ติดต่อโฆษณา 
menu

สุขภาพแบ่งปัน

Healthy Tip! เช็กพฤติกรรมการกินอาหารเเบบผิดๆ รู้เเล้วเปลี่ยนซะ!

DREAM@ /

22 พ.ค. 62 14:05

11,726

Healthy Tip! เช็กพฤติกรรมการกินอาหารเเบบผิดๆ รู้เเล้วเปลี่ยนซะ!

พฤติกรรมการกินอาหารของคุณเป็นเบบไหนกันค่ะ คุณชอบรับประทานอาหารเเบบไหน กินมากน้อยเเค่ไหน รับประทานมื้อเช้ากันหรือเปล่า? วันนี้  you-health ขอเริ่มต้นเปิดเรื่องด้วยคำถามที่คุณคงไม่นึกว่าจะมีใครมาถามอะไรเเบบนี้ใช่ไหมค่ะ? เพราะพฤติกรรมการรับประทานอาหารของเรานั้นก็สำคัญไม่เเพ้กับคำถามที่ว่า วันนี้คุณกินข้าวหรือยังเลยนะคะ  อีกทั้งหลายคนก็ยังมีความเข้าใจผิดๆ เกี่ยวกับการรับประทานอาหารกันอยู่ ซึ่งถ้าถามว่าเรื่องนี้สำคัญอย่างไร นั่นก็เพราะทุกวันนี้หลายคนก็ยังมีความเข้าใจผิดๆ เกี่ยวกับการกินอาหาร ซึ่งอาจทำให้เกิดพฤติกรรมการรับประทานอาหารที่ไม่เหมาะสม เเละทำให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพได้ วันนี้เรารวบรวมเอา  10พฤติกรรมการทานอาหารเเบบผิดๆ มาฝากคุณผู้อ่านทุกคนกัน พร้อมเเล้วตามไปดูเเละเริ่มปรับเปลี่ยนพฤติกรรมไปด้วยกันเถอะค่ะ


1.  งดมื้ออาหาร
เเน่นอนค่ะว่าคุณอาจเคยเป็นหนึ่งในคนที่เคยงดมื้ออาหารใดมื้ออาหารหนึ่งมาเเล้ว บางคนไม่กินอาหารเช้าเพราะตื่นสาย หรือไม่กินอาหารเย็นเพราะกำลังอยู่ในช่วงฟิตหุ่น ลดน้ำหนัก ซึ่งการอดหรืองดมื้ออาหารใดไปนอกจากจะทำให้ร่างกายไม่ได้รับสารอาหารอย่างเพียงพอเเล้ว ร่างกายยังขาดโปรตีนที่นำไปช่วยในการซ่อมเเซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย ขาดพลังงานที่จะนำไปใช้ในการทำกิจกรรมต่างๆ เเละส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ คุณจะรู้สึกได้ว่าอารมณ์ไม่ดี หงุดหงิดเเละฉุนเฉียวได้ง่าย โดยเฉพาะมื้อเช้าที่หลายคนมักมองข้าม เเต่กลับเป็นมื้อที่สำคัญมากที่สุดเพราะจะทำให้คุณขาดกำลังในการเรียน การทำงาน หรือกิจกรรมอีกตลอดทั้งวัน  ร่างกายเกิดการเผาผลาญเเคลอรี่น้อยลง เเละโอกาสที่คุณจะรับประทานในมื้อต่อไปนั้นมีมากขึ้น หรือตบะเเตกซะก่อนระหว่างวัน! รู้เเล้วเปลี่ยนซะเลยนะจ๊ะ


2.  รีบกิน รีบเคี้ยว เเละรีบกลืน
ในยุคที่อะไรก็เร่งรีบไปหมด จนคุณไม่มีเวลาเเม้เเต่บดเคี้ยวอาหารด้วยความอร่อย ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ารสชาติของอาหารเป็นอย่างไร หลายคนที่กินอาหารเร็วจนเป็นนิสัย รู้ไหมค่ะว่าว่าจะไปเป็นการสร้างภาวะอันหนักหน่วงให้แก่กระเพาะอาหารต้องทำงานหนัก เพราะมันต้องใช้เวลาในการย่อยนานขึ้น นั่นก็เพราะกระเพาะอาหารจะต้องหลั่งกรดเเละมีการบีบตัวสูงกว่าปกติ ร่างกายดูดซึมสารอาหารไปใช้ได้ไม่ดี อีกทั้งอาหารที่ย่อยไม่หมดนี้จะกลายไปเป็นของเสียที่เคลื่อนตัวไปสู่ลำไส้ใหญ่เเละอาจนำไปสู่โรคมากมาย เช่น โรคลำไส้อักเสบ  หรือท้องผูก เป็นต้นค่ะ หันมาเคี้ยวอาหารให้ช้าลงเคี้ยวให้มีจังหวะก็จะดีต่อสุขภาพอย่างเเน่นอน ข้อนี้รู้เเล้วต้องเปลี่ยนค่ะ


