ติดต่อโฆษณา 
menu

สุขภาพแบ่งปัน

"อาหารแปรรูป" กับด้านมืดที่คุณต้องระวัง!

DREAM@ /

30 ก.ค. 62 12:00

10,088

"อาหารแปรรูป" กับด้านมืดที่คุณต้องระวัง!

อาหารแปรรูป ได้ยินชื่อนี้เเล้วคุณนึกถึงอะไรค่ะ?
เพราะภาพของอาหารร้อนๆ มีสีเขียวสดจากธรรมชาติจะไม่ใช่ภาพเเรกที่คุณจะนึกอย่างเเน่นอนเเต่ถ้านึกถึงอาหารแปรรูปแล้วภาพของไส้กรอก แฮม นมข้นหวาน มาการีน น้ำตาลทราย หรืออาหารที่มีการเปลี่ยนแปลงสภาพไปอยู่ในอาหารกระป๋อง อบทอด อาหารกึ่งสำเร็จรูป หรือขนมกรุบกรอบทั้งหลาย ล้วนเเต่เป็นภาพของอาหารแปรรูปเเล้วทั้งนั้น  ซึ่งคุณอาจไม่ทราบว่าหน้าตาที่เเท้จริงของอาหารเหล่านี้ก่อนที่มันจะเดินทางมาถึงตัวเรานั้นผ่านกระบวนการตัดต่อ หรือเเต่งเติมอย่างไรมาเเล้วบ้าง เช่น จากลำอ้อยยาวๆ  กลายมาเป็นน้ำตาลทรายเม็ดสีขาวๆ หรือภาพไขกระดูกสัตว์กลายเป็นเยลลี่เคี้ยวหนุบหนับที่เด็กทุกคนชื่นชอบ  เเต่ใครจะรู้ล่ะค่ะว่าอาหารแปรรูปแสนอร่อยที่คุณรับประทานอยู่ทุกวันนี้นั้นอันตราย เเละส่งผลเสียต่อสุขภาพร่างกายของเรามากเพียงใด ไปเปิดโลกของอาหารแปรรูปเเละสิ่งที่คุณคาดไม่ถึงพร้อมกันดีกว่าค่ะ


อาหารแปรรูปคืออะไร?
อาหารแปรรูป  (Processed Foods) คือชนิดของอาหารที่มีการเปลี่ยนแปลงสภาพไป เป็นกระบวนการเปลี่ยนเเปลงคุณลักษณะของอาหารให้ต่างไปจากธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นสีข้าว การล้างทำความสะอาด  การตักตกเเต่ง การทำให้เเห้ง การใช้ความร้อนปรุงหรือถนอมอาหาร การฆ่าเชื้อโรคด้วยความร้อนสูง การเเช่เเข็ง การหมักดอง การเก็บอาหารในบรรจุภัณฑ์ รวมถึงการใช้สารต่างๆ ในอาหาร เช่น วัตถุกันเสีย การเติมสารอาหาร การปรุงเเต่งรสชาติด้วยเกลือ น้ำตาล หรือไขมัน เหล่านี้ถือว่าเป็นกระบวนการที่ทำให้อาหารเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมเเทบทั้งสิ้น


อาหารสด VS อาหารแปรรูป 
เเน่นอนที่สุดค่ะว่าอาหารสด เเละอาหารเเปรรูปไม่เหมือนกันอยู่เเล้ว ถ้าไม่ใช่กุ้ง หอย ปู ปลา หรือผักสดที่คุณเพิ่งซื้อมาจากตลาดใหม่ๆ เเล้วก็นับว่าได้อีกหลายอย่างที่เรานำมาใช้ปรุงอาหารหรือรับประทานกันทุกวันนี้เเทบจะหาคำว่าของสดไม่เจอเลย  ส่วนมากเเล้วเราก็จะบริโภคมันในฐานะอาหารแปรรูปเกือบทั้งสิ้น เช่น เงาะไปอัดกระป๋อง นำเนื้อไปบด นมสดเองก็ต้องเข้ากระบวกนการฆ่าเชื้อด้วยการพาสเจอร์ไรส์ (Pasteurise) เพียงเท่านี้ก็เท่ากับนำไปผ่านกระบวนการแปรรูปแล้ว เเล้วอะไรที่ทำให้มันเปลี่ยนแปลงไป  **ขั้นตอนการแปรรูปไม่ได้ส่งผลต่อคุณภาพของอาหารเเต่อย่างใดเลยค่ะ เเต่สิ่งที่ทำให้อาหารแปรรูปทั้งหลายเริ่มมีพิษภัยกับเราก็คือ เหล่าสารเคมีที่ใส่เข้าไปตอนหลังนี่ล่ะค่ะ


