สุขภาพแบ่งปัน

7 วิธีลดน้ำหนักเเบบผิดๆ ทำเเล้วผอมจริงหรือ?

DREAM@ /

14 พ.ค. 62 13:05

6,650

7 วิธีลดน้ำหนักเเบบผิดๆ ทำเเล้วผอมจริงหรือ?

คุณผู้อ่านเป็นอีกหนึ่งคนที่กำลังลดน้ำหนักอยู่หรือเปล่าค่ะ? ถ้าใช่เเล้วล่ะก็ลองนึกดูซิค่ะว่าคุณลองผิดลองถูกกับวิธีการลดน้ำหนักของคุณมากี่ครั้งเเล้ว  เพราะหลายๆ ปัญหาของคนที่อยากลดน้ำหนัก ไม่ว่าจะพยายามลดน้ำหนักเท่าไหร่เเล้วเเต่น้ำหนักก็มีเเต่จะเพิ่มขึ้น พยายามครั้งเเล้วครั้งเล่าทำไมยังไม่มีทีท่าว่าน้ำหนักของเราจะลดลงบ้างเลย หรือลดไปเเล้วเเต่ทำไมไม่เฟิร์มเเละยังกลับมาอ้วนเหมือนเดิมอีก สารพัดปัญหาที่ทำให้การลดน้ำหนักของคุณประสบกับความล้มเหลวเคยสงสัยกันหรือเปล่าค่ะว่าทำไมมันจึงเป็นเช่นนั้น วันนี้เราเลยขอโอกาสพาทุกคนไปดูพร้อมกันว่า คุณกำลังลดน้ำหนักด้วยความเชื่อเเบบผิดๆกันหรือเปล่า?ด้วย 7 วิธีลดน้ำหนักเเบบผิดๆ ทำเเล้วผอมจริงหรือ?ที่ยังเป็นขวากหนามทำให้คุณไม่ประสบความสำเร็จสักทีพร้อมเเล้วตามไปดูเลยค่ะ


1.  ลดความอ้วนต้องอดอาหาร
อยากลดน้ำหนักก็ต้องอดอาหาร! คุณมีความคิดเเบบนี้หรือเปล่าค่ะ เเต่รู้ไหมค่ะว่าหากคุณต้องการลดน้ำหนัก เราก็ต้องให้ร่างกายมีการใช้พลังงานหรือมีการเผาผลาญพลังงานให้มากกว่าพลังงานจากอาหารที่เรารับประทานเข้าไป ดังนั้นการลดน้ำหนักหรือลดความอ้วนนั้นจึงต้องมีการควบคุมปริมาณเเคลอรีจากการรับประทานอาหารไม่ใช่การอดอาหาร

 
ซึ่งนั่นก็หมายความว่าในเเต่ละวันผู้หญิงต้องการพลังงานประมาณ 2000 kcal ผู้ชายต้องการพลังงานประมาณ 2500 kcal เพื่อนำไปใช้ในการดำรงชีวิตประจำวัน หากคุณต้องการลดน้ำหนักจริงๆ เเล้วล่ะก็ลองเปลี่ยนจากความเชื่อที่ว่าต้องอดอาหาร มาเป็นการลดเเคอลอรีในอาหารที่คุณรับประทานลงวันละ 500 kcal ซิค่ะ หรือไม่อย่างนั้นก็เพิ่มกิจกรรมหรือกิจวัตรประจำวันที่ช่วยเพิ่มการเผาผลาญมากขึ้น 500 kcal ก็จะช่วยลดน้ำหนักหรือความอ้วนได้นั่นเองค่ะ 

