สุขภาพแบ่งปัน

"กิมจิ" อาหารเกาหลี ที่มีดีมากกว่าความอร่อย!

DREAM@ /

08 พ.ค. 62 14:05

5,671

"กิมจิ" อาหารเกาหลี ที่มีดีมากกว่าความอร่อย!

เชื่อว่าทุกคนคงจะมีโอกาสได้ลิ้มลองอาหารเกาหลีกันบ้างใช่ไหมค่ะ? เเล้วถ้านึกถึงอาหารเกาหลี คุณนึกถึงอะไรกันบ้างค่ะ? เชื่อว่าชื่อเเรกที่ลอยเข้ามาในความคิดของคุณก็คือ "กิมจิ" ใช่ไหมล่ะค่ะ ต้องยอมรับว่าเทรนด์อาหารเกาหลีนั้นเข้ามามีอิทธิพลกับการรับประทานอาหารในปัจจุบันของเราเป็นอย่างมาก เเต่หนึ่งในอาหารที่เชื่อว่าคนไทยจำนวนมากรู้จักกันอย่างดี ก็คงจะหนีไม่พ้นอาหารที่เรียกว่า กิมจิ นี่ล่ะค่ะ เเต่รู้ไหมค่ะว่านอกจากรสชาติที่น่าติดใจเเล้ว อาหารยอดฮิตของเกาหลีชนิดนี้เเล้ว กิมจิก็ยังเป็น 1 ใน 5 อาหารเพื่อสุขภาพอย่างหนึ่งของโลกกันเลยทีเดียว ถ้างั้นอะไรที่ทำให้กิมจิกลายเป็นจานอาหารเพื่อสุขภาพเเล้วล่ะก็ ตามเราไปดูพร้อมกันเลยดีกว่าค่ะ   


เเต่ก่อนที่เราจะไปดูประโยชน์ดีๆ ของกิมจินั้น อยากรู้ไหมค่ะว่ากิมจินั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร?
กิมจิคืออะไร? เกิดขึ้นได้อย่างไร?
กิมจิ  (Kimchi) อาหารเกาหลีที่ถูกคิดค้นขึ้นมาจากภูมิปัญญาชาวบ้านด้วยการนำผักหลายๆ ชนิด เช่น ผักกาดขาว หัวหอม ต้นหอม เเตงกวา กระเทียม ขิง พริกเเดง มาเเช่ในน้ำเกลือก่อนคลุกเคล้ากับเครื่องปรุง หมักเอาไว้เเละนำมารับประทานเเทนผักสด เป็นอีกหนึ่งวิธีการถนอมอาหารอย่างชาญฉลาดเพื่อให้มีผักกินได้ตลอดทั้งปี สามารถนำมาประยุกต์ทานคู่กับอาหารอื่นๆ ได้หลากหลายเลยทีเดียวค่ะ 


เราคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีกับอาหารที่ชื่อ  กิมจิ ที่ทำมาจากหัวผักกาด ผ่านขั้นตอนกระบวนการเสร็จสรรพเเล้วก็จะได้หัวผักกาดที่มีสีเเดงส้มออกมา เเต่สำหรับต้นกำเนิดของกิมจินั้นเริ่มขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 7 ซึ่งสังคมเกาหลีในขณะนั้นเป็นสังคมเกษตรกรรม จึงทำให้มีพืชผลทางการเกษตรมากมาย รวมถึงสภาพอากาศของเกาหลีที่มีอากาศหนาวเย็นเอามากๆ จนทำให้ไม่สามารถปลูกพืชผักบางชนิดกินได้  การหมักดองพืชผักที่มีอยู่เพื่อเก็บไว้กินด้วยเกลือจึงเริ่มถือกำเนิดขึ้น


