ติดต่อโฆษณา 
menu

สุขภาพแบ่งปัน

ซิฟิลิส คืออะไร? ทำไมจึงกลับมาระบาดอีกครั้ง วัยรุ่นไทยต้องเฝ้าระวัง!

DREAM@ /

04 พ.ค. 62 11:05

15,617

ซิฟิลิส คืออะไร? ทำไมจึงกลับมาระบาดอีกครั้ง วัยรุ่นไทยต้องเฝ้าระวัง!

ซิฟิลิส หรือ โรคซิฟิลิส หรือที่หลายคนเรียกว่า โรคลำยอง ในละครเรื่องทองเนื้อเก้า เเต่ถึงเเม้หลายคนจะเคยได้ยินเเต่ก็ไม่รู้ว่ามันเป็นอย่างไรบ้าง โรคซิฟิลิสเป็นหนึ่งในโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ชนิดหนึ่ง ที่เกิดจากการสัมผัสเชื้อโดยตรงผ่านการมีเพศสัมพันธ์ ไม่ว่าจะเป็นช่องคลอด ทางทวารหนัก หรือทางปาก การได้รับเลือด หรือการสัมผัสกับสารคัดหลั่งจากผู้ป่วยซิฟิลิสโดยตรง ซึ่งสิ่งที่น่าเป็นห่วงเกี่ยวกับกรณีนี้ก็คือ สถิติเผยข้อมูลตัวเลขที่ทำให้เห็นว่าโรคนี้กำลังจะกลับมาระบาดหนักอีกครั้ง เเละพบมากที่สุดในกลุ่มวัยรุ่นในช่วงมัธยมปลายถึงมหาลัย ที่พบว่ามีการติดเชื้อกันเป็นจำนวนมากขึ้นโดยที่ไม่รู้ตัว จนเเพทย์ออกโรงเตือนถึงโรคนี้ วันนี้  you-health  ขอเกาะติดข่าวสารเรื่องนี้เพื่อนำสาระดีๆ มาบอกต่อกันว่าเเล้วลองตามไปทำความรู้จักเเละรับมือกับมันอย่างถูกวิธีกันดีกว่าค่ะ


โรคซิฟิลิสคืออะไร? 
อย่างที่เราได้บอกไปเเล้วข้างต้นว่าโรคซิฟิลิสนับเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่เกิดจากการติดเชื้อเเบคทีเรียชนิดหนึ่งที่เชื่อว่า ทริปโปนีมา พัลลิดุม (Treponemapallidum)ซึ่งมีขนาดเล็กมาก เเละสามารถอาศัยอยู่ได้เกือบทุกส่วนในร่างกาย โดยหากส่องด้วยกล้องจุทรรศน์ก็จะพบว่าเชื้อตัวนี้มีลักษณะเหมือนเกลียวสว่านนั่นเองค่ะ การติดเชื้อในระยะเเรกนั้นสามารถรักษาให้หายได้ง่าย เเต่ประเด็นคือหากไม่ได้รับการรักษา ก็อาจทำให้เกิดปัญหาสุขภาพร้ายเเรงตามมาได้ถึงแก่ชีวิต สิ่งสำคัญที่จะช่วยป้องกันการเเพร่กระจายของโรคซิฟิลิส ก็คือการเริ่มทำความเข้าใจเกี่ยวกับโรคนี้ให้มากขึ้น โดยเฉพาะข้อมูลที่พบว่าปัจจุบันมีผู้ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่นนั่นเองค่ะ

ภาพจากกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอน  เเสดงให้เห็นว่าเชื้อซิฟิลิสมีลักษณะเกลียว

ซึ่งกลายเป็นอีกหนึ่งข่าวสารเกี่ยวกับสุขภาพที่ทุกคนต้องกลับมาให้ความสนใจอีกครั้ง เมื่อเฟซบุ๊กของโรคพยาบาลบางรัก "Bangrak STIs Center" ได้มีการเผยเเพร่บทความของ พญ.ธันยนันท์ กังวาฬพรโรจน์ ว่า  "ซิฟิลิสกลับมาระบาดอีกครั้ง"  อีกทั้งเนื้อหายังให้ข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้อีกด้วยว่า 