3.  ดื่มกาแฟตอนท้องว่าง!
บางคนถึงกับอุทานว่า บ้าไปเเล้วให้เลิกดื่มกาเเฟนี่เหมือนฆ่ากันชัดๆ โดยเฉพาะหนุ่มสาวออฟฟิศทั้งหลายที่มักจะต้องเดินไปชงกาเเฟ หรือซื้อกาเเฟมาดื่มเสมอในระหว่างวัน เเต่รู้ไหมค่ะว่าการดื่มการเเฟในขณะที่ท้องของเราว่างนั้นจะเป็นการเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคกระเพาะเนื่องจาก คาเฟอีน จะเข้าไปเป็นตัวเร่งการหลั่งกรดในกระเพาะอาหารดื่มกาเเฟตอนท้องว่างบ่อยๆ เเล้วก็ยังเป็นการขับเเร่ธาตุที่สำคัญ เช่น เเคลเซียม โดยจะขับออกมาทางปัสสาวะ หากมีการสูญเสียเเคลเซียมบ่อยๆ ในปริมาณมาก เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคกระดูกพรุนได้โดยง่ายนะจ๊ะ..ทราบเเล้วเปลี่ยน!


4.  อาหารเที่ยงบนโต๊ะทำงาน
งานก็เร่งให้เสร็จ โน่นก็จะต้องเคลียร์ให้ทัน! มนุษย์ออฟฟิศก็มักจะต้องเจองานรัดตัวเช่นนี้อยู่บ่อยครั้ง ข้าวก็จะต้องกิน ถ้างั้นก็ทำมันซะทุกอย่างบนโต๊ะทำงานไปเลย น่าจะเวิร์กคุณเจอสถานการณ์ที่ต้องเอาข้าวมารับประทานกันบ้างหรือเปล่าค่ะ หรือบางคนก็ทำเช่นนี้อยู่เป็นประจำหรือทุกวันเลย ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลเรื่องงานหรือการขี้เกียจลุกออกไปหาอะไรกินที่อื่น นั่นเท่ากับเป็นการปิดโอกาสที่จะให้ร่างกายได้เคลื่อนไหวหรือขยับเขยื้อนตัวไปไหนต่อไหนเลย กลายเป็นคนนั่งติดที่ทั้งวันเเบบนี้นอกจากจะทำให้คุณอ้วนง่ายขึ้นเเล้ว ยังอาจทำให้มีระดับคอเรสเตอรอลที่สูงเเละปริมาณวิตามินที่ต่ำลงอีกด้วย.....รู้เเล้ว..ต้องรีบเปลี่ยน!!!


5.  ขนมขบเคี้ยวนานาชนิดวางไม่ห่างมือ
คนทำงานมันก็อาจจะต้องมีของกินอะไรจุกจิกเเบบนี้บ้างเป็นธรรมดา ไหนจะตอนง่วงๆ หรือเบื่อๆเพราะคิดงานไม่ออก หรือไม่รู้จะทำอะไร เเต่เดี๋ยวก่อนค่ะ ลองก้มลงพิจารณาขนมขบเคี้ยวใกล้มือของคุณสักนิดว่ามีประโยชน์ต่อร่างกายบ้างหรือเปล่า หรือจะดีกว่าไหมถ้าคุณทดเเทนอาหารเหล่านั้นด้วยของทานเล่นที่มีประโยชน์เเละไม่เป็นการทำร้ายร่างกายเพราะขนมขบเคี้ยวส่วนใหญ่ที่ฮิตฮอตเเละนิยมรับประทานกันนั้นมักจะเป็นอาหารที่ไม่มีประโยชน์  อุดมไปด้วยส่วนประกอบที่เป็นโซเดียมหรือเกลือจำนวนมาก ถ้างั้นลองเปลี่ยนถุงขนมขบเคี้ยวที่ไม่มีประโยชน์มาเป็นของทานเล่นที่ดีต่อสุขภาพ อย่างเช่น เมล็ดถั่วอัลมอนด์ ธัญพืช ผลไม้ หรือโยเกิร์ตไขมันต่ำ เป็นต้น รู้เเล้วววว.....อันนี้เวิร์กกว่านะคะ




