ติดต่อโฆษณา 
menu

สุขภาพแบ่งปัน

6 โรคฮิตที่คนทำงานออฟฟิศต้องระวัง!

DREAM@ /

08 ก.ค. 62 15:07

12,924

6 โรคฮิตที่คนทำงานออฟฟิศต้องระวัง!

มนุษย์ออฟฟิศทั้งหลายวันนี้คุณต้องอ่านบทความนี้เลยค่ะ เพราะบทความที่เรานำมานำเสนอกันวันนี้ขอบอกว่ามีประโยชน์กับเหล่าหนุ่มสาวชาวพนักงานออฟฟิศอย่างเเเท้จริง ใครว่านั่งทำงานในห้องเเอร์เเล้วสบาย ไม่ต้องออกไปเสี่ยงมลพิษหรือปัจจัยเสี่ยงที่จะทำให้เกิดปัญหาสุขภาพหรือโรคภัยไข้เจ็บใดๆ เเต่รู้ไหมค่ะว่าเหล่าพนักงานออฟฟิศที่ต้องนั่งทำงานอยู่ที่เดิมๆ จ้องเเต่หน้าจอคอมพิวเตอร์ยาวนานไปตลอดทั้งวันนั้นก็นำไปสู่ปัญหาสุขภาพได้มากมาย  เพราะเมื่อไหร่ที่คุณรู้สึกว่าสุขภาพเริ่มเปลี่ยนแปลงไป ประสิทธิภาพในการทำงานเริ่มไม่เหมือนเดิม อันเนื่องมาจากร่างกายฟ้องออกมา ไม่ว่าจะเป็นรู้สึกไม่สบายเนื้อสบายตัว รู้สึกอ่อนเพลีย เหนื่อยล้าง่าย ปวดมือ นิ้วล็อก หรือปวดหัว ขอให้รู้ไว้ว่าคุณวางใจไม่ได้อีกต่อไปเเล้วล่ะค่ะ วันนี้เราถือโอกาสรวบรวม  6 โรคฮิตที่คนทำงานออฟฟิศต้องเฝ้าระวัง  เเละดูเเลตัวเองให้มากขึ้นมาฝากกัน พร้อมเเล้วตามไปดูเลยค่ะ


โอ๊ย!!! ปวด ปวดไปหมด คุณพนักงานออฟฟิศทั้งหลายเคยประสบเหตุการณ์เหล่านี้กันบ้างหรือเปล่าค่ะ เพราะหนึ่งในโรคที่ชาวออฟฟิศทั้งหลายมักเผชิญกันอยู่บ่อยๆ ดังนั้นหากคุณมีอาการปวดหัวบ่อยๆ ก็อย่าเพิ่งนิ่งนอนใจไป  เพราะนี่อาจเป็นสัญญาณสำคัญที่กำลังบอกว่า ร่างกายของคุณมีปัญหา เเละปัญหาปวดหัวที่พบได้บ่อยในพนักงานออฟฟิศก็คือ  ปวดหัวไมเกรน หรืออาการปวดหัวข้างเดียวเเละอาจตามมาด้วยอาการคลื่นไส้ ตาพร่า หรือบางคนก็ปวดหัวถี่ๆ ไม่ต่ำกว่า 15 วัน ติดต่อกันเกิน 3 เดือน เเบบนี้อาจกำลังเข้าข่ายอาการปวดหัวเรื้อรังนั่นเองค่ะ  สาเหตุที่สำคัญอย่างหนึ่งก็คือ การนั่งทำงานจับจ้องอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน บวกกับงานที่ดูเเล้วก็น่าจะเครียดไม่เบา อาจทำให้คุณเกิดความเครียด กดดัน รู้สึกปวดขมับด้านหน้าศีรษะ หรือหลังต้นคอ หรืออาจจะมาจากการพักผ่อนไม่เพียงพอได้เหมือนกัน


วิธีการป้องกันที่ดีที่สุดก็คือ พักผ่อนให้เพียงพอ อย่างน้อยต้องได้วันละ 6-7 ชั่วโมง หลีกเลี่ยงสิ่งที่กระตุ้นให้เกิดอาการปวดศีรษะ เช่น ความเครียด เเสงสว่าง หรือหากรู้สึกว่าอาการเป็นหนักขึ้นก็ควรไปพบเเพทย์เพื่อหาสาเหตุเเละเเก้ไขปัญหาให้ตรงจุด