2.  ช่วงลดน้ำหนักควรรับประทานเฉพาะผักเเละผลไม้
ทุกครั้งที่มีใครพูดถึงการลดน้ำหนัก คนส่วนใหญ่ก็มักจะนึกถึงอาหารกลุ่มเดียวเท่านั้นที่ช่วยเราได้ก็คือผักหรือผลไม้ซึ่งจริงๆ เเล้วก็ไม่ผิดหรอกนะคะ เพราะสารอาหารในกลุ่มนี้นั้นให้ประโยชน์เเละคุณค่าทางสารอาหารที่ดีต่อร่างกายของเราอย่างมาก เเต่ที่คุณต้องทำความเข้าใจซะใหม่ก็คือในช่วงเวลาที่ต้องลดน้ำหนักไม่จำเป็นต้องรับประทานเฉพาะผักหรือผลไม้เท่านั้น  เพราะอย่างที่เราบอกไปตั้งเเต่ตอนต้นนั่นเเหละค่ะว่า หัวใจสำคัญของการลดน้ำหนักที่เเท้จริงก็คือการควบคุมปริมาณเเคลอรี่ของอาหารที่เรารับประทาน โดยจะต้องไม่มากกว่าปริมาณที่เรานำไปใช้ในเเต่ละวัน เเต่ก็ต้องไม่ลืมว่าการควบคุมเเคลอรีนั้นจะต้องไม่ทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารไม่เพียงพอด้วย ดังนั้นการรับประทานเเค่ผักหรือผลไม้อย่างเดียวนั้นอาจทำให้คุณไม่ได้รับสารอาหารที่เพียงพอ ทำให้ร่างกายขาดสารอาหารที่จำเป็นอื่นๆ อีก  ดังนั้นให้รับประทานให้ครบทั้ง 5 หมู่ เเละเลือกรับประทานผลไม้ในมื้อว่างระหว่างวัน เเทนการกินขนมหวาน หรือขนมจุกจิกจะดีกว่านะคะ 


3.  ลดน้ำหนักต้อง "งดแป้ง" 
อีกหนึ่งความเชื่อยอดฮิตที่บอกว่างดแป้งเเล้วจะช่วยให้ลดน้ำหนักได้ดี เเต่อย่าลืมนะคะว่าอาหารในกลุ่มคารโบไฮเดรตนั้น เป็นสารอาหารหลักที่ให้พลังงานกับร่างกาย การรับประทานแป้งหรือคาร์โบไฮเดรตในปริมาณที่เหมาสมจะไม่ทำให้คุณอ้วนอย่างเเน่นอน  เพราะหากเราไม่ทานแป้งเลย ร่างกายจะดึงเอาโปรตีนที่ใช้ในการสร้างกล้ามเนื้อออกมาใช้เป็นพลังงาน ทำให้กล้ามเนื้อของเราย้วยเเละไม่กระชับ ซึ่งช่วงที่เรางดกินแป้งไปนั้นยังเป็นหารทำให้ระบบเผาผลาญทำงานได้ช้าลง พอกลับมากินแป้งอีกครั่งก็ไม่ต้องแปลกใจเลยค่ะว่าทำไมน้ำหนักของคุณจึงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว หรือเป็นที่มาของชื่อ โยโย่เอฟเฟกต์ นั่นเองค่ะ 


เเล้วเราจะรับประทานแป้งหรือคาร์โบไฮเดรตได้อย่างไรให้เหมาะสม  จริงๆ เเล้วคุณสามารถรับประทานแป้งหรือคาร์โบไฮเดรตได้ในมื้อเช้าเเละมื้อกลางวัน เเต่ควรงดหรือจำกัดปริมาณในการรับประทานช่วงมื้อเย็น เลือกรับประทานเป็นคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน เช่น ข้าวกล้อง ข้าวโอ๊ต ข้าวไม่ขัดสี เช่น ขนมปังโฮลวีท เพราะจะทำให้ระดับน้ำตาลในร่างกายเพิ่มขึ้นอย่างช้าๆ อิ่มได้นาน ช่วยลดความอยากอาหารได้เป็นอย่างดี ส่วนในมื้อเย็นลองเน้นทานอาหารกลุ่มโปรตีนเเละผักใบเขียวจะดีกว่าก็จะเป็นผลดีกับการลดน้ำหนักเเน่นอนค่ะ


