สุขภาพแบ่งปัน

แก่นตะวัน สมุนไพรควบคุมไขมัน

DREAM@ /

09 มี.ค. 62 15:03

8,063

แก่นตะวัน สมุนไพรควบคุมไขมัน

"แก่นตะวัน" (Jerusalem artichoke , sunchoke) หรือชื่ออื่นๆ เช่น  ทานตะวันหัว หรือ  แห้วบัวตอง อีกหนึ่งสมุนไพรเลื่องชื่อที่กำลังได้รับความนิยมเเละเเพร่หลายทั่วโลกเลยทีเดียว เเต่เพิ่งเป็นที่รู้จักในไทยไม่นานเท่าไหร่นัก ทำให้แก่นตะวันอาจยังไม่ใช่ชื่อที่คนไทยส่วนใหญ่คุ้นเคยนัก อีกทั้งยังไม่ใช่พืชประจำท้องถิ่นของบ้านเราด้วย เพราะแก่นตะวันเป็นพืชดอกในตระกูลทานตะวัน มีถิ่นกำเนิดอยู่ในเขตหนาวของอเมริกาเหนือ เเละมีความทนทานต่อสภาพภูมิอากาศ สามารถปลูกได้ดีในเขตร้อนด้วย ในปัจจุบันแก่นตะวันจึงมีการนำมาปลูกในบ้านเราเเละเริ่มมีความน่าสนใจมากขึ้น เมื่อมีงานวิจัยออกมายืนยันว่าแก่นตะวันมีสรรพคุณที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย อาทิเช่น ช่วยลดน้ำตาลในเลือดลอคอเรสเตอรอลได้เป็นอย่างดี เเล้วคุณผู้อ่านทุกคนอยากรู้ไหมล่ะค่ะว่านอกเหนือจากประโยชน์ที่ว่านี้แก่นตะวันยังดีเด่นในเรื่องอะไรอีก...ตามเรามาดูเลยค่ะ


แก่นตะวันคือส่วนไหน?
แก่นตะวัน ก็มาจากต้นแก่นตะวันนั่นเองค่ะ ซึ่งจะมีลักษณะมีขนขึ้นตามกิ่งเเละใบ เเต่สำหรับส่วนที่เป็นแก่นตะวันจะมีสีเหลืองสดใสคล้ายกับดอกบัวตอง เเละต้นทานตะวันเเต่จะมีขนาดที่เล็กกว่ามาก แก่นตะวันเองเป็นพืชที่มีหัวอยู่ใต้ดินคล้ายกับมันฝรั่งที่ไว้สำหรับเก็บสะสมอาหาร เเละส่วนที่เป็นแก่นตะวันนี่เองล่ะค่ะที่อัดเเน่นไปด้วยสารพัดประโยชน์


แก่นตะวันเข้ามาในประเทศไทยเมื่อไหร่?
ย้อนกลับไปเมื่อ 15 ปีที่เเล้ว รศ.ดร.สนั่น จอกลอย อาจารย์ประจำภาควิชาพืชศาสตร์เเละทรัพยากรเกษตร คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เป็นผู้ริเริ่มนำพันธุ์แก่นตะวันจากต่างประเทศมาทดลองปลูกเเละศึกษาวิจัย เเละเนื่องจากมีถิ่นกำเนิดอยู่ในเขตหนาว เเต่ก็สามารถปลูกได้ดีในเเถบร้อน เเละยังมีความสามารถในการปรับตัวตามสภาพภูมิอากาศที่เเตกต่างกันมาก มีความทนทานเเละเเข็งแกร่ง จึงให้มีชื่อนำหน้าพืชชนิดนี้ว่า "แก่น" อีกทั้งยังมีความใกล้ชิดกับต้นทานตะวันจึงมีการตั้งชื่อพืชชนิดนี้ใหม่ว่า  "แก่นตะวัน" นั่นเองค่ะ ทำให้ชื่อแก่นตะวันกลายเป็นพืชเศรษฐกิจอีกหนึ่งชนิดของคนไทยที่นอกจากจะขุดเหง้าหัวขึ้นมาขายสร้างรายได้เเล้ว ก็ยังมีดอกที่สวยงามช่วยเสริมสร้างทัศนียภาพเพื่อประโยชน์ทางด้านการท่องเที่ยวได้อีกด้วย