เเต่รู้ไหมค่ะว่าเเรกเริ่มเดิมทีนั้น กิมจิของเกาหลีไม่ได้เป็นสีส้มหรือสีเเดงหรอกนะคะ ในช่วงเเรกเป็นเพียงการหมักดองที่ใช้เพียงผักเเละเกลือในการหมักเท่านั้น เเต่กิมจิที่ออกสีเเดงอย่างที่เราเห็นในทุกวันนี้เกิดขึ้นมาหลังจากช่วงที่เกาหลีถูกญี่ปุ่นรุกรานหรือช่วงปลายรัชสมัยโชซอน ซึ่งอยู่ในช่วงราวศตวรรษที่ 17 ในช่วงที่ญี่ปุ่นได้เข้ามารุกรานเเละปกครองเกาหลี ญี่ปุ่นก็ได้นำวัฒนธรรมการปรุงอาหารด้วยพริกป่น การใช้ช้อนเเละตะเกียบ หรือเหล่าเครื่องเทศต่างๆ เข้ามาด้วย หลังจากนั้นจึงได้มีการนำพริกป่นเข้ามาหมักกิมจิร่วมกับเกลือด้วย ซึ่งเเน่นอนว่าลักษณะของกิมจิก็จะมีการเปลี่ยนแปลงไปตามยุค ตามสมัยนั่นล่ะค่ะ ซึ่งกิมจินั้นก็ไม่ได้มีเเค่กิมจิผักกาดขาวเเต่เพียงเท่านั้นนะคะ ยิ่งในเเต่ละจังหวัดของเกาหลีก็จะมีลักษณะพิเศษที่เเตกต่างกันออกไปอีกด้วย 


อยากรู้เเล้วใช่ไหมล่ะค่ะว่า กิมจินั้นมีประโยชน์อื่นๆ อย่างไรบ้าง งั้นตามเรามาดูคุณค่าดีๆ ของอาหารสัญชาติเกาหลีจานนี้กันเลยค่ะ

กิมจิอุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์
รู้ไหมค่ะว่ากิมจินั้นอุดมไปด้วยโปรตีน วิตามินเอ ไทอะมีน 1 ไรโบฟลาวิน วิตามินบี 2 เเคลเซียม ธาตุเหล็ก เเละสารเเคโรทีน ที่มีประโยชน์ต่อร่างกายทั้งสิ้น


ส่วนประกอบในกิมจิมีสรรพคุณในการต้านทานโรคได้ดี
ข้อมูลจาก Journal of  Medicinal Food ระบุว่า  กิมจิ  อาหารประจำชาติเกาหลีนั้นมี
โพรไบโอติกส์
 (Probiotic) สูง จึงช่วยในการเพิ่มภูมิคุ้มกันภายในลำไส้เช่นเดียวกับโยเกิร์ต เพราะกิมจิก็คือผักดอง จึงทำให้ผ่านการหมักบ่มมา ทำให้มีเเบคทีเรีย Lactobacili ซึ่งเป็นเเบคทีเรียชนิดดี ช่วยทำให้ระบบย่อยอาหารในร่างกายทำงานได้ดีขึ้น มีผลดีต่อลำไส้เเละช่วยสร้างวิตามินบี 12 ในลำไส้ใหญ่ ซึ่งร่างกายไม่สามารถสร้างเองได้อีกทั้งส่วนผสมเเละเครื่องปรุงต่างๆ ในกิมจิ ยังมีส่วนทำให้กิมจิมีสรรพคุณในการช่วยต้านทานสารพัดโรค ช่วยในการบำรุงผิวพรรณ เพิ่มภูมิคุ้มกัน ต้านอนุมูลอิสระ 


สารพฤกษเคมีในกิมจิมีประโยชน์!
นอกจากให้พลังงานต่ำเเละมีใยอาหารสูงเเล้ว สารพฤกษเคมีในกิมจิเช่น เเคปไซิน  (Capsaicin) ในพริกสีเเดงก็ยังช่วยในการกระตุ้นการเผาผลาญไขมัน หรือเเม้เเต่สารอัลลิซิน(Allicin)ที่อยู่ภายในหัวหอมเเละกระเทียมก็ยังช่วยในการละลายลิ่มเลือดอุดตัน ช่วยในการลดคอเรสเตอรอลเเละไตรกลีเซอไรด์ที่เป็นสาเหตุของโรคหัวใจเเละหลอดเลือด


