ติดต่อโฆษณา 
menu

สุขภาพแบ่งปัน

ปลาไทย ประโยชน์ไฉไล โอเมก้าสูงไม่เเพ้ใครนะจ๊ะ!

DREAM@ /

09 พ.ค. 62 15:05

10,707

ปลาไทย ประโยชน์ไฉไล โอเมก้าสูงไม่เเพ้ใครนะจ๊ะ!

คุณชอบรับประทานเนื้อปลากันเปล่าค่ะ? 
ทำไมใครต่อใครก็เเนะนำให้เรารับประทานเนื้อปลา นั่นก็เพราะถ้าพูดถึงเนื้อปลาเเล้วล่ะก็ถือว่าเป็นอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง เป็นแหล่งโปรตีนเเละมีเเร่ธาตุที่สำคัญต่างๆ มากมาย โดยเฉพาะไอโอดีนเเละโอเมก้า3 ซึ่งมีประโยชน์อย่างมากในการช่วยบำรุงร่างกายเเละต้านทานการเกิดโรค  เเต่ทุกครั้งที่เรานึกถึงชื่อโอเมก้า 3 เเล้วล่ะก็ภาพของปลาน้ำลึกชนิดต่างๆ ก็จะลอยเข้ามาในหัวของเราโดยทันที โดยเฉพาะปลาเเซลมอน  ซึ่งต้องมีการนำเข้าเเละด้วยราคาค่อนข้างสูง เเต่รู้ไหมค่ะว่าเราไม่จำเป็นต้องขวนขวายหาปลาจากเมืองนอกมารับประทานกัน เพราะจริงๆ เเล้วปลาไทยบ้านเราก็ให้คุณค่าทางโภชนาการเเละมีโอเมก้า 3 สูงไม่เเพ้กัน อยากรู้กันเเล้วใช่ไหมล่ะค่ะว่าปลาไทยอะไรบ้างที่ให้โอเมก้า 3 สูงไม่เเพ้ปลาที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ ตามเราไปดูข้อมูลเรื่องนี้พร้อมกันเลยค่ะ


สงสัยกันไหม? โอเมก้ามีความสำคัญอย่างไร?
รู้ไหมค่ะว่า...ผู้ที่ได้รับพลังงาน 2,000 กิโลเเคลอรี่ต่อวัน ควรจะได้รับกรดไขมันโอเมก้า3 600มิลลิกรัมต่อวัน ซึ่งก็เเน่นอนนะคะว่าถ้าเรานึกถึงชื่ออาหารที่มีกรดไขมันโอเมก้า 3 หลักๆ เเล้วก็น่าจะเป็น "เนื้อปลา" นี่ล่ะค่ะ ซึ่งหน้าที่กรดไขมันโอเมก้า 3 เมื่อเราบริโภคเข้าไปเเล้วจะช่วยให้หลอดเลือดของเราไหลเวียนได้ดีเเละสะดวกมากขึ้น ความดันโลหิตก็จะลดลง ซึ่งกรดไขมันโอเมก้า 3 ก็จะประกอบไปด้วยกรดไขมัน  2 ชนิด นั่นก็คือ 


EPA  กรดไขมัน EPA ที่มีส่วนช่วยในการป้องกันโรคหัวใจเเละหลอดเลือดอุดตัน ช่วยในการสร้างสารเข้าไปขยายหลอดเลือด ลดการจับตัวของเกล็ดเลือด

DHA สำหรับกรดไขมัน DHA มีความสำคัญต่อการพัฒนาสมองเเละดวงตา ซึ่งจะมีความสำคัญอย่างมากสำหรับสตรีในระยะตั้งครรภ์ โดยเฉพาะช่วง 3 เดือนก่อนคลอด เเละระยะที่มีการให้นมบุตรจะช่วยให้สมองทารกพัฒนาได้อย่างสมบูรณ์เเบบ 


บริโภคอาหารที่มีโอเมก้า 3 เยอะๆ จะทำให้เราฉลาดขึ้น ?
เคยได้ยินกันหรือเปล่าค่ะว่า กินปลาเยอะๆ จะช่วยให้เราฉลาดมากยิ่งขึ้น เคยสงสัยกันหรือเปล่าค่ะว่ามันเป็นความจริงหรือไม่? ข้อมูลในส่วนนี้ รศ.ดร.ครรชิต จุดประสงค์ สถาบันโภชนาการมหาวิทยาลัยมหิดล ได้ให้ข้อมูลในเรื่องนี้ว่า ก็ถือว่ามีส่วนที่เป็นความจริง เพราะอาหารที่มีกรดไขมันโอเมก้า 3 โดยเฉพาะที่มาจากเเหล่งของอาหารทะเล หรือปลาน้ำจืดต่างๆ จะมีส่วนช่วยในการบำรุงสมอง เเต่ก็ไม่ใช่ว่าสารอาหารใด เพียงเเค่สารอาหารหนึ่งเท่านั้นที่จะช่วยให้เราฉลาดขึ้น เพราะโปรตีน ไอโอดีน หรือสารอาหารอื่นๆ รวมไปถึงโอเมก้า 3 เองก็มีส่วนช่วยในการบำรุงสมองเเละระบบประสาทให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ปลาน้ำจืดก็มีโอเมก้า 3 สูง?
อย่างที่เราได้เกริ่นไปบ้างเเล้วข้างต้นนะคะว่า เมื่อนึกถึงกรดไขมันโอเมก้า 3 คนส่วนใหญ่ก็มักจะนึกถึงภาพของปลาทะเลน้ำลึก อย่างเช่น ปลาเเซลมอน เป็นหลักไว้ก่อนหรืออย่างน้อยก็มีความคิดที่ว่าปลาทะเลน่าจะให้โอเมก้า 3 สูงกว่า เเต่จากผลการศึกษา พบว่า...โอเมก้า 3 จะแปรผันตามปริมาณไขมันที่อยู่ในเนื้อปลา ซึ่งหากมองถึงปลาน้ำจืดบ้านเราที่มีการเลี้ยงเชิงพาณิชย์ เช่น ปลาดุก  ปลาช่อน ก็จะมีปริมาณไขมันสูงกว่าปลาทะเล  เเต่ในส่วนของปลาเเซลมอนเองก็ต้องยอมรับว่ามีปริมาณกรดไขมันโอเมก้า 3 สูงมาก จึงถือว่าเป็นเเหล่งของกรดไขมันโอเมก้า 3 ที่ดี เเต่ข้อจำกัดในการรับประทานก็คือ ราคาที่สูงมากเช่นเดียวกัน