ลองคิดดูซิค่ะว่าเนื้อเเดงที่ผ่านการสับหรือบดเป็นร้อยๆ พันๆครั้ง นำไปอัดกระป๋องเเล้วจะเอาไปเเช่เเข็งอีกที ก็จะไม่เป็นอันตรายเท่ากับเนื้อบดที่ใส่ในแอมเบอร์เกอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดที่คุณนิยมรับประทานกัน รวมไปถึงลูกชิ้น ไส้กรอกที่มีการเติมสารปรุงเเต่งรสเข้าไปด้วย

ขาดเธอไม่ได้ :  อาหารแปรรูปส่วนใหญ่ต้องมีส่วนประกอบ4อย่างนี้
สีสังเคราะห์ (Artificial colour) สีสังเคราะห์ เเม้จะมีข้อดีอยู่ตรงที่มันออกเเบบได้ว่าคุณอยากได้สีไหนไปแต่งเติมจานอาหารของคุณก็สามารถทำได้ทั้งหมด เเต่เหล่านี้คือสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ เเละยังเป็นการกระตุ้นให้สมองเกิดความอยากอาหารมากขึ้น

สารให้กลิ่นสังเคราะห์ (Artificial flavour) สารเคมีเหล่านี้คอยทำหน้าที่ให้กลิ่นที่ใกล้เคียงกับธรรมชาติ

เนื้อสัมผัส (Texture) ลักษณะของสารเติมเเต่งชนิดนี้คือ ให้ความนุ่ม หนา เนียน ฉ่ำ กรอบแก่อาหารนั่นเองค่ะ

สารกันบูด (Preservatives) คือสารเคมีที่มีการเติมลงไปเพื่อยืดอายุการเก็บรักษา เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้จุลินทรีย์เข้ามาทำให้อาหารเสื่อม เช่น กรดซิตริก กรดอินทรีย์ หรือเเม้เเต่พาราเบนเป็นต้น


เเต่ในอาหารเเปรรูปเองก็ถือว่ามีลำดับขั้นของความปลอดภัยอยู่เหมือนกัน เช่น ข้าวขาว ผลไม้ตัดเเต่ง หรือถั่วลิสงคั่วก็ถือว่าเป็นอาหารแปรรูปชนิดหนึ่ง เพราะได้รับการนำไปผ่านกระบวนการปรุงเเต่งเติมต่อ  เเต่เราก็ยังพอได้เห็นรูปร่างหน้าตาเดิมของมันอยู่ เเต่สำหรับอาหารแปรรูปอีกประเภทที่เรียกว่า อาหารแปรรูปพิเศษ (Ultra-processed food) นี่ล่ะค่ะเป็นสิ่งที่ถือว่าน่ากลัว เพราะส่วนใหญ่เเล้วจะมีเป้าหมายเพื่อความแปลกใหม่ เพื่อให้เก็บได้ยาวนาน  เช่น ไส้กรอก  ขนมกรุบกรอบที่เราชอบซื้อมารับประทาน ซอสมะเขือเทศ หรือเเม้เเต่น้ำตาลทราย เหล่านี้ล้วนเเต่มีการใส่สารเเปลกปลอมที่เราไม่รู้จักเข้าไปเเละอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพของเราได้

เอาเป็นว่าถ้าคุณยังนึกภาพอาหารแปรรูปที่มีการเเต่งเติม ตัดต่อหรือเพิ่มเติมเข้าไปนั่น  ลองตามเราไปดูตัวอย่างอาหารแปรรูปพิเศษเหล่านี้พร้อมกันค่ะ

