ติดต่อโฆษณา 
menu

สุขภาพแบ่งปัน

กะหล่ำดอก ประโยชน์ต่อสุขภาพ สรรพคุณเพียบ!

DREAM@ /

06 ก.ค. 62 15:07

4,970

กะหล่ำดอก ประโยชน์ต่อสุขภาพ สรรพคุณเพียบ!

ดอกกะหล่ำผัดไข่...ดอกกะหล่ำผัดกุ้ง...แกงส้มดอกกะหล่ำ...หรืออีกมากมายหลายเมนูที่คุณสามารถรังสรรค์ได้ไม่ยากจากกะหล่ำดอก  หรือ  ดอกกะหล่ำ ผักอีกหนึ่งชนิดที่คนไทยคงรู้จักเเละคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี  นอกจากจะสามารถนำไปประกอบอาหารได้หลายอย่าง  รสชาติเเละรสสัมผัสของกะหล่ำปลีก็ยังเคี้ยวกรุบๆ  กรอบๆ  ชวนให้น่ารับประทานซะเหลือเกินค่ะ  เเต่รู้ไหมค่ะว่านอกเหนือจากรสชาติของกะหล่ำดอกเเล้ว  ประโยชน์ของกะหล่ำดอกก็ไม่ธรรมดาเหมือนกัน วันนี้เราจึงงัดประโยชน์เเละคุณค่าดีๆของกะหล่ำดอกมาฝากทุกคนกันค่ะ พร้อมเเล้วอย่ารอช้าตามเราไปดูเลยจ้า


กะหล่ำดอกมีวิตามินซีสูง
สำหรับคุณค่าทางสารอาหารข้อเเรกที่เราหยิบยกมาพูดถึงกันก็ต้องประโยชน์จากการมีวิตามินซีสูงของดอกกะหล่ำนี่ล่ะค่ะ ดอกกะหล่ำถือเป็นผักอีกหนึ่งชนิดที่มีปริมาณวิตามินซีสูงถึง 96 มิลลิกรัมต่อกะหล่ำดอก 100 กรัม นั่นก็หมายถึง มีปริมาณสูงกว่าที่ร่างกายของเราต้องใน 1 วันเสียอีกนะคะ ซึ่งประโยชน์ของวิตามินซีช่วยสร้างภูมิต้านทานโรค ทำให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้เร็วขึ้น ช่วยลดการป่วยเเละป้องกันอาการหวัดได้เป็นอย่างดี ช่วยป้องโรคโรคเลือดออกตามไรฟัน เเละช่วยในการสังเคราะห์คอลลาเจนในร่างกายมีโพเเทสเซียมที่ช่วยในการเสริมสร้างความเเข็งเเรงของกระดูกเเละฟัน


กะหล่ำดอกวิตามินเคสูง
นอกจากในกะหล่ำดอกจะมีวิตามินซีสูงเเล้ว ก็ยังอุดมไปด้วยวิตามินเค ที่มีช่วนช่วยให้กระดูกเเข็งเเรงเเละช่วยยับยั้งการป้องกันการสูญเสียความหนาเเน่นของกระดูก ซึ่งอาจจะนำไปสู่โรคกระดูกพรุน นอกจากนี้เเล้ววิตามินเคก็ยังช่วยให้เลือดตัวดี เเละยังมีประสิทธิภาพต้านการอักเสบได้อีกด้วย

ลดความเสี่ยงโรคมะเร็ง
จากการวิจัยพบว่ากะหล่ำดอกนั้นมีประสิทธิภาพในการช่วยลดความเสี่ยงจากโรคมะเร็ง เนื่องจากภายในกะหล่ำดอกมีสารซัลโฟราเฟน (Sulforaphane) ที่จะเข้าไปช่วยดึงสารคาร์ซิโนเจน (Carcinogens) ออกมาจากภายในเซลล์ ซึ่งตัวสารคาร์ซิโนเจนนี้ก็คือ สารก่อมะเร็งที่อยู่ภายในเซลล์โดยที่สารซัลโฟราเฟนจะเข้าไปกระตุ้นการผลิตเอนไซม์เฟสทู (Phase II)  ช่วยลดการผลิตเอนไซม์ PhaseI ที่เป็นอันตราย เอนไซม์เฟสทูสามารถเข้าไปทำอันตรายสารพันธุกรรมในเซลล์ (Cellular DNA) เเละจากการรายงานผลการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับเรื่องนี้ พบว่าพืชในวงศ์ Cruciferae ซึ่งรวมไปถึงบร็อกโคลี่ คะน้า ผักกาดขาว เเละกะหล่ำต่างๆ มีสารประกอบที่สามารถต้านอนุมูลอิสระได้เป็นอย่างดี ดังนั้นจึงมีความสามารถในการช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มะเร็งเต้านม  มะเร็งลำไส้ใหญ่ได้เป็นอย่างดี


