สุขภาพแบ่งปัน

สาระน่ารู้! นม สุขภาพดี เราดื่มได้

DREAM@ /

03 เม.ย. 62 14:04

5,828

สาระน่ารู้! นม สุขภาพดี เราดื่มได้

ถ้าคุณยังจำกันได้ ใครๆต่างก็บอกว่า "รักใครให้ดื่มนม"  วลียอดฮิตที่ชี้ให้เห็นว่าการดื่มนมนั้นมีประโยชน์ต่อสุขภาพของเราเป็นอย่างมาก รักใครจึงให้เขาคนนั้นได้ดื่มนมก็เท่ากับเป็นการหยิบยื่นสิ่งดีๆ เเละสุขภาพเเข็งเเรงให้กับผู้นั้นด้วยเเล้วคุณล่ะค่ะ? ทุกวันนี้ยังคงดื่มนมก็อยู่หรือเปล่า? เพราะผู้ใหญ่วัยทำงาน วัยกลางคน หรือผู้สูงอายุมักจะมีความคิดที่ว่า โตเเล้วไม่ต้องดื่มนม  หรือ นมเหมาะกับเด็กๆ เท่านั้น  เเต่รู้ไหมค่ะว่าว่านมเป็นเเหล่งอาหารให้ประโยชน์กับร่างกายที่เหมาะกับคนทุกวัย นมขึ้นชื่อในเรื่องของการเป็นเเหล่งอาหารให้โปรตีนเเละเเคลเซียมที่สำคัญ เราส่วนใหญ่รู้กันเพียงว่า  ดื่มนมเเล้วช่วยเพิ่มเเคลเซียมให้ร่างกาย ทำให้กระดูกเเข็งเเรง เเต่เเท้จริงเเล้วประโยชน์ของการดื่มนมยังมีมากกว่าที่คุณคิดนะคะ  รวมไปถึงมีเรื่องอะไรบ้างที่คุณควรรู้ก่อนดื่มนม วันนี้ you-health มีข้อมูลดีๆ เกี่ยวกับการดื่มนมมาฝากกัน  พร้อมเเล้วตามมาเลยค่ะ


เเน่นอนล่ะค่ะว่าเมื่อพูดถึง  นม ใครต่อใครก็นึกถึงสารอาหารสำคัญอย่าง  แคลเซียม ที่คุณจะได้รับ ซึ่งนอกเหนือจากเเคลเซียมเเล้ว นมก็ยังประกอบไปด้วยสารอาหารมากมาย เช่น โปรตีนคาร์โบไฮเดรต วิตามินเเละเเร่ธาตุตัวอื่นๆ อีกมากมาย ดังนั้นเเม้ว่าคุณจะดื่มนมเพราะต้องการเเค่เเคลเซียมอย่างเดียวเเต่ก็จะได้รับประโยชน์พลอยได้ข้ออื่นๆ ตามมาด้วย นี่ถือว่าได้ประโยชน์เพิ่มขึ้นอีกขั้นหนึ่งเลยนะคะ


อย่างที่เราได้บอกไปเเล้วข้างต้นนะคะว่า จริงๆ เเล้วคนเราสามารถดื่มนมเข้าไปได้ตลอดช่วงชีวิตของเราเลยนะคะ ไม่จำเป็นว่าต้องเป็นเด็กเท่านั้นจึงจะสามารถดื่มนมเพื่อเสริมสร้างพัฒนาการหรือการเจริญเติบโตได้ เเต่หากถ้าพูดถึงเเคลเซียมเเล้วล่ะก็ ปริมาณเเคลเซียมที่ร่างกายควรได้รับต่อวันก็คือ 800 - 1,000 มิลลิกรัม เเต่สำหรับวัยเด็ก หรือผู้สูงอายุ อาจจะต้องการเเคลเซียมต่อวัน 1,000  มิลลิกรัม  ส่วนวัยทำงานทั่วไปก็คือ 800 มิลลิกรัมต่อวัน ยิ่งเป็นสตรีมีครรภ์หรือคุณเเม่ที่ต้องให้นมบุตรก็ควรได้รับเเคลเซียมเพิ่มขึ้นคือ 1,200  มิลลิกรัม เนื่องจากเวลาที่เราตั้งครรภ์นั้นร่างกายก็จะมีการปรับกลไกทางสรีรวิทยา ทำให้การดูดซึมของเเคลเซียมมันก็จะเยอะขึ้นโดยอัตโนมัติเลยล่ะค่ะ


