ติดต่อโฆษณา 
menu

ความงาม

เเพ้ลิปสติก ทำยังไงดี?

DREAM@ /

27 มี.ค. 62 15:03

5,573

เเพ้ลิปสติก ทำยังไงดี?

เเทบจะเป็นไปไม่ได้เลยนะคะ ที่ผู้หญิงเราจะปฏิเลิปสติกสธการเเต่งหน้าเวลาที่ต้องออกไปไหนมาไหน เพราะนอกจากจะช่วยให้คุณดูดีขึ้นเเเล้ว การเเต่งหน้าก็เหมือนได้เป็นการเพิ่มความมั่นใจให้กับเราได้อีกด้วย เเต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเมื่อใช้เครื่องสำอาง  สิ่งหนึ่งที่จะตามมาด้วยเสมอ นั่นก็คือ  การเเพ้เครื่องสำอางนั่นเองค่ะ อาการเเพ้เครื่องสำอางพบได้บ่อยขึ้นทุกวัน  ซึ่งถ้าพูดถึงเเล้วก็ถือว่าเป็นไอเท็มเครื่องสำอางลำดับต้นๆ ที่พบการเเพ้ได้เช่นกันเพราะส่วนใหญ่จะพบว่าสารกันบูด กลิ่นรสชาติเเละลาโนลิน เป็นสารก่อภูมิเเพ้หลักของลิปสติก ดังนั้นเเล้วเมื่อคุณทราบว่าคุณเเพ้สารใด ก่อนซื้อลิปสติกก็ควรอ่านฉลากส่วนผสมหลักข้างกล่องก่อนทุกครั้ง เพื่อเป็นการป้องกันการซื้อลิปสติกที่อาจทำให้เกิดการเเพ้ซ้ำนั่นเองค่ะ วันนี้เราขอชวนทุกคนไปดูสาเหตุเเละควรทำอย่างไรกับอาการเเพ้ลิปสติกไปด้วยกันค่ะ 


อาการส่วนใหญ่ที่จะเกิดขึ้นเมื่อคุณแพ้ลิปสติก
มาลองสำรวจไปด้วยกันเป็นการเบื้องต้นกันเถอะค่ะว่า คุณมีอาการเหล่านี้กันหรือเปล่า เช่น คันริมฝีปาก ริมฝีปากเกิดอาการบวมทั้งบนเเละล่างรู้สึกเเสบริมฝีปาก มีผื่นเเดงเกิดรอบบริเวณปาก  การเเพ้ลิปสติกจะเกิดภายหลังการทาเพียงไม่กี่ชั่วโมง ริมฝีปากก็จะเริ่มบวมเเดงเเละเกิดอาการคัน ผื่นอาจรุนเเรงจนเกิดเป็นตุ่มน้ำใสเเล้วเเตกออกเป็นน้ำเหลืองเเห้งกรัง การเเพ้ลิปสติกจะพบรอยผื่นเฉพาะบริเวณริมฝีปากที่ทาเท่านั้น ถ้าผื่นเกิดลุกลามออกนอกริมฝีปากมักเป็นสาเหตุอื่นๆ มากกว่าการเเพ้ลิปสติก ถ้าอาการเเพ้เรื้อรัง รอยผื่นก็จะเเห้งเป็นขุยเเล้วเเตกเป็นร่องได้

ผื่นเเพ้ลิปสติกเเบบอักเสบจากการสารก่อภูมิเเพ้จะพบได้น้อย เเต่ปัญหาของริมฝีปากที่พบบ่อยส่วนใหญ่เกิดจากสารที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองจนมีผลทำให้ริมฝีปากแห้ง เกิดการเเตกเป็นขุย เป็นสะเก็ด จนหลายคนเกิดความเข้าใจว่าผื่นที่ริมฝีปากนั้นมาจากการเเพ้ลิปสติก ลิปสติกจึงกลายเป็นอีกหนึ่งจำเลย เพราะจริงๆ  เเล้วอาการผื่นที่ริมฝีปากมักเกิดจากสาเหตุอื่นๆได้เหมือนกัน

