ติดต่อโฆษณา 
menu

สุขภาพแบ่งปัน

ดอกดาหลา ยาสมุนไพร ความงามที่กินได้!

DREAM@ /

27 มิ.ย. 62 13:06

11,591

ดอกดาหลา ยาสมุนไพร ความงามที่กินได้!

ลองนึกชื่อดอกไม้ที่คุณนึกได้ทันทีตอนนี้ขึ้นมาสักหนึ่งชื่อซิค่ะ.....หลายคนก็คงเลือกตอบดอกไม้ที่ตัวเองชอบ ดอกไม้ที่ปลูกไว้ที่บ้าน หรือดอกไม้ที่พบเห็นได้บ่อยๆ จนคุ้นชินสายตา เเต่เชื่อว่าหนึ่งในดอกไม้ที่คุณผู้อ่านกำลังนึกถึงคงไม่มีชื่อ  "ดอกดาหลา"  เข้าไปอยู่ในนั้นอย่างเเน่นอนนอกจากจะไม่ใช่ชื่อดอกไม้ที่เรานึกถึงกันบ่อยๆ เเล้ว ก็ไม่ได้พบเจอได้บ่อยๆ เเต่ก็ไม่ใช่จะหารับประทานไม่ได้เลยหรอกนะคะที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะดอกดาหลามักจะเป็นที่รู้จักกันดีสำหรับคนภาคใต้ ซึ่งนิยมนำมาใส่เป็นส่วนผสมในเมนูสำคัญอย่างข้าวยำ ที่จะเข้าไปทำให้รสชาติของข้าวยำหอมเเละน่ารับประทานมากขึ้น จุดเด่นอีกอย่างของดอกดาหลา ก็คือรูปลักษณ์ที่สวยงามเเละมีสีสันที่ชวนให้หลงใหล เเต่ทราบไหมค่ะว่านอกเหนือจากความงดงามภายนอกของดาหลาเเล้วนั้นก็อุดมไปด้วยประโยชน์มากมายที่วันนี้เราขอหยิบยกมาพูดถึงกัน พร้อมเเล้วลองตามเราไปดู  ดอกดาหลา ยาสมุนไพร ความงามที่กินได้ พร้อมกับเราเลยค่ะ


มาทำความรู้จัก ดอกดาหลา พร้อมกัน!
สำหรับดอกดาหลา (Torch Ginger) จัดเป็นไม้ดอกประดับสีชมพูอมเเดง กลีบประดับซ้อนกันหลายชั้น มีชมพูจนถึงเเดงเข้มดอกค่อนข้างมีขนาดใหญ่ ก้านกลมยาวกว่าครึ่งเมตร ดาหลาเป็นพืชตระกูลเดียวกับขิงเเละข่ามีลำต้นใต้ดินเรียกกว่า เหง้า ส่วนลำต้นเหนือดินนั้นเป็นกาบใบที่โอบซ้อนกันเเน่นขนัดเช่นเดียวกับพืชจำพวกกล้วย ส่วนนี้คือลำต้นเทียม ใบเป็นรูปหอกเรียวยาว ดอกออกเป็นช่อ 


สำหรับในภาคใต้ดอกดาหลาไม่ได้นำมาปลูกเพื่อใช้สำหรับตกเเต่งบ้านเพื่อความสวยงามเเต่เพียงเท่านั้นนะคะ  เเต่ดอกตูมเเละหน่ออ่อนของดาหลาสามารถนำไปประกอบอาหารได้หลากหลายประเภท  ไม่ว่าจะเป็นต้มจิ้มกับน้ำพริก นำมาทำแกงส้ม แกงจืด แกงเผ็ด แกงกะทิ เเละนำไปผสมในข้าวยำ ซึ่งจะให้รสชาติเผ็ดซ่าเเบบอ่อนๆ เเต่หอมเด่นเป็นเอกลักษณ์ของดาหลาเลยทีเดียวค่ะ 


ดอกดาหลามีฤทธิ์เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งจากการศึกษาพบว่า พบฤทธิ์ในการต้านเชื้อเเบคทีเรีย จากน้ำมันหอมระเหยเเละใบ ฤทธิ์ต้านความเป็นพิษจากช่อดอกดาหลาดอกดาหลายังมีสรรพคุณทางยาในการช่วยขับลม แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ 

ฤทธิ์เผ็ดร้อนของดอกดาหลายังใช้แก้โรคลมพิษเเละโรคผิวหนังได้เป็นอย่างดี

ในดอกดาหลามีวิตามินซีเเละสารแอนโธไซยานิน ซึ่งเป็นส่วนประกอบของสารต้านอนุมูลอิสระซึ่งจะช่วยในเรื่องของการบำรุงเลือดเเละทำให้ผิวพรรณดูเปล่งปลั่งมากขึ้น