6.  ใส่ใจเรื่องอาหารเเต่ไม่สนใจปริมาณ
เเม้จะเป็นเรื่องน่าปลื้มปริ่มใจที่ เทรนด์การดูเเลสุขภาพ  เป็นที่นิยมเป็นอย่างมากในหมู่คนไทยเลือกหารับประทานอาหารเพื่อสุขภาพเเละออกกำลังกายกันมากขึ้น เเต่ก็ไม่ใช่ว่าสถิติของการเกิดโรคนั่นโรคนี้จะดีขึ้นไปด้วยซะเมื่อไหร่ เพราะยังมีปัญหาสุขภาพอีกมากมายที่เรายังต้องเฝ้าระวังเเละรับมือกับมันอยู่เสมอ หรือเเม้เเต่อะไรใกล้ตัวที่เราอย่างการสรรหาอาหารเพื่อสุขภาพมารับประทานก็ยังก่อให้เกิดความเข้าใจผิดอีกมากมาย


บางคนหมกมุ่นเเต่กับคำว่า  อาหารเพื่อสุขภาพ มากเกินไปอย่างผักใบเขียว ถั่ว อะโวคาโด เเละเหล่าเมล็ดธัญพืช เเต่ลืมคิดถึงเรื่องความพอดีหรือปริมาณในการรับประทานบางคนรับประทานมากเกินไป เเถมยังนำไปใส่ทุกเมนูอาหารได้อีก ซึ่งหากคุณกินมากเกินความพอดีเเล้วล่ะก็จะเป็นสาเหตุที่คุณทำให้อ้วนง่าย จากที่มีความตั้งใจจะลดน้ำหนัก ดังนั้นควรกินในปริมาณที่เหมาะสม เเม้อาหารเหล่านั้นจะอุดมไปด้วยสารอาหารเเละเพิ่มการเผาผลาญให้ร่างกาย เเต่คุณก็ควรที่จะจัดปริมาณให้เหมาะสมด้วย เพียงพอต่อการนำพลังงานไปใช้ เช่น ผลไม้ในหนึ่งมื้อ ควรกินขนาดเท่าลูกเทนนิส 1 ลูก ส่วนถั่วเเละเมล็ดธัญพืชก็ควรกินเท่าลูกกอล์ฟเท่านั้นเปลี่ยนด่วนเลยจ้า

7.  กินเสร็จของีบสักหน่อย
การได้กินอะไรอร่อยๆ เเบบอิ่มๆ เเล้วล่ะก็ ปิดท้ายด้วยการงีบสักหน่อย  นี่ล่ะค่ะความสุขที่สุดเพราะพฤติกรรมกินเสร็จเเล้วของีบเลยทันทีนั้นกลายเป็นพฤติกรรมการกินอาหารที่คุณทำจนติดเป็นนิสัยไปเเล้ว  เเต่รู้ไหมค่ะว่าพฤติกรรมเเบบนี้นั้นจะเป็นการทำให้ระบบย่อยอาหาร ทำงานได้ไม่ดีเเละยังเป็นการเสี่ยงต่อการเกิดภาวะกรดไหลย้อนได้ง่ายอีกด้วทางที่ดีนั้นเเนะนำว่าหลังจากการรับประทานอาหารเสร็จเเล้วควรรอสักประมาณ 3 ชั่วโมงก่อนที่คุณจะตัดสินใจล้มตัวลงนอนหรือเดินเล่นเบาๆ เพื่อให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้นจะดีกว่านะคะ  รู้เเบบนี้...ต้องเปลี่ยนเท่านั้นจ้า


8.  กินตามใจปาก
เราทุกคนต่างก็อยากสรรหาเเต่ของที่ตัวเองอยากกินมารับประทานกัน ใครอยากจะกินของที่ตัวเองไม่ชอบใช่ไหมล่ะค่ะ ซึ่งบางทีนิสัยการกินอาหารที่เกิดมาจากความเบื่อความเซง ความโกรธของคุณนั้นเป็นอุปรรคหมายเลข 1 ของผุ้ที่ต้องการจะลดน้ำหนักทั้งหลายเลยก็ว่าได้ เอ๊ะอ๊ะอะไร ก็ลงที่หม้อชาบู เตาหมูกระทะ ซึ่งเราก็มักจะเเพ้สถานการณ์เหล่านี้ทุกทีไป  เเต่ก็ไม่ใช่ว่าคุณจะไม่สามารถเอาชนะมันได้นะคะ เพราะผลกระทบจากการกินตามใจปาก กินเเต่ของที่ไม่มีประโยชน์นั้นนำไปสุ่โรคต่างๆมากมาย ไม่ว่าจะเป็น  โรคหัวใจเเละหลอดเลือด ปัญหากระดูกเปราะ ฟันผุง่าย  โรคอ้วน โรคเบาหวาน หรือเเม้เเต่โรคที่คร่าชีวิตคนเราไปมากมายอย่างโรคมะเร็งด้วยก็ตาม ดังนั้นลองคิดสักนิดก็จะตัดสินใจซื้อ หรือเลือกรับประทานอะไร เพื่อสุขภาพที่ดีของคุณเองค่ะ ไม่อย่างนั้นเเล้วคำพูดที่ว่า กินตามใจปาก. จะลำบากท้อง (ไม่รู้นะจ๊ะ) ข้อนี้รีบเปลี่ยนด่วนๆๆๆ 


