สุขภาพแบ่งปัน

กินอาหาร บำบัดอาการ "ร้อนใน"

DREAM@ /

02 เม.ย. 62 16:04

6,685

กินอาหาร บำบัดอาการ "ร้อนใน"

แผลร้อนในใครจะอยากเป็นจริงไหมล่ะค่ะ  ในช่วงชีวิตหนึ่งของคุณอาจจะเคยสัมผัสกับการเป็น "ร้อนใน"  กันเป็นธรรมดาอยู่เเล้ว จริงไหมล่ะค่ะ บางทีเราก็มันก็เกิดขึ้นเองเฉยๆ ชนิดที่เราไม่ทันตั้งตัว  หลายคนคิดว่าเรื่องนี้เดียว มันมาเดี๋ยวมันก็ไป เเต่เชื่อว่าเจ้าปัญหาเล็กๆ อย่างร้อนในเองก็กลับกลายเป็นปัญหาใหญ่โตได้เหมือนกัน  ดิฉันคนหนึ่งล่ะค่ะขอบอกว่าเห็นด้วยอย่างที่สุด โดยเฉพาะตอนที่เป็นแผลร้อนในเเล้วแปรงฟันไปโดน หรืออาหารที่เคี้ยวเข้าไปกระทบกระทั่ง เจ็บเว่อร์วังอลังการกันเข้าไปใหญ่  วันนี้  you-health  เลยขอหยิบเรื่องราวใกล้ตัวอย่างอาการร้อนในมาบอกกล่าวไปยังทุกคนกันค่ะ เจ้าร้อนในที่ว่านี้มันมีต้นสายปลายเหตุมาจากอะไร  หรือมีอาหารอะไรบ้างที่ช่วยบรรเทาอาการรุนเเรงของร้อนใน  ตามเราไปดูกันค่ะ


เราทุกคนไหม? ที่มีโอกาสเกิดแผลร้อนใน ?
รู้ไหมค่ะว่าจริงๆ เเล้วเราทุกคนก็มีโอกาสที่จะเกิดแผลร้อนในได้เหมือนกันทุกคน ซึ่ง 80%ของผู้ป่วยมีอายุน้อยกว่า 30 ปี โดยเฉพาะช่วง 10 - 19 ปี จะเป็นลดลงเมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น ผู้ที่เคยเป็นแผลร้อนในก็มีโอกาสเป็นซ้ำภายในระยะเวลา 3 เดือน เเต่ก็มีบางส่วนที่เป็นบ่อยกว่า 1 ครั้งต่อเดือน

ร้อนในมาจากไหน?
สาเหตุของการเกิดแผลร้อนในเเม้จะยังมีสาเหตุที่ไม่เเน่ชัด  เเต่คนที่เป็รส่วนใหญ่ก็มักจะมาจากการได้รับบาดเจ็บ เช่น เผลอไปกัดโดน หรือแปรงฟันไปโดน การรับประทานอาหารที่เป็นของเเข็งหรือกรอบเเล้วชิ้นอาหารไปทิ่มโดนเยื่อบุช่องปากทำให้เกิดแผลร้อนในขึ้นมา  ส่วนสาเหตุอื่น ก็อาจเกิดจากพันธุกรรมซึ่งพบว่า30 - 40% ของผู้ป่วยก็จะมีประวัติคนในครอบครัวเป็นร้อนใน บางคนก็อาจจะเกิดจากเชื้อไวรัส เรื่องของภาวะภูมิคุ้มกันที่ต่ำลง เชื้อเเบคทีเรีย  ความเครียด  การขาดวิตามิน ความเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน เป็นต้น


นอกจากนี้อาจมีอาการเป็นร้อนในเนื่องจากการขาดสารอาหารได้อีกด้วย ซึ่งสาเหตุสำคัญของการเกิดร้อนในเนื่องจากการขาดสารอาหารนั้น  พบว่ามีความเกี่ยวข้องกับการขาดธาตุเหล็ก  กรดโฟลิก สังกะสี เเละวิตามินบี1 วิตามินบี 2 วิตามินบี 6 เเละวิตามินบี 12 รวมไปถึงวิตามินซีด้วย  นอกจากการขาดสารอาหารข้างต้นจะกระตุ้นให้เกิดแผลร้อนในได้เเล้วก็ยังเกิดแผลร้อนในก็กระตุ้นให้เกิดการขาดสารอาหารได้เช่นเดียวกัน


อาหารบำบัดร้อนใน
วันนี้เราขอชวนคุณมาดูอาหารที่ช่วยบำบัดอาการร้อนใน  วิธีการรักษาแผลร้อนในที่เริ่มต้นได้ด้วยตัวของคุณเอง การรักษาเเผลร้อนในไม่ว่าคุณจะเริ่มดูเเลตัวของคุณเองหรือการรักษาโดยเพทย์ โดยส่วนใหญ่เเล้วก็มุ่งที่จะช่วยลดอาการเจ็บปวด  ลดจำนวนเเละขนาดขของแผลก่อนเป็นหลัก  ซึ่งเราสามารถดูเเลตัวเองได้จากข้อปฏิบัติเเละเลือกรับประทานอาหารที่ช่วยบำบัดอาการร้อนในได้เป็นอย่างดีดังต่อไปนี้ค่ะ