2.  อาการตาพร่า  หรือตาล้า
อาการเหล่านี้เกิดขึ้นกับคุณอยู่หรือเปล่าค่ะ เพราะนี่น่าจะเป็นอาการลำดับเเรกๆ สำหรับพนักงานออฟฟิศทั้งหลาย เมื่อไหร่ที่คุณรู้สึกว่าตาเริ่มมองเห็นไม่ชัด หรือรู้สึกว่าดวงตาเหนื่อยล้า ก็ต้องเริ่มสังเกตตัวเองเเล้วล่ะค่ะ ทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆ เเล้วล่ะก็จะยิ่งทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับสายตาอย่างเเน่นอน นั่นก็เพราะคุณต้องใช้สายตาจ้องหน้าจอต่อเนื่องทั้งวัน  เเสงสีฟ้าจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ จะทำให้คุณต้องเพ่งสายตามากกว่าปกติ  หรือเเม้เเต่บริเวณที่คุณทำงานมีเเสงสว่างเข้าไม่ถึง ทำให้สายตาของคุณต้องทำงานหนักมากขึ้น


วิธีการป้องกันปัญหาดังกล่าวก็คือ ควรให้เวลาตัวเองในการได้พักสายตาบ้างในทุกชั่วโมง ชั่วโมงละประมาณ 5 นาที  เเละทำงานในที่ที่มีเเสงสว่างเพียงพอ หรือในส่วนของเเว่นกรองเเสงก็จะช่วยให้ตาของคุณสัมผัสกับเเสงสีฟ้าได้น้อยลง

3.  มือชา  เอ็นอักเสบ  นิ้วล็อก
ข้อนี้น่าจะเป็นปัญหาสุขภาพลำดับต้นๆ เลยล่ะค่ะเนี่ย เพราะพนักงานออฟฟิศทั้งหลายมักจะเกิดอาการเหล่านี้กันบ่อยๆ นั่นก็เพราะ ต้องใช้เวลาทำงานอยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์เกือบตลอดทั้งวัน การพิมพ์งานต่างๆ ซ้ำๆ การจับเมาส์ในท่าเดิมๆ นานๆ อาการของเปลือกหุ้มเอ็นข้อมือ เส้นเอ็นนิ้วมือก็มักจะพบได้มากขึ้นในการชีวิตที่ต้องมาเทคโนโลยเข้ามามีส่วนสำคัญ ทำให้กล้ามเนื้อกดทับเส้นประสาท เเละเส็นเอ็นจนเกิดอีกเสบ เกิดพังผืดยึดจับบริเวณนั้นเป็นจำนวนมาก เเละเกิดอาการปวดของปลายเส้นประสาท นำมาซึ่งอาการนิ้วล็อก หรือข้อมือล็อกได้นั่นเองค่ะ



4.  โรคผื่น หรือภูมิเเพ้
อันดับเเเรกเลยก็คือ สถานที่ทำงานที่เป็นออฟฟิศทั้งหลายก็มักจะใช้เครื่องปรับอากาศเป็นหลักหากออฟฟิศของคุณไม่ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องของการดูเเลรักษาความสะอาดเครื่องปรับอากาศให้ดีเเล้วล่ะก็ จะกลายเป็นเเหล่งหมักหมมเชื้อโรค เเหล่งรวบรวมฝุ่นละออง ยิ่งเมื่อพนักงานออฟฟิศทั้งหลายสูดดมอากาศเหล่านี้เข้าไปก็จะทำให้เกิด
ภูมิเเพ้
ได้ง่าย หรือเเม้เเต่เป็นตัวเร่งที่ทำให้เกิดผื่นเเพ้ระคายเคืองผิวหนัง อาการที่สำคัญก็คือ เเสบคอ  เจ็บคอ  มีน้ำมูก ไอเรื้อรัง ทำให้คุณคิดว่าเป็นหวัดจนละเลยสุขภาพไป สถานที่ทำงานจึงต้องให้ความสำคัญกับการทำความสะอาด พนักงานออฟฟิศทั้งหลายก็ควรที่จะดูเเลสุขภาพ ไปพบเเพทย์ ไม่นอนดึก เเละหมั่นออกกำลังกาย เพื่อสุขภาพที่ดีนั่นเองค่ะ



5.  อ่อนล้า อ่อนเพลีย
คุณเป็นหนึ่งในคนที่เพลีย เเละอ่อนล้าไปทั้งวันหรือไม่ค่ะ ยิ่งช่วงไหนที่มีงานเข้ามาเยอะๆ ติดต่อกันเป็นเวลาหลายวัน เกินกว่าที่ร่างกายจะรับได้ไหว อาจทำให้พนักงานออฟฟิศทั้งหลายเกิดอาการเหนื่อยล้า  อ่อนเพลียเอาได้ง่ายๆ หลายคนมองว่าอาการอ่อนเพลีย เหนื่อยล้านั้นดูไม่ได้มีอะไรร้ายเเรง คุณคิดผิดเเล้วล่ะค่ะ  หากคุณเกิดความอ่อนเพลียหรือร่างกายเกิดเหนื่อยล้างสะสมเเล้วล่ะก็ชีวิตการทำงานของคุณจะไปไม่สวยอย่างเเน่นอนค่ะ ร่างกาย ใบหน้า ของคุณจะเสมือนกับไม่สดใสหม่นหมอง หมดเรี่ยวเเรงในการทำงาน  เเละอาจส่งผลเสียกับสุขภาพโดยรวมได้เหมือนกัน เหล่านี้อาจเกิดมาจากสาเหตุสำคัญอย่าง การพักผ่อนไม่เพียงพอ  ภาวะเครียด การรับประทานอาหารไม่ครบทุกมื้อ การใช้ชีวิตอยู่กับหน้าจอมากจนเกินไป 