อาการเเพ้นม คืออะไร ?
เราอาจเคยได้ยินกับอาการเเพ้นมทำให้ไม่สามารถดื่มนมได้  สำหรับอาการเเพ้นม เรามาเเยกอาการกันก่อนนะคะ อันดับเเรกคือ การที่เราไม่สามารถย่อยน้ำตาลเเล็กโทสในนมได้  ซึ่งเราจะเรียกว่า "ภาวะ lactose intolerance" หรือว่า ภาวะไม่ทนต่อน้ำตาลเเล็กโทส  นั่นก็คือการที่ร่างกายไม่สามารถย่อยน้ำตาลเเล็กโทสได้  เเต่ไม่ปรากฏอาการเเพ้อื่นๆ ตามมา เมื่อดื่มนมเข้าไปในปริมาณมาก ร่างกายจึงไม่สามารถย่อยได้ ตัวน้ำตาลเเล็กโทสก็จะเกิดการเคลื่อนย้ายจากลำไส้เล็กไปลำไส้ใหญ่ เมื่อเดินทางไปลำไส้ใหญ่เเล้วร่างกายไม่สามารถย่อยได้ ตัวเเบคทีเรียจะเข้ามาทำหน้าที่ย่อยสลายเอง นั่นจะส่งผลทำให้เกิดแก๊ส หรืออาการที่ทำให้รู้สึกไม่สบายท้องต่างๆ เป็นต้น

 
อีกหนึ่งอาการก็คือ อาการเเพ้โปรตีนในนม หรือ cow milk allergy สำหรับอาการนี้จะเกิดขึ้นในเด็ก เนื่องจากร่างกายจะมีการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันต่อโปรตีนในนมทำให้เกิดอาการต่างๆ ตามมา เช่น เกิดผื่น หรืออาการทางระบบย่อยอาหารหรือระบบอื่นๆ ของร่างกาย ซึ่งหากถ้าในบ้านของคุณมีเด็กที่เกิดอาการเเพ้โปรตีนในนมลักษณะดังกล่าว ก็ไม่ควรดื่มจนกว่าจะสามารถรักษาให้หาย เเต่อย่างไรก็ตามเด็กที่มีอาการเเพ้โปรตีนในนม กุมารเเพทย์หรือหมอเด็กก็จะมีเกณฑ์ในการตรวจวัดว่าให้ดื่มนมได้เท่าไหร่ ซึ่งจะอยู่ภายใต้ดุลยพินิจของทางเเพทย์นั่นเองค่ะ  


 เเต่หากถ้าเกิดการเเพ้ชนิดที่ร่างกายไม่ทนต่อน้ำตาลเเลกโทสนั้น คำเเนะนำโดยทั่วไปก็คือ การค่อยๆดื่มมีละนิด เพราะร่างกายจะค่อยๆ ผลิตเอนไซม์เเล็กเทสขึ้นมาย่อยน้ำตาลเเลกโทสได้ เช่นดื่มครั้งละ 1/4แก้ว เเล้วค่อยๆ ดื่มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ หรือจะดื่มใกล้เคียงกับเวลามื้ออาหารเพื่อให้ร่างกายสามารถย่อยนมได้มากขึ้น 
 เเต่หากดื่มนมที่มีเเล็กโทสไม่ได้  ในปัจจุบันก็นมที่ปราศจากเเล็กโทสออกมาวางจำหน่ายกันเยอะมากขึ้น ซึ่งคุณก็สามารถเลือกดื่มได้หรือจะเลือกทานเป็นโยเกิร์ตก็ยังได้เลยนะคะ เนื่องจากโยเกิร์ตก็มีการใช้เเบคทีเรียในการย่อยน้ำตาลเเลกโทสเรียบร้อยอยู่เเล้ว ทำให้ผู้ที่ร่างกายไม่สามารถย่อยน้ำตาลเเล็กโทสสามารถหันมารับประทานโยเกิร์ตได้ 

เเล้วถ้าเราดื่มนมไม่ได้ จะมีอะไรสามารถมาทดแทนได้หรือเปล่า?
โดยส่วนใหญ่เราเชื่อว่าผู้คนจำนวนมากให้ความสำคัญกับการดื่มนมก็เนื่องจากเรื่องของการต้องการเพิ่มเเคลเซียมให้กับร่างกายเป็นสำคัญ เเต่คำถามที่ตามมาก็คือ หากคุณไม่สามารถดื่มนมได้เลยเเล้วเราจะหาอาหารหรือเครื่องดื่มอะไรหรือไม่ที่สามารถเข้ามาทดเเทนการดื่มนมวัว หรือเสริมเเคลเซียมได้จากไหนได้บ้าง?  