เนื้อปลาเเซลมอน 100 กรัม ให้ปริมาณกรดไขมันโอเมก้า 3 : 1.7 กรัม


เนื้อปลาดุก  100 กรัม ให้ปริมาณกรดไขมันโอเมก้า 3 : 0.46 กรัม 


เนื้อปลาสวาย100 กรัม ให้ปริมาณกรดไขมันโอเมก้า 3  :  0.45 กรัม


เนื้อปลาช่อน 100 กรัม ให้ปริมาณกรดไขมันโอเมก้า 3:0.44 กรัม 


หรือปลาน้ำจืดอื่น เช่น  ปลากราย ปลานิล ปลาช่อน ปลาสลิด ปลาตะเพียน ซึ่งหาได้ไม่ยากอีกทั้งยังมีขายอยู่ทั่วไปอีกด้วย หรือปลาทะเลไทยอย่างเช่น ปลาจะละเม็ดขาว ปลาสำลี ปลาทู ปลากะพงขาว หรือปลากะพงเเดง เป็นต้นค่ะ 


ซึ่งจริงๆ เเล้วในบ้านเราทานอาหารจากเนื้อปลาเป็นหลักอยู่เเล้ว  ดังนั้นเเล้วปริมาณการกินของเรา ก็อาจทำให้เราได้รับกรดไขมันโอเมก้า 3 สูงกว่าที่ได้จากปลาเเซลมอนซะอีก 


เราควรรับประทานโอเมก้า3ในรูปเเบบของเเคปซูลเสริมหรือไม่?
การรับประทานโอเมก้า 3 ควรอยู่ภายใต้การดูเเลหรือคำปรึกษาจากเเพทย์เป็นสำคัญ ด้วยกรดไขมันโอเมก้า 3 จะมีส่วนทำให้หลอดเลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น  เเต่หากเราได้รับในปริมาณที่มากเกินไป เมื่อมันทำให้หลอดเลือดไหลเวียนได้สะดวกเกินไป หากเราเกิดประสบอุบัติเหตุหรือเกิดบาดเเผลจะทำให้เลือดหยุดได้ยากมากขึ้น ซึ่งอาจจะทำให้เกิดอันตรายได้นั่นเอง ดังนั้นหากเราเป็นคนที่ไม่มีภาวะที่ต้องได้รับโอเมก้า 3 หรือภาวะอุดตันหลอดเลือดเราก็ไม่มีความจำเป็นต้องรับประทานเป็นเเคปซูล จึงควรหันมารับประทานเนื้อปลาในบ้านเราก็ได้ เช่น ปลาดุก ปลาช่อน หรือปลาชนิดอื่นๆ ที่สามารถนำมารับประทานได้หลากหลายเมนูเลยทีเดียว


คงจะปฏิเสธไม่ได้หรอกนะคะว่าถ้านึกถึงกรดไขมันโอเมก้า3 ที่มีอยู่ในปลาเเซลมอนนั้นมีอยู่ในปริมาณสูงมาก เเต่ด้วยข้อจำกัดต่างๆ นั้น  ปลาไทยจึงนับว่าเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจอีกทางหนึ่งเลยล่ะค่ะ อีกทั้งเราส่วนใหญ่ก็คุ้นเคยกันเป็นอย่างดีอยู่เเล้ว จะนำไปประกอบอาหารอะไรก็อร่อยเเละให้ประโยชน์ที่ดีต่อสุขภาพอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นเมนูทอด ต้มเเซ่บ ผัด หรือปลานึ่งมะนาว ก็สามารถเลือกรับประทานได้ตามความสะดวกได้เลยนะคะ  


**เเต่ถ้าจะให้เเนะนำจริงๆ เเล้วล่ะก็วิธีการนำไปทอดนั้นพยายามหลีกเลี่ยงไว้ให้มากที่สุด เพราะโอเมก้า 3 ก็สามารถสูญสลายไปได้ง่ายหากนำมาผ่านความร้อนสูง หากคุณรับประทานเข้าไปก็อาจทำให้ได้รับปริมาณไขมันมากเกินไปเเต่หากจะรับประทานเเล้วก็อย่าลืมคำนึงถึงปริมาณการรับประทานที่เหมาะสมด้วยเช่นกัน เพื่อสุขภาพที่ดีที่สุดนั่นเองค่ะ

ติดตามเคล็ดลับเพื่อสุขภาพ...คลิก >  https://www.facebook.com/youhealth.info 
ติดตามช่อง youtube channel...คลิก > https://www.youtube.com/c/youhealthyou-health