คุณสมบัติทางด้านโภชนาการของแก่นตะวันกับสรรพคุณในการช่วยลดน้ำหนัก
ในวงการสุขภาพถือว่าแก่นตะวันกำลังได้รับความนิยมไม่เเพ้สมุนไพรอื่นๆ เลยล่ะค่ะ โดยเฉพาะที่ร่ำลือกันว่าช่วยลดความอ้วนได้ ข้อมูลในเรื่องนี้สถาบันวิจัยโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดลได้ศึกษาพบว่า "แก่นตะวัน" เมื่อผ่านการปรับปรุงสายพันธุ์เป็นไทยเเล้วก็ยังคงให้ประโยชนในการช่วยลดความอ้วนได้เป็นอย่างดีเเละยังมีประโยชน์เหนือว่าพืชหลายชนิดที่เราคุ้นเคยอีกด้วย 

"...แม้แก่นตะวันจะเป็นพืชที่มีหัวอุดมไปด้วยแป้ง คาร์โบไฮเดรต เหมือนพืชมีหัวทั่วไป แต่แป้งในหัวแก่นตะวันเป็นแป้งที่ไม่ธรรมดา ไม่เหมือนแป้งในหัวมันอย่างอื่น  ที่กินไปแล้วร่างกายจะย่อยสลายดูดซึมเข้าไปสะสมเป็นไขมันทำให้อ้วน เพราะแป้งในหัวแก่นตะวันมีอินนูลินและฟรุคโตโอลิโกแซคคาไรด์ ร่างกายย่อยสลาย ดูดซึมไม่ได้มันทำให้แป้งของแก่นตะวัน กลายเป็นใยอาหารที่เข้าไปช่วยทำความสะอาด เก็บกวาดของเสียในระบบทางเดินอาหารได้เป็นอย่างดี กินเข้าไปแล้ว รู้สึกอิ่มและขับถ่ายได้ดี..."


ดร.ครรชิต จุดประสงค์ นักวิชาการประจำสถาบันโภชนาการให้ข้อมูลว่า.....แก่นตะวันมีสรรพคุณโดดเด่นในการช่วยลดความอ้วนในขณะที่พืชชนิดอื่นที่คนไทยรู้จักกันดีอย่าง เม็ดเเมงลัก หญ้าหมาน้อย หัวบุก ที่คนไทยต่างรู้จักกันดีไม่มี เนื่องจากหลังจากที่มันถูกกัดเคี้ยวเเละกลืนลงกระเพาะอาหาร เเละไปย่อยสลายให้ร่างกายดูดซึมในลำไส้เล็กจนกลายเป็นใยอาหารเเล้วถูกบีบให้ไหลขับเคลื่อนไปสู่ลำไส้ใหญ่เตรียมขับถ่ายออกมาเป็นอุจจาระ ซึ่งเมื่อมาถึงขั้นนี้ ถ้าเป็นพืชใยอาหารที่ช่วยลดความอ้วนชนิดนี้  หน้าที่เเละประโยชน์ก็จะจบลงในขั้นตอนนี้เเต่สำหรับแก่นตะวันเมื่อมาถึงลำไส้ใหญ่ก็ยังคงมีฤทธิ์มีประสิทธิภาพทำงานให้กับร่างกายได้อีก เนื่องจากปกติเเล้วลำไส้ของคนเราจะมีภาวะเป็นด่างมีค่า pH 7 - 8  ซึ่งเป็นภาวะที่เเบคทีเรียไม่ดี เป็นเเบคทีเรียที่ก่อให้เกิดโรคเจริญเติบโตได้ดี  ซึ่งเมื่อกากใยอาหารของเเก่นตะวันมาถึงลำไส้ใหญ่ก็จะทำให้ภาวะลำไส้ใหญ่ที่เป็นด่างเเละกลายเป็นกรดอ่อนๆนอกจากได้ทำลายเเบคทีเรียไม่ดีเเล้วก็ยังทำให้จุลินทรีย์ที่ดีมีประโยชน์ต่อร่างกายต่อไป นี่จึงเป็นเหตุผลดีๆ ที่พืชลดความอ้วนชนิดอื่นไม่มี