4.  อาหารที่มีฉลากบอก ไขมันต่ำ หรือไม่มีไขมัน หมายความว่าไม่มีเเคลอรี
ด้วยกระเเสการลดน้ำหนัก ดูเเลสุขภาพเป็นเทรนด์ที่กำลังได้รับความนิยม จึงไม่ต้องแปลกใจเลยค่ะว่าผลิตภัณฑ์อาหารต่างๆ ที่วางขายอยู่ตามท้องตลาดนั้นล้วนเเต่ผลิตสินค้าขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าเหล่านี้ ซึ่งเวลาที่เราเห็นข้อมูลบนหน้าซองหรือหน้าผลิตภัณฑ์ที่บอกว่า ไขมันต่ำ หรือไม่มีไขมันนั้น เราก็มักที่จะเลือกมารับประทานก่อนเป็นอันดับเเรก  เเต่จริงๆ เเล้วคุณควรให้ความสำคัญกับการอ่านฉลากโภชนาการด้วย ว่าอาหารเหล่านั้นมีส่วนประกอบของอะไรบ้าง ทั้งปริมาณโปรตีน เกลือเเร่ หรือสารปรุงเเต่งอื่นๆ หรือไม่ ไม่ใช่เพียงดูเเต่เเคลอรี่รวมเท่านั้น เพราะบางทีการรับประทานอาหารที่บอกว่าไม่มีไขมันหรือไขมันต่ำบางส่วนก็มีสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายต่ำกว่าอาหารปกติชนิดเดียวกันหรือมีการดัดเเปลง เติมเกลือหรือน้ำตาลลงไปเพื่อเพิ่มรสชาติให้อร่อยหลังจากเอาไขมันออกไปก็ได้ ดังนั้นการเลือกที่จะพิจารณาจากปริมาณไขมันเพียงอย่างเดียวก็อาจไม่ใช้วิธีการที่ดีที่สุดนั่นเองค่ะ 



5.  เน้นการออกกำลังกายเเบบคาร์ดิโอก็น่าจะพอเเล้วเเหละ! 
สำหรับการออกกำลังกายเเบบคาร์ดิโอเป็นการออกกำลังกายเพื่อเผาผลาญไขมัน เช่น การเต้นเเอโรบิก การวิ่ง ซึ่งถ้าเราออกกำลังกายเเบบนี้ติดต่อกันไปเป็นเวลายาวนานเเล้วล่ะก็ จะทำให้กล้ามเนื้อถูกสลายไปเป็นพลังงานเหลือเเต่ไขมันเหลวๆ ที่มันจะส่งผลให้เเขน ขา หรือหน้าท้องของคุณเกิดการย่อนคล้อย ไม่กระชับ หรือฟิตเฟิร์ม ดังนั้นเเล้วการออกกำลังกายที่ดี คือ จะต้องออกกำลังกายเเบบทั้งคาร์ดิโอเเละเวทเทรนนิ่ง (การออกกำลังกายที่ต้องใช้อุปกรณ์ที่มีนำหนัก)ร่วมกันไปด้วยเพื่อเป็นการช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อให้เติบโต เเละผิวหนังมีความกระชับ คราวนี้ล่ะค่ะร่างกายก็จะเพิ่มอัตราการเผาผลาญเเคลอรีในร่างกายมากขึ้น ทำให้ลดน้ำหนักได้เร็วขึ้นเเละมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นอีกด้วยค่ะ