ในทีนี้ก็จะมีนมถั่วเหลือง หรือเครื่องดื่มประเภทนมอื่นๆ เช่น นมอัลมอนด์ นมข้าวชนิดต่างๆ นมข้าวโพด เเต่สำคัญคือต้องเลือกตัวที่สามารถเสริมเเคลเซียมเข้าไปได้ด้วยนะคะ


หรือในส่วนของอาหาร ก็อย่างเช่น ปลาเล็กปลาน้อยที่เราสามารถกินได้ทั้งตัว ไม่ว่าจะเป็นหัวหรือก้างของมัน  หรือ เต้าหู้เเข็ง เนื่องจากกระบวนการในการทำเต้าหู้เเข็งมีการใช้เกลือเเคลเซียมเข้ามาเป็นองค์ประกอบด้วยทำให้คุณจะได้รับเเคลเซียมจากอาหารเหล่านี้ค่ะหรือเเหล่งอาหารที่เสริมสร้างเเคลเซียมให้กับร่างกายอีก 



ผักใบเขียวนานาชนิด เช่น บร็อกโคลี่ ผักโขม หากเปรียบเทียบว่าการดื่มนม 1 แก้วเราจะได้รับปริมาณเเคลเซียม 300 มิลลิกรัม เเต่หากคุณเลือกรับประทานผักใบเขียวอย่างเช่น  บร็อกโคลี่เเทนก็อาจจะต้องรับประทานเข้าไป 2 - 3 ถ้วยตวง หรือหากใครเลือกรับประทานผักคะน้าก็จะต้องรับประทานเข้าไปประมาณ 4 ทัพพี  หรือหากเป็นผักโขม ก็จะเท่ากับผักโขม 2 ขีด - 2 ขีดครึ่ง เป็นต้นค่ะ จึงจะมีปริมาณเเคลเซียมเท่าเทียมกับการดื่มนม 1 แก้ว  เเต่ทั้งนี้ทั้งนั้นคุณก็ต้องระวังด้วยเพราะเเม้ว่าการรับประทานผักเข้าไปเยอะๆ จะเป็นเรื่องที่ดี  เเต่หากคุณรับประทานผักซ้ำๆ เข้าไปในปริมาณเยอะๆ เพื่อต้องการจะเอาเเคลเซียมนั้น ก็อาจจะไม่เกิดความสมดุลสักเท่าไหร่หากพิจารณาในเเง่ของโภชนาการอาหาร


เเม้จะมีกระเเสการกล่าวอ้างเกิดขึ้นอยู่ในโซเชียลอยู่ระยะหนึ่งว่า เเท้จริงเเล้วการดื่มนมเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งจริงหรือไม่ สรุปเเล้วนมจะเป็นพระเอกหรือผู้ร้ายกันเเน่ข้อนี้มีข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญออกมาระบุว่า จริงๆ เเล้วการดื่มนมไม่มีส่วนสัมพันธ์กับการดื่มนม อีกทั้งในส่วนของข้อมูลจากกองทุนวิจัยมะเร็งโลก หรือ WCRF (World Cancer Research Fud) ซึ่งมีการทำวิจัยเกี่ยวกับอาหาร โภชนาการ กับการเกิดมะเร็ง จริงๆเเล้วการดื่มนมไม่ได้มีความสัมพันธ์กับการเกิดมะเร็ง ซึ่งหากจะพิจารณาเเล้วก็อาจพบความสัมพันธ์น้อยมากกับการเกิดมะเร็งต่อมลูกหมาก เเต่ถึงอย่างไรก็ตามหากวิเคราะห์เฉพาะนมวัว ก็ยังไม่พบความสัมพันธ์ระหว่างการดื่มนมกับการเกิดมะเร็งต่อมลูกหมากเเต่อย่างใด  เเต่ในทางกลับกับเรากลับพบความสัมพันธ์อย่างชัดเจนว่าการดื่มนมกับการลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ ดังนั้นหลักฐานทางวิชาการที่ระบุว่าการดื่มนมส่งผลให้เกิดมะเร็งจึงถือว่ายังไม่เพียงพอ


ถ้าพูดถึงความสำคัญของ การดื่มนมนั้น ถือว่าเป็นมีมากมายเลยจริงๆ นะคะ ดังนั้นการรับประทานเเคลเซียมให้เพียงพอจึงถือเป็นเรื่องสำคัญ มากกว่าเรื่องของการได้รับเเคลเซียม ซึ่งมีความสำคัญต่อคนทุกวัย โดยเฉพาะวัยเด็กที่ต้องการนำไปใช้เพื่อเสริมสร้างกระดูก การเจริญเติบโต ในวัยผู้สูงอายุเองก็จำเป็นต้องได้รับเเคลเซียมอย่างเพียงพอ เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดโรคกระดูกพรุนที่วัยสูงอายุนิยมเป็นกันเยอะ  เเล้วคุณล่ะค่ะวันนี้เสริมสร้างเเคลเซียมที่เพียงพอกับร่างกายเเล้วหรือยัง? ถ้ายังไปเริ่มดื่มนมด้วยกันเลยค่ะ

ติดตามเคล็ดลับเพื่อสุขภาพ...คลิก >  https://www.facebook.com/youhealth.info 
ติดตามช่อง youtube channal...คลิก >  https://www.youtube.com/c/youhealthyou-health




indiglow