หลีกเลี่ยงการรับประทานที่ให้รสจัด  เช่น เค็ม เผ็ดเปรี้ยวจัด  หรืออาหารที่มีฤทธิ์เป็นกรด เช่น น้ำผลไม้ มะนาว มะเขือเทศ น้ำอัดลม รวมถึงอาหารร้อนเเละเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์  เพราะนั่นจะยิ่งทำให้อาการเจ็บปวดนั่นเพิ่มมากขึ้น เเละหันไปเลือกรับประทานอาหารรสอ่อน รสจืด เพื่อลดการระคายเคืองต่อช่องปากของเรานี่เองล่ะค่ะ พยายามเลือกรับประทานที่ให้วิตามินบี 12 เเละโฟเลตอย่างเพียงพอเพราะจะช่วยลดอาการปวด จำนวน รวมไปถึงการเกิดแผลในช่องปากได้เป็นอย่างดีนั่นเองค่ะ


อีกทั้งผู้ป่วยควรดื่มนมพร่องมันเนย 1 แก้วหรือโยเกิร์ต  1 ถ้วยต่อวัน ไข่ 1 ฟองต่อวัน เนื้อปลาหรือเนื้อสัตว์ไขมันต่ำ 6 ช้อนกินข้าวต่อวัน เต้าหู้ถั่วเหลือง 1 หลอด หรือ 1 แผ่นเเละถั่วธัญพืชอีก 1 กำมือต่อวัน  เพื่อให้ได้มั่นใจว่าเราจะได้รับวิตามินบี 12  เเละโฟเลตอย่างเพียงพอเเน่นอนค่ะ  ให้หลีกเลี่ยงอาหารที่มีโปรตีนจากนมวัวเเละโปรตีนจากข้าวสาลี(กลูเตน) เนื่องจากผู้ป่วยแผลในปาก  25 % จะมีอาการดีขึ้นเมื่องดอาหารดังกล่าว  พยายามดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพออย่างน้อย 8 - 10 แก้วต่อวัน  เเละที่สำคัญคือต้องพักผ่อนให้เพียงพอ นอกเหนือจากนี้ให้คุณหมั่นดูเเลสุขภาพช่องปาก โดยเลือกแปรงสีฟันที่มีขนอ่อนนุ่ม  ภายหลังจากการแปรงก็ควรใช้น้ำยาบ้วนปากที่ไม่ทำให้เกิดอาการอักเสบ หรือเเสบร้อน หรือจะใช้เป็นน้ำเกลือก็ได้นะคะ เเละใช้ไหมขัดฟันเป็นประจำเพื่อป้องกันการติดเชื้อในช่องปาก 



อีกทั้งผู้ที่เกิดแผลร้อนในช่องปากก็ให้ระมัดระวังการบาดเจ็บช้ำ เช่น ไม่รับประทานอาหารที่มีเนื้อสัมผัสกรอบ เเข็ง เพื่อเป็นการป้องกันอาหารเข้าไปทิ่มเเทงเเล้วโดนแผล หากเป็นแผลที่เกิดจากการโดนอุปกรณ์ในช่องปากเสียดสี เช่น เหล็กจัดฟัน  หรือฟันปลอมก็ควรได้รับคำปรึกษาจากทันตเเพทย์ก่อนเพื่อหาเเนวทางแก้ไข


ส่วนในผู้ที่ยังไม่เกิดอาการร้อนในซึ่งก็ไม่เเน่ว่ามันอาจจะเกิดขึ้นกับคุณในไม่ช้านี้  ก็สามารถป้องกันแผลร้อนในกวนใจคุณได้เหมือนกันนะคะ ด้วยวิธีการง่ายๆ เลยนะคะเพียงเเค่ดูเเลตัวเองเเละพยายามรับประทานอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่ เเละเสริมวิตามินบีรวม โฟลิก ธาตุเหล็ก หรือสังกะสี หมั่นดูเเลสุขอนามัยในช่องปาก ใช้แปรงสีฟันขนอ่อนนุ่มแปรงฟันหลังอาหารเป็นประจำ ควบคู่กับการใช้ไหมขัดฟันอย่างน้อยวันละครั้ง ก็จะช่วยลดการติดเชื้อในช่องปากซึ่งอาจจะกระตุ้นให้เกิดแผลร้อนในได้ หรือในเรื่องของยาสีฟัน ก็พยายามหลีกเลี่ยงการใช้ยาสีฟันนี่ห้อเดิมซ้ำๆ เพื่อลดความเสี่ยงของการได้รับสาร sodium lauryl sulfate ตัวการสำคัญในการกระตุ้นให้เกิดแผลร้อนในที่มีการเติมลงในยาสีฟันบางชนิด 


สำหรับแผลร้อนใสามารถหายเองได้ภายใน 1 - 2 สัปดาห์ เเต่หากคุณเป็นยาวนานกว่านั้นเช่นต่อเนื่องเป็นเดือน หรือหากดูเเล้วไม่มีทีท่าว่าจะหาย เเถมยังเพิ่มจำนวนแผลใหญ่ขึ้น หรือเป็นมากขึ้นนั้น ตลอดจนมีไข้ เกิดความรู้สึกอ่อนเพลีย  หรือมีอาการอักเสบของผิวหนังบริเวณใกล้เคียงเเล้วล่ะก็ ควรไปพบเเพทย์เพื่อปรึกษา ซึ่งเเพทย์อาจจะให้ยาฆ่าเชื้อหรือยาเเก้อักเสบในรูปแบบชา ยาทา หรือยาพ่นเฉพาะที่ เพื่ออย่างน้อยก็เป็นการช่วยให้ผู้ป่วยสามารถรับประทานอาหารได้อย่างเป็นปกตินั่นเองเเต่หากคุณมีอาการรุนเเรงมากขึ้นก็ต้องทำการตรวจวินิจฉัยหาสาเหตุอื่นต่อไป

ติดตามเคล็ดลับเพื่อสุขภาพ...คลิก >  https://www.facebook.com/youhealth.info 
ติดตามช่อง youtube channel...คลิก>  www.youtube.com/c/youhealthyou-health

indiglow