แก่นตะวันช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจเเละหลอดเลือด
เนื่องจากส่วนหัวของ แก่นตะวันจะมีสารอินนูลิน (Inulin) ที่เต็มไปด้วยน้ำตาลฟรักโทสโมเลกุลยาว จึงเป็นพืชพรีไบโอติกที่มีเส้นใยสูงมาก ดังนั้นเมื่อรับประทานเข้าไป สารดังกล่าวจะเข้าไปช่วยยึดไขมันในเส้นเลือด ไม่ว่าจะเป็นคอเลสเตอรอล ไตรกลีเซอไรด์ หรือ LDL ที่เรารับประทานเข้าสู่ร่างกายมากเกินไปทิ้งออกทางอุจจาระจึงเป็นการช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจเเละหลอดเลือดได้เป็นอย่างดี 


แก่นตะวันช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันที่ดีให้ร่างกาย
แก่นตะวันช่วยลดการติดเชื้อ เพราะสารอินนูลินจะช่วยลดปริมาณของเเบคทีเรียที่ทำให้เกิดโรคในระบบทางเดินอาหาร เช่น เชื้ออี.โคไล (E.Coli) เเละโคลิฟอร์ม (Cliforms) เเต่ในขณะเดียวกันแก่นตะวัน เองก็จะเข้าไปเพิ่มการทำงานของเเบคทีเรียที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายก็คือ บิฟิโดเเบคทีเรีย (Bifidobacteria) เเละเเคโตบาซิลัส (Lactobacillus)  ให้เจริญเติบโตได้ดีมากยิ่งขึ้น

แก่นตะวันกับประโยชน์ในการช่วยควบคุมน้ำหนัก
ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่า แก่นตะวันมีสารประกอบเชิงซ้อนกลุ่มคาร์โบไฮเดรตที่ให้พลังงานต่ำกว่าคาร์โบไฮเดรตทั่วไป มีลักษณะคล้ายแป้ง แต่ก็ยังมีคุณสมบัติในการรักษาสมดุลของสารอาหารที่รับประทาน โดยสามารถรับประทานได้มากขึ้น ช่วยรักษาระดับพลังงานให้คงที่ได้ ทำให้รู้สึกอิ่มนานซึ่งไม่เหมือนกับแป้งทั่วไปที่ร่างกายย่อยสลายแล้วถูกดูดซึมเข้าไปสะสมเป็นไขมันแล้วทำให้อ้วน จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่กำลังประสบปัญหาภาวะน้ำหนักเกิน


ช่วยกระตุ้นการดูดซึมของแร่ธาตุอีกหลายชนิด 
สำหรับประโยชน์ของแก่นตะวันก็คือ การช่วยปรับสภาพของลำไส้ให้เหมาะสมต่อการดูดซึมแร่ธาตุบางชนิดที่ไม่สามารถดูดซึมได้ในลำไส้เล็ก และยังช่วยให้ลำไส้ใหญ่สามารถดูดซึมแร่ธาตุที่มีประโยชน์ต่อร่างกายได้เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วยดูดซึมธาตุแคลเซียมได้มากถึงร้อยละ 20% รวมไปถึงธาตุเหล็ก ฯลฯ