ซิฟิลิสพบได้ในทุกช่วงอายุ พบได้มากที่สุดในวัยรุ่น

"เมื่อ 100 ปีที่แล้ว  ซิฟิลิสเป็นโรคที่ทุกคนกลัวกันมาก เนื่องจากติดจากเพศสัมพันธ์ ตัวโรคอยู่กับเราไปตลอดชีวิต ไม่มียารักษา (ปัจจุบันมีแล้ว) และถ้าเป็นไปนานๆจะถึงซิฟิลิสระยะที่สาม  คือจะทำให้มีรอยโรคตามตัว เเละมีผลต่อระบบประสาทเเต่ในขณะนี้ในประเทศไทย โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์กลับมาแพร่ระบาดอีกครั้งแล้ว และกราฟของซิฟิลิสนั้นพุ่งทะยานเพราะมีคนติดเชื้อจำนวนมาก แต่ไม่รู้ตัวว่าติดเชื้อเนื่องจากไม่เคยตรวจโรคนี้ เเละหากดูกราฟจะพบว่าโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์พบมากที่สุดในกลุ่มของวัยรุ่น ช่วงประมาณมัธยมถึงมหาลัย อย่างไรก็ตามซิฟิลิสก็พบได้ในทุกเพศทุกวัย แม้แต่เด็กแรกเกิดที่เกิดจากแม่ที่ไม่ทราบว่าตัวเองเป็นซิฟิลิส

วัยมัธยมถึงมหาวิทยาลัย อายุ 15 - 24 ปี พบโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์มากที่สุด

อาการของซิฟิลิส หลังจากติดเชื้อผู้ป่วยจะมีแผลริมแข็ง ไม่เจ็บ ขึ้นที่อวัยวะเพศ หลังจากนั้นแผลสามารถหายได้เอง ผ่านไปสักพักจะกลายเป็นระยะที่สองคือ มีผื่นขึ้นตามฝ่ามือฝ่าเท้า บางคนขึ้นตามตัวก็ได้ มีผมร่วงเป็นหย่อมๆเหมือนโดนแมลงแทะ และแผลที่อวัยวะเพศเรียกว่า condylomalata  บางคนอาจจะไม่มีอาการอะไรเลย บางคนมีแค่บางอาการ แล้วก็หายไปในที่สุด  หลังจากนั้นเชื้อจะยังอยู่ในร่างกายเราไปเรื่อยๆ จนถึงระยะที่ 3 ที่กินเวลาไปเป็น 10 ปี กลายเป็นสภาพเหมือนลำยองในทองเนื้อเก้า เชื้อยังทำให้กลายเป็นซิฟิลิสที่หลอดเลือดหัวใจ ในสมอง กินเข้ากระดูกได้ ซึ่งในปัจจุบันสามารถทำการรักษาได้ด้วยการใช้ยา..."


ลองมารู้จักอาการในเเต่ละระยะของโรคซิฟิลิสกันให้ละเอียดกันอีกครั้งค่ะ 
ในระยะเเรกหรือระยะที่  1  ผู้ป่วยจะพบว่ามีแผลลักษณะเเข็งๆ สีเเดง ขอบนูน ที่มักเรียกว่า "แผลริมเเข็ง" ปรากฏขึ้นบริเวณบริเวณช่องคลอด ทวารหนัก องคชาติ หรือปากอาจจะเป็นเพียงเเผลนิดเดียวหรือหลายๆ แผลก็ได้ จะไม่แสดงอาการเจ็บปวดเเต่อย่างใด เเละแผลหายไปเองได้ภายใน 3 - 6 สัปดาห์ เเม้ไม่ได้รับการรักษา เเต่เชื้อเหล่านั้นจะเเฝงอยู่ในร่างกายอาการของโรคก็จะกำเริบหนักกว่าเดิมเมื่อเข้าสู่ระยะที่ 2  