สำหรับการศึกษาด้านเคมีของดาหลา พบว่า มีสารสำคัญในกลุ่ม Phenolics เเละ Flavonoids ไม่ว่าจะทั้งในส่วนของใบ ดอก เเละเหง้า ซึ่งล้วนเเต่มีสารต้านต้านอนุมูลอิสระที่โดดเด่น เเต่ทั้งหมดของการศึกษาก็ยังเป็นเพียงการศึกษาในระดับเซลล์ หรือหลอดทดลองเท่านั้น ส่วนในเรื่องของการศึกษาความเป็นพิษ พบว่ายังไม่มีการรายงานความเป็นพิษของพืชชนิดนี้ อีกทั้งการรับประทานในรูปเเบบของอาหารก็ถือว่ามีความปลอดภัยสูง เเต่ในผู้ที่มีประวัติอาการเเพ้ขิง ข่า หรือไพลก็ควรเพิ่มความระมัดระวังในการรับประทานมากเป็นพิเศษ  เพราะอาจทำให้คุณเกิดอาการเเพ้ตามมาได้นั่นเองค่ะ 


นอกจากนี้เเล้วยังมีการนำดอกดาหลาไปแปรรูปเป็นน้ำสมุนไพร ไวน์สมุนไพร น้ำยาทำความสะอาด หรือเเม้เเต่นำไปทำเป็นน้ำหมักชีวภาพ เพื่อเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับผลผลิตทางการเกษตรได้เป็นอย่างดีเลยล่ะค่ะ หรือนำดอกดาหลาสดมาปั่นรวมกับน้้ำผึ้งผสมมะนาว ก็สามารถเป็นเครื่องดื่มน้ำดอกดาหลาได้เลยล่ะค่ะ 

วันนี้เราจึงของัดสูตรนี้มาฝากทุกคนกันค่ะ
เพียงเตรียมดอกดาหลาดอกบานหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ 3 ดอก มะนาวหั่นซีกอีก 1 ชิ้น น้ำต้มสุกเเช่เย็นประมาณ 1 ถ้วยครึ่ง น้ำผึ้งอีก 3 - 4 ช้อนโต๊ะ เกลือป่นประมาณหยิบมือ เเละน้ำเเข็ง

วิธีการทำ

1. นำดอกดาหลาลงในโถปั่น บีบน้ำมะนาว เติมน้ำ ใส่เกลือ ปิดฝา เเล้วปั่นให้ละเอียด
2. กรองดอกดาหลาที่ปั่นด้วยกระชอนตาถี่หรือผ้าขาวบางสะอาด กรองเอาเเต่น้ำออกมา
3. เติมน้ำผึ้งในน้ำดอกดาหลา คนให้ทั่วกัน หลังจากนั้นเเล้วก็เติมเกลือเเละมะนาวลงไปเล็กน้อย 


น้ำดอกดาหลา ถือได้ว่าเป็นที่นิยมเป็นอย่างมากสำหรับหมู่คนรักสุขภาพ หรือจะนำมาลวกเเล้วจิ้มรับประทานคู่กับน้ำพริก ก็อร่อยไปอีกเเบบ สำหรับดอกดาหลาเเล้วถือว่ามีสรรพคุณสำคัญในการช่วยขับลม บำรุงผิวพรรณ ลดอาการผิวเเพ้ง่าย ดื่มแก้กระหายก็ช่วยได้เป็นอย่างดีอีกด้วยล่ะค่ะ

เป็นอย่างไรกันบ้างล่ะค่ะ สำหรับประโยชน์ของดอกดาหลา ไม่ได้มีเพียงเเค่ความสวยงามภายนอกเเต่เพียงเท่านั้นใช่ไหมค่ะ เเต่ยังมีประโยชน์เเละมีสรรพคุณทางยาที่น่าสนใจเเละดีต่อสุขภาพของเราเป็นอย่างมากอีกด้วย ยังไงเเล้วก็ลองนำสูตรน้ำดอกดาหลาที่เราเเนะนำไปลองทำดื่มกันดูนะคะ

ขอบคุณข้อมูล :  health-dd.com,www.pharmacy.mahidol.ac.th

ติดตามเคล็ดลับเพื่อสุขภาพอื่นๆ...คลิก >  https://www.facebook.com/youhealth.info
ติดตามช่อง youtube channel...คลิก >  https://www.youtube.com/c/youhealthyou-health