ช่วยป้องกันการเกิดโรค "มะเร็งกระเพาะอาหาร"
มีการศึกษาวิจัยค้นพบว่า สารชีวเคมีในผักกาดขาว จะช่วยในการดีท็อกซ์ชำระล้างสารพิษในตับเเละไตได้ โดยหากคุณกินผักกาดขาวหรือหัวไชเท้าในกิมจิจะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งกระเพาะอาหารนั่นเองค่ะ 

เส้นใยอาหารสูง เเคลอรี่ต่ำ
เอาใจหนุ่มๆ สาวๆ ที่รักการฟิตหุ่นเป็นชีวิตจิตใจกันเลยล่ะค่ะ เพราะกิมจิ ถือว่าเป็นอาหารที่มีเส้นใยอาหารสูง เเละก็ยังมีเเคลอรี่ต่ำอีกด้วย ซึ่งในกิมจิปริมาณ 100 กรัม ก็จะมีเเคลอรี่อยู่เพียง 32 กิโลเเคลอรี่


ใครๆ ก็อยากผิวพรรณ หน้าตาของตัวเองเเลดูอ่อนเยาว์ไปตลอดกาล จริงไหมล่ะค่ะ เเต่ถึงเเม้จะมีนวัตกรรมหรือผลิตภัณฑ์เสริมความงามอะไรก็ตาม อาจช่วยคุณได้เเค่ช่วงระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น เเต่เชื่อไหมค่ะว่า อาหารอย่างกิมจิ นี้เองถือเป็นเคล็ดลับเพื่อความอ่อนเยาว์ของคนเกาหลีเขาเลยล่ะค่ะ จนใครๆ ก็บอกว่าถ้าอยากให้ผิวดูอ่อนเยาว์ก็ต้องดูเเลจากภายในสู่ภายนอก ด้วยการกินกิมจิ นี่ล่ะค่ะ เพราะจะช่วยให้ผิวสวย  กระจ่างใส นั่นก็เพราะอุดมไปด้วยวิตามินต่างๆ เช่น วิตามินเอ วิตามินซีเเละสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยให้ผิวเเลดูกระจ่างใส ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ให้ผิวดูกระชับไร้ริ้วรอย ฟื้นฟูเซลล์ผิวไม่ให้เสื่อมเร็ว เมื่อผิวของเราเสื่อสภาพช้า ก็เท่ากับช่วยชะลอไม่ให้เราแก่เกินวัยนั่นเองค่ะ


เป็นอย่างไรกันบ้างล่ะค่ะ สำหรับประโยชน์ที่น่าสนใจของกิมจิ อาหารสัญชาติเกาหลี เเต่ก็ไม่ได้หารับประทานยากเเต่อย่างใดในบ้านเรา ถ้าใครไม่อยากพลาดคุณประโยชน์ดีๆจากอาหารจานนี้เเล้วล่ะก็ ถ้ามีโอกาสได้รับประทานก็อย่าปฏิเสธเลยนะคะ หรือใครอยากจะเข้าครัวทำกิมจิรับประทานเองเลยก็ถือว่าน่าสนใจเลยทีเดียวนะคะ  นอกจากจะได้ใช้เวลาอยู่กับตัวเองเเล้ว ก็ยังได้สุขภาพดีเเละเเลดูอ่อนเยาว์ไปในตัวอีกด้วย ประโยชน์เยอะเเยะขนาดนี้ไม่ลองไม่ได้เเล้วล่ะค่ะทุกคน! 

ติดตามเคล็ดลับเพื่อสุขภาพ...คลิก >  https://www.facebook.com/youhealth.info 
ติดตามช่อง youtube channel....คลิก >  https://www.youtube.com/c/youhealthyou-health 


indiglow