วาไรตี้

7 เคล็ดลับแก้รอยฟกช้ำ ฉบับมนุษย์ซุ่มซ่าม

DREAM@ /

11 มี.ค. 62 08:03

19,533

7 เคล็ดลับแก้รอยฟกช้ำ ฉบับมนุษย์ซุ่มซ่าม

ลองคิดดูซิค่ะว่า ในช่วงชีวิตหนึ่งของเราคุณจะต้องพบเจอกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันมากเเค่ไหน? ยิ่งใครเป็นหนุ่มๆสาวๆ สายซุ่มซ่ามอยู่เเล้ว จับโน้นก็เจ็บตัว จับนี่ก็เจ็บตัวเเทบนึกไม่ออกเลยนะคะว่า ตามตัวของคุณจะมีบาดเเผลหรือรอยฟกช้ำดำเขียวอยู่มากมายเเค่ไหน ไหนจะเดินชนขอบโต๊ะ ไหนจะโดนชนโน่นชนนี่เอย เเบบนี้ปล่อยไว้ก็ต้องกลายเป็นรอยฟกช้ำอย่างเเน่นอนเเม้ว่ารอยช้ำๆ จ้ำๆนี้จะไม่ได้ทำให้ร่างกายของเราเกิดอาการเจ็บปวดใดๆ เเต่ก็ทำลายความมั่นใจของเราได้ ขืนใครมาเห็นเข้าไม่อภิรมย์สายตาเเน่ วันนี้เรามี 7 วิธีการเเสนง่ายที่จะช่วยแก้รอยฟกช้ำให้หายไปอย่างรวดเร็วมาฝากกันพร้อมเเล้วไปดูเลยจ้า 

วิธีการประคบ นิยมนำมาใช้ดูเเลปัญหาเรื่องรอยฟกช้ำที่ดีทีเดียวค่ะ มาเริ่มกันที่การประคบร้อนกันก่อนนะคะ ซึ่งการประคบร้อนเหมาะกับรอยฟกช้ำที่เกิดขึ้นนานกว่า 2 วันขึ้นไปให้ลองใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นมาประคบบริเวณที่เกิดรอยช้ำ เพราะจะช่วยให้เนื้อเยื่อบริเวณนั้นเกิดการคลายตัว เเละเลือดไหลเวียนได้เป็นอย่างดี ทำวันละ 3-4 ครั้งเเละใช้เวลาในการประคบต่อครั้งประมาณ 15-20 นาที รอยฟกช้ำจะค่อยๆ หายไปค่ะ


ประคบร้อนกันไปเเล้ว มาดูขั้นตอนวิธีการประคบเย็นกันบ้างดีกว่าค่ะ สำหรับวิธีการประคบเย็นเหมาะกับรอยฟกช้ำที่เกิดขึ้นใหม่ๆ โดยเฉพาะหากมีอาการปวดร่วมมาด้วยวิธีการประคบเย็นก็จะช่วยได้เป็นอย่างดี อาจเลือกใช้เป็นน้ำเเข็งหรือเจลเย็น ทำวันละ3-4 ครั้งเเละใช้เวลาประคบต่อครั้งประมาณ 15-20 นาทีการประคบเย็นจะช่วยให้รอยฟกช้ำหดตัว ลดอาการบวม เเละบอกลารอยช้ำไปได้เลยล่ะค่ะ 


3. พันผ้าบริเวณที่เกิดรอยช้ำ
สำหรับสาวๆ จอมซุ่มซ่ามทั้งหลายที่เพิ่งไปสร้างรอยฟกช้ำมาใหม่ๆ เเล้วล่ะก็ บวกกับอาจจะได้รอยขนาดใหญ่เเละสีเข้มมาด้วยนั้นให้ลองพันผ้ามาพันรอบๆ รอยช้ำให้เเน่นพอประมาณ เพื่อป้องกันเนื้อเยื่อเเละเส้นเลือดถูกกระทบกระเทือนจากปัจจัยภายนอก เเละรีบประคบเย็นให้เร็วที่สุดเลยนะคะ