แก่นตะวันช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่
การรับประทานแก่นตะวันช่วยให้การทำงานของลำไส้ให้เป็นปกติ เเละยังช่วยในการบำรุงสุขภาพของลำไส้ใหญ่ได้เป็นอย่างดี  เพราะผู้ที่ได้รับสารอินนูลินเป็นประจำจะทำให้ลำไส้ใหญ่จะทำให้ลำไส้ใหญ่มีเเบคทีเรียที่เป็นตัวก่อโรคลดลง จึงทำให้เเบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของการเกิดแก๊สกลิ่นเหม็นในร่างกายลดลง หรือเเบคทีเรียที่กินซากเนื้อสัตว์ตัวสร้างสารก่อมะเร็งในลำไส้ใหญ่อย่างอีโคไลก็ลดน้อยลง ดังนั้นแก่นตะวันจึงช่วยความเสี่ยงต่อการเกิดอาการท้องผูกเเละมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้เป็นอย่างดี


แก่นตะวันช่วยลดน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยโรคเบาหวาน
ก็ประโยชน์ของเจ้าอินนูลินในแก่นตะวันอีกนั่นเเหละค่ะ ที่มีประโยชน์ในการช่วยดูดซับน้ำเเละน้ำตาลที่มีลักษณะเป็นเจล ทำให้ร่างกายดูดซึมน้ำตาลได้ช้าเเละน้อยลง ซึ่งร่างกายของเราไม่มีเอนไซม์ที่จะย่อยอินนูลิน ดังนั้นเมื่อเราทานแก่นตะวันเข้าไปจึงไม่ได้เข้าไปเพิ่มระดับน้ำตาลในเลือดอีกทั้งเมื่อคุณรับประทานแก่นตะวันเข้าไปเเล้วจะทำให้รู้สึกอิ่มนอกจากเเคลอรี่ต่ำเเล้ว ก็ยังอันเนื่องมาจากการมีคุณสมบัติการเป็นใยอาหารของอินนูลิน ทำให้ทานอาหารอย่างอื่นได้น้อยลง ทำให้ร่างกายได้รับน้ำตาลน้อยลงไปด้วย

เป็นยังไงกันบ้างค่ะคุณผู้อ่านที่น่ารักทุกคน ได้ทราบถึงประโยชน์ของแก่นตะวันกันไปเเล้วประโยชน์รอบด้าน สรรพคุณไม่ด้อยเป็นรองใครขนาดนี้น่าสนใจมากเลยใช่ไหมล่ะค่ะเเละสำหรับใครที่ยังไม่เคยได้ลองสัมผัส ขอบอกเลยค่ะว่าหลังจากนี้คุณอาจต้องหามาลิ้มลองรสชาติกันบ้างเเล้ว หัวของแก่นตะวันมีลักษณะคล้ายมันฝรั่ง เเต่ก็มีรสชาติหวานกรอบเหมือนมันแกว กระซิบบอกได้เลยว่าสามารถรับประทานได้ทั้งเเบบสดหรือนำไปปรุงสุกก็ได้เลยนะคะ หรือวิธีการรับประทานเเบบเบสิกที่สุด**เเนะนำให้นำไปทานคู่กับน้ำพริกรสเด็ดสักถ้วย รับรอบว่าได้ประโยชน์ไปเเบบเต็มๆ เลยล่ะค่ะ นอกจากได้ลดความอ้วนกันเเล้วเเน่นอนว่าประโยชน์อื่นๆของ  แก่นตะวันคุณก็จะได้รับอย่างเต็มที่เเน่นอนหรือจะปลูกเอง (ปลูกง่ายให้ผลเร็ว)กินเอง ประหยัดได้อีกด้วยนะคะเนี่ยยยยย!!!  

ขอบคุณข้อมูล:  http://med.mahidol.ac.th

ติดตามเคล็ดลับเพื่อสุขภาพ...คลิก>> https://www.facebook.com/youhealth.info/
ติดตามช่องyoutubechannel...คลิก>> www.youtube.com/c/youhealthyou-health

indiglow