เพราะริมฝีปากของเราถูกรบกวนจากความร้อนจัด เย็นจัด เเสงเเดด การเม้มกัด เลียริมฝีปาก นิสัยเเคะ แกะ เเละดึงขุยบ่อยๆ  ทำให้ไปรบกวนการซ่อมเเซมตัวเองของผิวหนัง จึงอยู่ในสภาพเเห้งเเตกตลอดเวลานั้นเองค่ะ โดยปกติเเล้วในชั้นผิวหนังของริมฝีปาก เซลล์ผิวหนังจะสร้างใยเคราตินหนังขี้ไคลชั้นพิเศษ (stratum  Iucidum) ที่มีลักษณะเป็นแผ่นใสปกคลุม ทำให้สามารถเก็บความชุ่มชื้นได้เเละมีความยืดหยุ่นสูง เเต่ถ้าเซลล์ถูกรบกวน การสร้างเคราตินบกพร่อง เเผ่นใสดังกล่าวจะเปราะ  ฉีกขาดง่าย  เเละผิวก็ไม่สามารถเก็บความชุ่มชื้นไว้จึงแห้งเเตกก็ยิ่งดูดซึมสารระคายเคืองผ่านเข้าสู่ผิวหนังได้ง่ายซ้ำอีก


สารก่อภูมิเเพ้หรือสารระคายเคืองจากผลิตภัณฑ์เพื่อความสะอาดของช่องปาก เช่น ยาสีฟัน น้ำยาบ้วนปากที่ผสมรสชาติ  สารอุดฟัน  สารครอบฟันอาจทำให้ริมฝีปากเเห้งเป็นขุยได้  อีกทั้งยังพบอีกว่ายาสีฟันขจัดคราบจะมีฤทธิ์เป็นด่างมากกว่ายาสีฟันธรรมดาทั่วไป ดังนั้นถ้าคุณใช้งานติดต่อกันนานอาจจะทำให้เกิดการระคายเคืองผิวได้ 

นอกจากนี้เเล้วการเเพ้อาหารหรือผลไม้เมื่อสัมผัสริมฝีปากอาจก่อให้เกิดอาการเเพ้เเบบลมพิษเฉพาะที่ เเละเมื่อเป็นเรื้อรังริมฝีปากจะเเห้งเเตกเป็นขุยได้ ซึ่งอาจเเพ้โปรตีนในอาหารส่วนในผลไม้อาจเกิดการเเพ้ยางหรือเเพ้น้ำมันหอมระเหย เช่น น้ำมันสะระเเหน่ น้ำมันจากผิวส้ม มะม่วง สับปะรด ถั่วลิสง เป็นต้นค่ะ 


นอกจากการหลีกเลี่ยงการใช้ลิปสติกที่มีส่วนผสมของสารระคายเคืองต่างๆ เเล้ว วันนี้เราขอหิ้วเอาเคล็ดลับเด็ดๆ ในช่วยบรรเทาหรือนรักษาอาการเเพ้ลิปสติก เช่น เมื่อเกิดอาการบวมลองใช้เเพ็คน้ำเเข็งมาประคบบริเวณที่บวมสักประมาณ 5 - 10 นาที หลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่จะเข้าไปรบกวน ริมฝีปากทั้งหลาย เช่น การสครับริมฝีปาก หรือลิปสติกที่มีส่วนผสมของน้ำหอมซ้ำเติมเข้าไปอีก เเต่หากคุณลองสารพัดวิธีเเล้วก็ยังไม่มีวี่เเววว่าอาการของคุณจะดีขึ้นเเล้วล่ะก็ควรไปพบเเพทย์จะดีที่สุดนะคะ

 

รู้ไหมค่ะว่าโอกาสที่ผู้หญิงจะเเพ้สารในลิปสติกนั้นสามารถพบได้บ่อยๆ เช่นเดียวกับสาเหตุอื่นๆ ดังนั้นหากคุณมีอาการเเพ้ที่ริมฝีปากคุณก็ต้องสังเกตอาหารการกิน หรือสิ่งต่างๆ ที่คุณใช้งานให้ดี เเต่ถ้าไม่ทราบจริงๆ เเล้วล่ะก็ อาจจะต้องใช้การสันนิษฐานเเล้วนำผลิตภัณฑ์เหล่านั้นมาทดสอบสารก่อภูมิเเพ้ รวมไปถึงการสังเกตเเละดูให้ดีก่อนซื้อ พยายามหลีกเลี่ยงหากรู้ว่าในลิปสติกนั้นมีส่วนผสมที่คุณเเพ้ หรือลองไปปรึกษาเเพทย์ผิวหนังก็น่าจะช่วยแก้ปัญหาเรื่องนี้ได้เหมือนกันค่ะอาการเเเพ้ลิปสติกได้อีกทางหนึ่งนะคะ
ขอบคุณข้อมูล:  engage.mims.com/healthtoday-thailand-february-2018

ติดตามเคล็ดลับเพื่อสุขภาพความงาม...คลิก> https://www.facebook.com/youhealth.beauty/


indiglow