6.  ออกกำลังกายอย่างหักโหม
เชื่อว่าหนึ่งในคุณผู้อ่านก็คงจะเคยสัมผัสกับความรู้สึกอยากจะลดน้ำหนักเร็วๆ งั้นก็ออกกำลังกายไปเลยให้มันสุดๆ เอาให้มันเต็มที่ ซึ่งความคิดเเบบนี้ขอบอดว่าผิดถนัดเลยล่ะค่ะ เเม้เราจะไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ว่าการออกกำลังกายนั้นเป็นสิ่งที่ดีต่อร่างกาย เเต่ก็นั่นล่ะค่ะถ้าคุณออกกำลังกายเเบบหักโหมเกินไปเเล้วล่ะก็นั่นจะไม่ใช่วิธีการดีอย่างเเน่นอนเพราะจะยิ่งทำให้ร่างกายรับภาระหนักจนเกินไป  จนเกิดความอ่อนล้า เเละเกิดผลกระทบต่อสุขภาพได้ในภายหลัง ดังนั้นหากคุณคิดจะออกกำลังกายเพื่อการลดน้ำหนักเเล้วล่ะก็ ควรกระทำอย่างพอดีเเละเหมาะสมก็จะดีต่อสุขภาพอย่างเเน่นอนค่ะ 


7.  หักดิบไปเลย อย่างสุดโต่ง! 
เคยได้ยินกันอยู่บ่อยๆ นะคะว่าอยากลดน้ำหนักก็ลองหักดิบมันไปเลย! เเต่ทราบไหมค่ะว่าอุปสรรคข้อสำคัญของการลดน้ำหนักนั้น ก็คือ การหักดิบหรือการเปลี่ยนเเปลงการใช้ชีวิตมากไปเเบบกระทันหัน เช่น เคยเป็นคนชอบทานเนื้อสัตว์มาก เเต่ก็มาหักดิบเลิกกินในเวลาที่รวดเร็ว สุดท้ายมันก็จะทำให้คุณอดกินไม่ได้ เเละหันกลับไปกิน กินจนคุณหายอยาก ดังนั้นเเนวทางในการลดน้ำหนักที่ดีก็คือ การกระทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป ค่อยๆลด ค่อยๆ ปรับเปลี่ยนไปทีละนิดจะดีกว่า อีกทั้งยังทำให้คุณไม่รู้สึกท้อ  จนถอดใจไปซะก่อนอีกด้วยล่ะค่ะ 

 
เป็นอย่างไรบ้างค่ะสำหรับ  7วิธีลดน้ำหนักเเบบผิดๆ ที่เรารวบรวมมาฝากกัน ไม่รู้ว่าคุณเองเคยนำวิธีเหล่านี้ไปลองใช้บ้างหรือเปล่า  การลดน้ำหนักจะเกิดขึ้นเร็วหรือช้า ส่วนหนึ่งก็ขึ้นอยู่กับเเต่ละคนด้วยว่ามีความสม่ำเสมอหรือปฏิบัติตนอย่างไร ไม่ควรหันไปพึ่งยาเสริมอาหารที่ช่วยลดความอ้วน เพราะเเม้จะให้ผลกับคุณเร็ว เเต่ก็ไม่ได้เป็นการรับประกันนะคะว่าจะไม่เกิดผลข้างเคียงใดๆ ในอนาคตอีกทั้งยังไม่มีงานทางวิทยาศาสตร์ที่จะสามารถพิสูจน์ได้ว่า การใช้อาหารเสริมเพียงอย่างเดียวจะได้ผลจริงๆ จะดีกว่าไหมค่ะถ้าคุณลองมุ่งมั่นจริงๆ  ด้วยวิธีการที่ถูกต้อง ซึ่งการลดน้ำหนักที่ดีเเละรวดเร็วนั้น ต้องออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ  การพักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารให้ถูกต้องเชื่อว่าคุณจะต้องประสบความสำเร็จในการลดน้ำหนักอย่างเเน่นอนค่ะ 

ติดตามเคล็ดลับเพื่อสุขภาพ...คลิก >  https://www.facebook.com/youhealth.info 
ติดตามช่อง youtube channel...คลิก > https://www.youtube.com/c/youhealthyou-health 



indiglow