ในระยะที่ 2  เมื่อเข้าสู่ระยะที่ 2 ซึ่งหากเชื้อไม่ได้รับการรักษานั้น อาการก็จะชัดเจนมากยิ่งขึ้น โดยจะมีผื่นขึ้นตามฝ่ามือเเละฝ่าเท้า อาจมีไข้ รู้สึกอ่อนเพลียผมร่วง เเละเกิดอาการปวดเมื่อยตามตัว ผื่นในระยะนี้จะยังเป็นผื่นจางๆ ทำให้ผู้ป่วยทั่วไปไม่สังเกตเห็น ในบางรายอาจมีแผลบริเวณริมฝีปาก ในปาก ในลำคอ หรือช่องคลอดเเต่ส่วนใหญ่เเล้ว ผู้ติดเชื้อในระยะนี้จะไม่มีแผลเกิดขึ้นเลย อาการในระยะที่ 2 นี้จะหายไปเองได้เเม้ไม่ได้รับการรักษาเช่นเดียวกัน เเต่อาการของโรคก็จะรุนเเรงมากขึ้นอีก เเละเชื้อก็จะเเพร่กระจายได้ง่ายในระยะนี้
ระยะแฝงเชื้อ ซึ่งจะเกิดขึ้นหลังจากอาการในระยะที่ 1 เเละ 2 ผ่านไปเเล้ว หากผู้ติดเชื้อยังไม่ได้รับการรักษา อาการของโรคก็จะหายไป เเต่ยังเเฝงอยู่ในร่างกายต่อไป เเละอยู่นานไปหลายปีหรือตลอดชีวิตโดยที่ไม่เเสดงอาการใดๆ ออกมา ก่อนจะพัฒนาไปสู่ระยะที่ 3  

ขอบคุณภาพจากละครเรื่องทองเนื้อเก้า

ซึ่งในระยะที่ 3 หรือระยะสุดท้าย เมื่อเข้าสู่ระยะนี้เเล้วยังไม่ได้รับการรักษา ผู้ป่วยประมาณ 15% จะเข้าสู่ระยะสุดท้าย เชื้อจะพัฒนาไปตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย เเละค่อยๆ ทำลายอวัยวะต่างๆ ภายในร่างกายได้แก่ สมอง เส้นประสาท ไขสันหลัง ดวงตา เส้นเลือด ตับเเละกระดูก ทำให้ผู้ติดเชื้อซิฟิลิสในระยะสุดท้ายนี้อาจมีอาการป่วยทางจิต สมองเสื่อมไม่สามารถเดินได้ตามปกติ ตัวชา ตาบอดลงทีละน้อย เเละอาจเสียชีวิตในที่สุดนั่นเองค่ะ

เราสามารถป้องกันโรคซิฟิลิสได้ด้วยการลดความเสี่ยงจากการได้รับเชื้อ โดยเฉพาะการได้รับเชื่อผ่านทางเพศสัมพันธ์  ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์กับผู้ที่เป็นโรคนี้  เเต่หากคุณเลือกที่จะมีเพศสัมพันธ์ก็จำเป็นต้องป้องกันตัวเองด้วยการใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้ง  เเละไม่เปลี่ยนคู่นอนด้วยบ่อยๆ  ในหญิงมีครรภ์ก็ควรได้รับการตรวจคัดกรองโรคเพื่อเป็นการป้องกันการส่งผ่านเชื้อไปยังทารกในครรภ์ หรือหากพบการติดเชื้อก็จะได้วางแผนการรักษาโรคได้ดีขึ้นนั่นเองค่ะ
 

โรคซิฟิลิสไม่ใช่โรคเอดส์ เเต่ก็ถือเป็นโรคที่ติดต่อได้ทางเพศสัมพันธ์ ผู้ป่วยโรคนี้เองก็มักจะไม่รู้ตัวว่าติดเชื้อ ทำให้เเพร่เชื้อไปสู่ผู้อื่นได้ง่าย ดังนั้นวิธีการป้องกันเเละรับมือได้ดีที่สุด เมื่อคุณพบว่าตัวเองมีความเสี่ยงก็อย่าเก็บความสงสัยไว้เลยนะคะ ไปตรวจเพื่อคลายข้อสงสัยเลยดีกว่า นอกจากจะเป็นการป้องกันตัวเองได้เบื้องต้นเเล้ว หากมีภาวะความเสี่ยงอะไรที่ต้องทำการรักษาจะสามารถดำเนินการได้อย่างทันท่วงทีป้องกันไว้ก่อนดีกว่ามาแก้ไขเมื่อสายเกินไปเเล้วจะดีกว่านะคะ


ขอบคุณข้อมูลเเละภาพ  :  เพจเฟซบุ๊ก Bangrak STIs Center  
(โรงพยาบาลบางรัก)

ติดตามเคล็ดลับเพื่อสุขภาพ...คลิก > https://www.facebook.com/youhealth.info 
ติดตามช่อง youtube channel...คลิก >  https://www.youtube.com/c/youhealthyou-health