ซอสมะเขือเทศ
เครื่องปรุงเเต่งเติมความอร่อยให้กับจานอาหารของเรา  หลายคนอาจไม่ทราบว่าซอสมะเขือเทศนั้นนอกจากจะมีสัดส่วนของมะเขือเทศที่น้อยมากเเล้ว ก็ยังมีการเติมน้ำเชื่อมจากข้าวโพดด้วย เเละมีปริมาณโซเดียมในอัตราสูง อีกทั้งในกระบวนการผลิตซอสมะเขือเทศเชิงอุตสาหกรรมนั้นอาจใช้ความร้อนสูงจนคุณประโยชน์จากมะเขือเทศเเทบไม่หลงเหลือมาถึงเราเเล้ว 


นมข้นหวาน
นมข้นหวาน รสชาติหวานมันเตะปากเรามาตั้งเเต่ยังเป็นเด็ก ใครบ้างจะไม่ชอบจริงไหมค่ะ?  เเต่ทราบหรือไม่ค่ะว่า นมข้นหวานที่เราเรียกกันนั้น เเทบไม่มีส่วนผสมของนมเลย  เพราะในปัจจุบันนมข้นหวานทำมาจากนมผงละลายผสมกับหางนมเเละน้ำตาล เเละเข้ากระบวนการระเหยจนกลายเป็นของเหลวสีขาสวน ซึ่งองค์การอาหารเเละยา หรือ อย. ได้มีการกำหนดไว้ว่า ถ้าผู้ประกอบการเจ้าไหนที่มีสัดส่วนชองนมน้อยกว่าร้อยละ 28 ต้องใช้ชื่อผลิตภัณฑ์นั้นว่า "ครีมเทียมข้นหวาน" หรือ "นมข้นแปลงไขมันหวาน" ซึ่งจะมีรสชาติหอมมันน้อยกว่านมข้นหวานสมัยก่อน


ไส้กรอก
อาหารแปรรรูปอย่างไส้กรอก ถือว่าเป็นอาหารยอดนิยมบนโลกใบนี้เลยก็ว่าได้ ไม่ว่าจะเป็นมื้อเช้า มื้อเที่ยง หรือมื้อเย็น หรือเเม้เเต่อาหารแก้หิวระหว่างวัน ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า ไส้กรอก คือหนึ่งในตัวเลือกที่คุณจะนำมารับประทานอย่างเเน่นอน เเม้เราจะรู้กันเป็นอย่างดีว่าอันตรายมากเเค่ไหน เเต่ก็มักถือคติว่ามันอร่อย...ใครจะทำไมล่ะ?  เเต่รู้ไหมว่าความร้ายกาจของอาหารอย่างไส้กรอกที่ผลิตในระบบอุตสาหกรรมอาหารนั้นมีสารไนเตรตเเละไนไตร์ท หรือที่เราเรียกกันว่า 'ดินประสิว' ผสมอยู่ในไส้กรอกนั้นด้วย เท่านั้นยังไม่พอเพราะสีของไส้กรอกที่ทำขึ้นอย่างฉูดฉาด ให้ดูน่ารับประทาน มีความสดใหม่ กรอบ เด้ง ทั้งที่ผลิตมานานหลายเดือนเเล้ว  ซึ่งเมื่อร่างกายได้รับสารสองตัวนี้เข้าไปในปริมาณมากร่างกายก็จะสะสมไว้ เเละไม่สามารถขับออกมาได้ทำให้สารเหล่านี้ยังคงสะสมไว้ในร่างกายของเรามากขึ้นทุกวัน เเละอาจเป็นสาเหตุของโรคมะเร็งได้ในที่สุด