4.  เจลว่านหางจระเข้
เราเชื่อว่าสาวๆ หลายคนคงจะต้องมีไอเท็มเด็ดอย่าง เจลว่านหางจระเข้ติดบ้านไว้บ้างเเหละใช่ไหมค่ะ ถ้างั้นก็ต้องหยิบมาใช้จัดการปัญหานี้ได้เลยนะคะ เพราะเจลว่านหางจระเข้ช่วยลดอาการอักเสบ คุณสาวๆ ทั้งหลายจึงสามารถนำมาใช้เพื่อแก้รอยฟกช้ำดำเขียวของคุณได้เลย ทาเจลบางๆลงบนรอยฟกช้ำที่คุณเป็น เเละทิ้งเอาไว้ไม่ต้องล้างออก หมั่นทำเป็นประจำสักหน่อยรอยฟกช้ำกวนใจก็จะจางลงไปอย่างเเน่นอนค่ะ


5. สับปะรดก็ช่วยได้
หลายคนเเทบไม่อยากเชื่อ เเต่ขอบอกเลยค่ะว่าประโยชน์ของสับปะรดไม่ได้ดีเด่นเเค่ในเรื่องของรสชาติที่ชวนให้ลิ้มลองเท่านั้น เพราะสับปะรดยังมีเอนไซม์โบมีเลน ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่ช่วยลดการอักเสบของร่างกาย ช่วยลดรอยฟกช้ำดำเขียวได้เป็นอย่างดี งานนี้ต้องลองหาสับปะรดมารับประทานดูบ้างเเล้วล่ะค่ะ หรือใครจะนำสับปะรดมาพอกไว้บริเวณที่เป็นรอยช้ำก็ช่วยได้เหมือนกัน


6. กินอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินซีเเละฟลาโวนอยด์
บางทีบำรุงเเละดูเเลรอยฟกช้ำต่างๆจากภายนอกอย่างเดียวก็อาจไม่เพียงพอนะคะ ลองบำรุงจากภายในกันบ้างดีกว่าค่ะ  เพราะประโยชน์จากวิตามินซีจะช่วยสร้างคอลลาเจนให้กับร่างกาย ช่วยให้หลอดเลือดเเข็งตัว ลดรอยฟกช้ำดำเขียวได้สบายเลยล่ะค่ะ ซึ่งอาหารที่มีวิตามินเหล่านี้ก็ได้แก่  พวกผักผลไม้ที่ให้วิตามินซีสูงทั้งหลายนั้นเองค่ะ ไม่ว่าจะเป็น มะนาว ส้ม ผักใบเขียวพริกหยวกหรือสับปะรด เป็นต้นค่ะ


7. ลองใช้ดินสอพองเเละน้ำมะนาว
สองวัตถุดิบที่สำคัญทั้งสองอย่างนี้จะเข้ามาแก้ปัญหารอยฟกช้ำดำเขียวที่เกิดขึ้นกับคุณได้ ส่วนวิธีการนั้นก็ไม่ได้ยุ่งยากอะไรเลยนะคะ เพียงนำดินสอพองเเละน้ำมะนาวมาผสมเข้ากันจนเป็นเนื้อครีม หลังจากนั้นก็ให้ทำการประคบเย็นเเล้วนำดินสอพองกับน้ำมะนาวที่ผสมเตรียมไว้เเล้วมาทาลงไปที่รอยช้ำ พอกทิ้งไว้สักพัก หลังจากนั้นจึงค่อยล้างออก วิตามินซีจากมะนาวเเละสรรพคุณในการช่วยลดร่องรอยดำจากผิวหนังจะช่วยทำให้รอยฟกช้ำของคุณนั้นค่อยๆ เลือนหายไปอย่างเเน่นอนค่ะ


เป็นยังไงกันบ้างค่ะ สำหรับวิธีการแก้ปัญหากวนใจจากรอยฟกช้ำที่ต่อไปนี้หากคุณประสบกับมันโดยไม่ได้ตั้งใจอีกล่ะก็ อย่าลืมนำเคล็ดลับในการช่วยแก้ปัญหารอยฟกช้ำไปใช้ได้เลยนะคะ เเต่ทางที่ดีอย่าพยายามให้มันเกิดขึ้นดีกว่านะคะ สาวๆ ผู้ซุ่มซ่ามทั้งหลาย!!!

indiglow