9.  นิยมอาหารสารพัด "จัด"
อาหารรสจัด ไม่ว่าจะหวานจัด เค็มจัด เปรี้ยวจัด  เผ็ดจัด  หรือมันจัดๆ ก็ไม่เป็นผลดีต่อร่างกายของเราอย่างเเน่นอน โดยเฉพาะหากคุณกินอาหารที่มีรสชาติจัดจ้านมากๆ จนเป็นนิสัยเเล้วล่ะก็เเน่นอนล่ะค่ะว่าจะนำพาไปสู่โรคต่างๆ ตามมา ทั้งความดันโลหิตสูง  ในมันในเลือดสูง  โรคหัวใจ โรคไต  โรคเบาหวาน  โรคอ้วน โรคกระเพาะ แผลในกระเพาะอาหารอักเสบ หรือเเม้เเต่ปัญหาเรื่องสุขภาพช่องปากที่จะเสื่อมถอยไปด้วย ลองเปลี่ยนพฤติกรรมนี้กันค่ะ...



10.  กินอาหารไม่เป็นเวลา 
เพราะโดยทั่วไปเเล้วร่างกายควรกินอาหารหลัก 3  มื้อต่อวันเเต่เมื่อถึงเวลาเเล้วเราไม่กิน ผลเสียที่คุณควรจะได้รับ ก็คือความเสี่ยงในการเกิดโรคกระเพาะอาหารอักเสบ หรือเเม้เเต่ภาวะกรดไหลย้อน ส่งผลให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ไม่ดี  ระบบการขับถ่ายทำงานไม่เป็นเวลาตามไปด้วย อาจเกิดอาการปวดท้อง  วิงเวียนศีรษะ น้ามืด ยิ่งในวัยเรียนหรือวัยทำงานที่ต้องใช้ทั้งพลังกายเเละพลังใจในการทำงานด้วยเเล้วจะยิ่งทำให้คุณขาดความกระตือรือร้น  ไม่มีสมาธิ  ดังนั้นก็ควรพยายามควบคุมการรับประทานให้ครบทั้ง 3 มื้อเเละกินในปริมาณที่เหมาะสมไม่มากจนเกินไป ก็จะเป็นการดีที่สุดต่อสุขภาพของคุณเองค่ะ
 

เป็นอย่างไรกันบ้างค่ะกับ  10 พฤติกรรมการรับประทานเเบบผิดๆ ที่เรารวบรวมมาฝากทุกคนกัน มีข้อไหนที่คุณยังทำจนติดนิสัยมาจนถึงวันนี้กันบ้าง ลองมาเริ่มปรับเปลี่ยนกันสักหน่อยจะดีกว่านะคะ  เพราะนอกจากการเลือกรับประทานอาหารที่ดีเเละมีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างเดียวนั้นไม่เพียงพอที่จะเป็นคนที่มีสุขภาพดีได้หรอกนะคะเพราะคุณควรจะใส่ใจถึงพฤติกรรมเเละวิธีการกินที่อาจทำให้เกิดปัญหาสุขภาพตามมาได้ ซึ่งคุณคงไม่อยากให้เกิดขึ้นเป็นเเน่ ทั้งหมดนี้คงไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ในชั่วข้ามคืน เเต่การเริ่มต้นเปลี่ยนแปลงตั้งเเต่ตอนนี้นี่ซิค่ะที่เราเชื่อว่าวันหนึ่งคุณจะต้องละทิ้งพฤติกรรมเหล่านี้ได้จริงๆ....รู้เเล้วก็เปลี่ยนซะเลยนะคะ 

ติดตามเคล็ดลับเพื่อสุขภาพ...คลิก >  https://www.facebook.com/youhealth.info 
ติดตามช่อง youtube channel...คลิก>  https://www.youtube.com/c/youhealthyou-health