มาการีน
หลายคนสับสนระหว่างมาการีนเเละเนย เพราะหน้าตาละม้ายคล้ายคลึงกัน เเต่ที่น่าสนใจคือทั้งสองอย่างนี้ไม่มีอะไรเหมือนกันเลย  เพราะโดยส่วนมากเเล้วมาการีนทำมาจากน้ำมันถั่วเหลืองเเล้วนำมาให้ความร้อนสูงมาก  อีกทั้งยังมีการอัดก๊าซไฮโดรเจนเข้าไป ทำให้เกิดการจับตัวเป็นของเเข็ง  ซึ่งความโหดร้ายของมาการีนก็อยู่ตรงนี้ล่ะค่ะ  ตรงที่กระบวนการให้ความร้อนสูงนี้เองที่จะทำให้ไขมันไม่อิ่มตัวบางชนิดในน้ำมันถั่วเหลืองมีโครงสร้างทางเคมีที่เปลี่ยนแปลงไป  หรือที่หลายคนเรียกกันว่า  "ไขมันทรานส์"  (Trans Fat) ซึ่งร่างกายไม่สามารถดูดซึมไปใช้ได้  ไขมันเหล่านี้ก็จะเข้าไปเกาะอยู่ตามผนังหลอดเลือด ทำให้หลอดเลือดของเรามีความเปราะบาง เเละเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจเเละหลอดเลือดนั่นเองค่ะ


บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป
บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปชนิดที่เรามักจะนำมาเยียวยาปากท้องตอนสิ้นเดือน หรือหาอะไรกินไม่ได้เเล้วนั้นเพียงเเค่ 1 ห่อ ก็มีโซเดียมประมาณ 2,000 มิลลิกรัมซึ่งถือว่ามากกว่าปริมาณที่เหมาะสมที่ควรจะรับประทานในหนึ่งวัน  ยิ่งหากคุณเป็นคนที่ชอบรับประทานเป็นชีวิตจิตใจเเล้วล่ะก็จะเป็นการเพิ่มควาเมสี่ยงในการทำให้ความดันเลือดเพิ่มสูงขึ้นเเละอาจนำไปสู่โรคหลอดเลือดสมองได้  นอกจากนี้เเล้วอาหารประเภทบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปนั้นก็ให้ส่วนประกอบหลักเป็นคาร์โบไฮเดรตเชิงเดี่ยว เเละไม่มีสารอาหารี่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายของเราเเม้เเต่น้อยเลยล่ะค่ะ 


กินอาหารแปรรูปอย่างไรให้ส่งผลเสียต่อสุขภาพน้อยที่สุด
เเม้ว่าสารเคมี หรือเเม้เเต่สารปรุงเเต่งอื่นๆ ที่เกิดขึ้นจากกระบวนการทำอาหารแปรรูป หรืออย่างเช่น เกลือ น้ำตาล หรือไขมันในอาหารแปรรูปจะเป็นสิ่งที่ไม่สามารถควบคุมได้ เเต่ปัจจุบันนี้การคำนึงถึงฉลากอาหาร หรือฉลากโภชนาการเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคอย่างเราควรให้ความสำคัญ  เพียงเเค่สนใจอ่านฉลากสักนิดเพื่อดูถึงส่วนประกอบเเละรายละเอียดที่เราเองอาจยังไม่รู้ เพื่อประกอบการตัดสินใในการเลือกซื้ออาหารให้ได้รับประโยชน์ต่อสุขภาพมากที่สุด

ดังนั้นหากสามารถหลีกเลี่ยงเหล่าอาหารแปรรูปรูปแบบต่างๆ ได้ก็จะเป็นสิ่งที่ดีต่อสุขภาพมากที่สุด เเละหันมาให้ความสำคัญกับอาหารสดใหม่ หรือการซื้อของสดมาประกอบอาหารรับประทานเองที่บ้าน เน้นการรับประทานอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่เเละเลือกสรรเเต่สิ่งดีๆ เพียงเท่านี้ก็จะเป็นทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพของเราเเล้วล่ะค่ะ
ขอบคุณข้อมูล :  krua.co

ติดตามเคล็ดลับเพื่อสุขภาพ...คลิก >  https://www.facebook.com/youhealth.info
ติดตามช่อง Youtube Chanel...คลิก >  https://www.youtube.com/c/youhealthyou-health