วิธีแก้ปัญหาที่สำคัญเลยก็คือ  การพยายามนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารให้ครบทุกมื้อ โดยเฉพาะมื้อเช้าที่ถือว่าเป็นมื้ออาหารที่สำคัญมากที่สุด งดการเล่นโทรศัพท์ก่อนเข้านอน งดสูบบุหรี่เเละดื่มแอลกอฮอล์ เเเล้วเคิบ

6.  อ้วน  น้ำหนักขึ้นได้ง่าย
เป็นเรื่องที่เเทบจะหลีกเลี่ยงไม่ได้เลยนะคะ ว่าเมื่อร่างกายของเราเข้าสู่วัยทำงานเเล้วล่ะก็ ระบบการเผาผลาญของร่างกายนั้นก็จะไม่ได้มีประสิทธิภาพเหมือนเมื่อก่อนเเล้ว  เเถมผลสำรวจก็ยังมีข้อมูลที่น่าตกใจว่า  โรคอ้วนนั้นเป็นกันมากขึ้นในคนวัยทำงาน  โดยเฉพาะอันเนื่องมาจากพฤติกรรมทำงานไปรับประทานอาหารไปด้วย รับประทานอาหารง่ายๆ ที่เน้นความสะดวกเเละรวดเร็ว โดยเฉพาะอาหารที่ไม่มีประโยชน์ หรืออย่างอาหารยอดฮิตที่ครองใจชาวออฟฟิศทั้งหลายก็อย่างเช่น ไก่ทอด แฮมเบอร์เกอร์ เครื่องดื่มก็หนีไม่พ้น ชานมไข่มุก อาหารเหล่านี้เมื่อรับประทานเข้าไปมากๆ โดยไม่ได้ออกกำลังกาย ไม่ได้ขยับตัวไปไหน นี่ยังไม่เหมารวมพฤติกกรรมการกินจุบจิบทั้งวันอีก เเล้วล่ะก็ เมื่อเป็นเเบบนี้คุณก็จะเข้าสู่ภาวะน้ำหนักตัวเพิ่ม หรือโรคอ้วนได้ไม่ยากเเน่นอนค่ะ


ดังนั้นใครไม่อยากอ้วนขึ้น หรือน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เเล้วล่ะก็ เลิกรับประทานอาหารฟาสต์ฟู้ด หลีกเลี่ยงอาหารหวาน หรือการกินจุบจิบตลอดทั้งวัน เเละเดินขยับเส้นสาย ออกกำลังกายอย่างน้อย 15 นาทีต่อวันก็น่าจะช่วยได้เยอะเเล้วล่ะค่ะ  เพราะนอกจากอ้วนเเล้ว ยังอาจเป็นจุดเริ่มต้นของโรคอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น  โรคเบาหวาน  โรคหัวใจ  โรคไขมันในเส้นเลือดสูงอีกด้วยล่ะค่ะ


เป็นยังไงบ้างค่ะ เมื่อทราบกันอย่างนี้เเล้ว คนทำงานออฟฟิศทั้งหลายก็ประมาทกับการใช้ชีวิตทำงานไม่ได้เเล้วนะคะ หลายคนคิดว่าอาการเล็กๆ น้อยๆ ที่เกิดขึ้นกับคุณไม่ได้มีอะไรใหญ่โต ทำให้ละเลยที่จะใส่ใจเรื่องสุขภาพไป ต่อเมื่ออาการเหล่านั้นเป็นหนักขึ้นคุณก็อาจต้องเสียทั้งเวลาเเละสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายไปตั้งเยอะเเยะ  ลองหันมาสังเกตความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับร่างกายของคุณดูนะคะ เเละหันมาดูเเลสุขภาพตัวเองเสียตั้งเเต่ตอนนี้ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ หาเวลาออกกำลังกายบ้าง รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เเละหมั่นตรวจสุขภาพประจำปีก็ช่วยเซฟสุขภาพได้เยอะเเลว้ล่ะค่ะ

ติดตามเคล็ดลับเพื่อสุขภาพอื่นๆ...คลิก > https://www.facebook.com/youhealth.info
ติดตามช่อง youtube channel...คลิก >  https://www.youtube.com/c/youhealthyou-health