ลดปัญหาเกี่ยวกับระบบหัวใจเเละระบบไหลเวียนโลหิต
กะหล่ำดอก จัดเป็นพืชที่มีสารต้านอนุมูลอิสระเเละสารต้านการอักเสบ จากข้อมูลพบว่าการอักเสบนั้นเชื่อมโยงกับความเสี่ยงในการเกิดโรคเบาหวาน  โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง เเละความผิดปกติของระบบประสาท ไม่ว่าจะเป็น โรคพาร์กินสัน  โรคอัลไซเมอร์ เพราะว่าในดอกกะหล่ำมีวิตามินซีเเละวิตามินเคในปริมาณสูง ส่งผลให้ระบบไหวเวียนโลหิตทำงานได้ดีขึ้น อีกทั้งยังช่วยลดความดันโลหิตสูงเเละระดับคอเลสเตอรอลสูงได้เป็นอย่างดี  

     
กะหล่ำดอกช่วยปรับปรุงการย่อยเเละชะล้างพิษ
ภาในดอกกะหล่ำนั้นมีสารประกอบที่สำคัญ อย่างเช่น กลูโคราพานิน ซัลโฟราเฟน กลูโคบราสซิซิน ซึ่งเหล่านี้ล้วนเเต่มีประโยชน์อย่างมากต่อร่างกาย  รวมไปถึงมีสรรพคุณในการช่วยล้างสารพิษเเละการย่อยอาหาร เนื่องจากมีสารที่อุดมไปด้วยกำมะถันชื่อ กลูโคซิโนเลต ที่ช่วยในการดูดซึมสารอาหารเเละกำจัดสารพิษได้ดีเลยล่ะค่ะ 


กะหล่ำดอกมีสรรพคุณทางยา 
นอกจากประโยชน์ในเรื่องอื่นๆ เเล้ว หลายคนเเทบไม่อยากเชื่อกันเลยใช่ไหมล่ะค่ะว่า  ผักอย่างกะหล่ำดอกสด ก็ยังช่วยรักษาแผลเรื้อรัง โรคเรื้อนกวาง อาการปวดศีรษะชนิดเรื้อรังหอบหืดหลอดลมอักเสบ นำมาดื่มเป็นน้ำประมาณ 1 - 2 ออนซ์ต่อวัน เเละหากรับประทานกะหล่ำดอก ก็คืออย่านำไปปรุงจนสุกก่อนไป เพราะการปรุงสุกหรือการนำไปผ่านความร้อนสูงนั้นจะยิ่งเป็นการทำลายคุณสมบัติทางยาของกะหล่ำดอกนั่นเองค่ะ 


นอกจากประโยชน์ที่ดีต่อสุขภาพจากการรับประทานกะหล่ำดอกเเล้วล่ะก็ ก็ต้องเรียนรู้เเละทำความเข้าใจที่จะรับประทานในปริมาณที่เหมาะสมเเละพอดีด้วยนะคะ เพื่อไม่ให้ส่งผลเสียต่อสุขภาพเสียเเทน หรือในผู้ที่มีปัญหาเรื่องท้องผูก ท้องอืด ท้องเฟ้อ หรือเเม้เเต่อาการเเน่นท้อง ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานกะหล่ำดอก เพราะอาจทำให้เกิดแก๊สในกระเพาะอาหารได้มาก รวมไปถึงกะหล่ำดอกมีสารพิวรีนอยู่ในระดับปานกลาง จึงไม่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยโรคเก๊าท์ เพราะอาจกระตุ้นให้อาการของโรคนั้นเเย่ลงได้ค่ะ ส่วนวิธีการนำกะหล่ำดอกไปปรุงอาหาร อย่างที่เราได้เอ่ยไปบ้างเเล้วข้างต้นว่า ดอกกะหล่ำอาจสูญสลายไปกับน้ำเมื่อโดนความร้อน ดังนั้นการนำกะหล่ำดอกไปปรุงอาหารพยายามให้ความร้อนต่ำ เเละใช้ระยะเวลาทำไม่นานจนเกินไป เพื่อยังคงคุณค่าทางสารอาหารเเละป้องกันการเสียรสชาติ เเละเกิดกลิ่นที่ไม่น่ารับประทานที่ได้มาจากสารประกอบของกำมะถันที่อาจทำให้เกิดกลิ่นเหม็นเมื่อปรุงอาหารเป็นเวลานานนั่นเองค่ะ 


เเต่เห็นประโยชน์เเบบนี้เเล้วขอบอกเลยนะคะว่า ใครที่ไม่เคยลองหรือไม่ค่อยชอบรับประทานกะหล่ำดอกนั้นก็คิดผิดเเล้วล่ะค่ะ หลังจากอ่านบทความนี้เสร็จเเล้วจะลองออกไปหากะหล่ำดอกมารับประทาน หรือปรุงอาหารตามสไตล์ที่คุณชื่นชอบก็เวิร์กไม่เบาเลยนะคะ  พร้อมเเล้วก็เข้าครัวกันเลยค่ะ

ติดตามเคล็ดลับเพื่อสุขภาพอื่นๆ...คลิก >  https://www.facebook.com/youhealth.info
ติดตามช่อง youtube channel...คลิก >  https://www.youtube.com/c/youhealthyou-health