหตุได้รับความเสียหายและมักเกิดจากสาเหตุสาเหตุใดสาเหตุหนึ่งเพียงอย่างเดียว เช่น มดลูกอักเสบ เนื้องอกรังไข่ ท้องนอกมดลูก ถุงน้ำรังไข่แตก รั่ว หรือบิดขั้วตลอดจนภาวะไข่ตกในช่วงกลางรอบเดือนนิ่วในท่อไตปวดประจำเดือน 

2.ปวดท้องน้อยเรื้อรัง  
>> เป็นภาวะที่พบได้บ่อยและเป็นปัญหาอย่างมากในการวินิจฉัยและให้การรักษาที่ถูกต้อง  ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักมีประวัติการรักษาจากแพทย์หลายคน  เนื่องจากวินิจฉัยหาสาเหตุได้ค่อนข้างยากอาการปวดอาจเกิดจากสาเหตุเดียว  หรือเกิดจากหลายๆสาเหตุร่วมกันก็ได้เริ่มแรกผู้ป่วยจะมีอาการปวดแบบเป็น ๆ หาย ๆ  แล้วต่อมาจะปวดตลอดเวลาหรืออาจจะปวดเป็นช่วงๆ ไม่สม่ำเสมอ ไม่สามารถบอกล่วงหน้าได้และอาการปวดมักจะเป็นต่อเนื่องกันมากกว่า 3-6 เดือนสาเหตุที่พบได้บ่อยๆ  ก็อย่างเช่น  ช็อกโกแลตซีสต์  มดลูก  หรือปีกมดลูกอักเสบเรื้อรัง  โรคลำไส้แปรปรวน เนื้องอกในมดลูก  ถุงน้ำรังไข่  หรือมะเร็งลำไส้ใหญ่  เป็นต้น


เมื่อเกิดอาการปวดท้องน้อยจะส่งผลกระทบอย่างไรบ้าง?
สำหรับสาวๆที่เกิดอาการปวดท้องน้อยเเบบเรื้อรังนั้น จะทำให้คุณรู้สึกเจ็บปวดตลอดเวลาบางครั้งอาจรู้สึกเจ็บร้าวไปถึงหลังต้นขาและก้นรวมไปถึงการดำเนินชีวิตประจำวันอื่นๆ ก็อาจส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันไม่ว่าจะนั่งนอนทำงานเดินได้เช่นเดียวกัน

นอกเหนือจากการปวดท้องน้อยอันเนื่องมาจากการปวดประจำเดือนนั้นอาการปวดท้องน้อยก็ต้องทำการรักษาด้วยวิธีทางการเเพทย์เท่านั้นผ่านการวินิจฉัยของเเพทย์ที่อาจขึ้นอยู่กับสาเหตุของโรคอายุเเละความรุนเเรงของอาการปวดที่เเพทย์จะต้องการซักประวัติอย่าลงะเอียด ซึ่งสามารถทำการรักษาได้หลายวิธีไม่ว่าจะเป็นการรักษาด้วยการให้ยาการผ่าตัด หรือการรักษาด้วยวิธีการอื่นๆเป็นต้น


เเม้ว่าเรื่องของการปวดท้องน้อยจะเป็นสิ่งที่พบได้มากในผู้หญิงนะคะ เเต่ก็ไม่ได้หมายความว่าอาการเช่นนี้จะไม่เกิดขึ้นในผู้ชาย  เพียงเเต่อาจจะพบความผิดปกติได้มากในผู้หญิงเสียมากกว่า  ฉะนั้นหากเกิดความผิดปกติขึ้นกับคุณไม่ว่าคุณจะเป็นเพศใดก็อย่าเพิ่งมองข้ามเเละควรไปพบเเพทย์เลยนะคะโดยเฉพาะคุณผู้หญิงทั้งหลายที่เราอาจจะต้องเน้นย้ำมากเป็นพิเศษหน่อยหมั่นสังเกตความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับคุณอย่างสม่ำเสมอเพราะหากเกิดความผิดปกติใดๆ เกิดขึ้นจริงๆ เเล้วล่ะก็คุณควรที่จะรีบไปพบเเพทย์ไม่ปล่อยทิ้งไว้มิเช่นนั้นเเล้วอาจไม่ทันท่วงทีนะคะ

ติดตามเคล็ดลับเพื่อสุขภาพอื่นๆ...คลิก>>https://www.facebook.com/health.teen/?ref=bookmarks
ติดตามYoutubeChannel...คลิก>>>www.youtube.com/c/youhealthyou-health

****เเล้วสุขภาพที่ดีจะอยู่ในมือของเราค่ะ****



indiglow