ติดต่อโฆษณา 
menu

สุขภาพแบ่งปัน

ข้อควรรู้เกี่ยวกับ "ยาปฏิชีวนะ"

DREAM@ /

06 ส.ค. 62 14:30

9,899

ข้อควรรู้เกี่ยวกับ "ยาปฏิชีวนะ"

หลายคนเคยได้ยินชื่อ  "ยาปฏิชีวนะ" ผ่านหูกันมาบ้างใช่ไหมค่ะ? เเต่ยากนักที่จะหาคนที่จะเข้าใจเเละรู้จักกันมันดี คนจำนวนมากมักเรียกยาปฏิชีวนะว่าเป็นยาเเก้อักเสบ รวมไปถึงยังมีความเชื่อว่าการใช้ยาในกลุ่มนี้จะช่วยทำให้เราหายจากอาการเจ็บป่วยได้เร็วขึ้น เเต่ทราบหรือไม่ค่ะว่า การใช้ยาปฏิชีวนะผิดวัตถุประสงค์นั้นก็อาจเป็นอันตรายร้ายเเรงถึงชีวิตได้เลยทีเดียว นั่นก็เพราะการใช้ยาในกลุ่มนี้นั้นจำเป็นจะต้องใช้ให้เหมาะสมเเละตรงกับชนิดของโรคที่จะรักษา  ไม่ควรตัดสินใจเลือดซื้อมาใช้โดยปราศจากคำเเนะนำของเเพทย์หรือเภสัชกร วันนี้เราเลยถือโอกาสชวนทุกคนไปทำความรู้จักกับยาปฏิชีวนะให้มากขึ้น เเละควรใช้ยาชนิดนี้เมื่อคุณเกิดปัญหาอะไรบ้าง ตามเราไปดูพร้อมกันเลยค่ะ


ยาปฏิชีวนะ คือ ยาฆ่าเชื้อเเบคทีเรีย ตัวอย่างเช่น ยาเพนิซิลลิน  (Penicilin) เตตร้าซัยคลิน  (Tetracycline) อะม็อกซีซีลลิน (Amoxycillin) ซึ่งในยากลุ่มนี้นั้นมีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อเเบคทีเรียเท่านั้น เช่น มีการนำไปใช้รักษาโรคต่อมทอนซิลอักเสบ เป็นหนอง แผลติดเชื้อเป็นหนอง เป็นต้น

ยาปฏิชีวนะ เป็นยาอันตรายหากตรวจสอบข้างกล่องยาจะพบข้อความตัวอักษรสีเเดงคำว่า  "ยาอันตราย"ปรากฏอยู่ รวมถึงมีคำเตือนว่าอาจทำให้เกิดอาการเเพ้ เเละอาจเป็นอันตรายถึงตายได้ เช่น ทำให้หายใจไม่ออกความดันเลือดตก มีผื่นลมพิษขึ้นตามลำตัวเเละใบหน้า บางครั้งผิวหนังอาจมีลักษณะเหมือนถูกไฟไหม้เเละหลุดออกทั้งตัว


โรคที่พบบ่อยหรือเป็นได้บ่อยในชีวิตประจำวัน เช่น หวัดเจ็บคอ ท้องเสีย อาหารเป็นพิษ เเละแผลเลือดออก สามารถหายได้โดยไม่ต้องรับประทานยาปฏิชีวนะ เพราะหวัดเจ็บคอเกิดจากเชื้อไวรัสยาปฏิชีวนะใช้สำหรับฆ่าเชื้อเเบคทีเรีย จึงไม่มีผลในการรักษา อาหารหวัด เจ็บคอ ท้องเสีย อาหารเป็นพิษ ซึ่งมักมีอาการอาเจียนร่วมกันด้วย เกิดจากสารพิษที่ปนเปื้อนมาในอาหาร ยาปฏิชีวนะรักษาไม่ได้เช่นกัน 

3โรครักษาเองได้ไม่ต้องใช้"ยาปฏิชีวนะ"
1.ท้องเสีย 99% เกิดจากเชื้อไวรัสซึ่งหายได้เอง  วิธีการรักษาที่ดีที่สุด คือ การดื่มเกลือเเร่ รับประทานอาหารอ่อนๆ งดอาหารรสจัดหรือย่อยยาก เเต่ถ้ามีอาการรุนเเรง  เช่น ถ่ายเป็นมูกเลือด มีไข้ ก็ควรไปพบเเพทย์


2. เป็นหวัด-เจ็บคอ  80% เกิดจากเชื้อไวรัส เเต่การกินยาปฏิชีวนะใช้สำหรับฆ่าเชื้อเเบคทีเรียจึงเป็นยาที่ไม่ถูกกับโรคนี้ วิธีการรักษาที่ถูกต้อง คือ พักผ่อนเเละการทำให้ร่างกายอบอุ่นจะช่วยให้ภูมิคุ้มกันของโรคของร่างกายนั้นเเข็งเเรงกำจัดเชื้อไวรัสได้เร็วขึ้น เเต่หากอาการเเย่ลง เช่น ไข้ไม่ลดใน 2 วัน ก็ควรไปพบเเพทย์


3. แผลเลือดออก การใช้ยาปฏิชีวนะไม่ช่วยป้องกันการติดเชื้อในบาดแผลเลือดออกทั่วไป  เเละไม่ช่วยทำให้เเผลหายเร็วขึ้น  ถ้าแผลไปสัมผัสสิ่งสกปรก ก็ต้องล้างแผลอย่างถูกวิธี พยายามรักษาความสะอาดของบาดแผลให้ดี แผลก็สามารถหายเองได้ เเต่หากเป็นแผลสัตว์กัด ตะปูตำหรือเป็นโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน ควรไปพบเเพทย์


หวัดเเบบไหนต้องรักษาอย่างไร?
หวัดที่เกิดจากเชื้อไวรัส (ที่ไม่ต้องใช้ยาปฏิชีวนะ รักษาตามอาการ) จะมีอาการ เช่น 
-ไข้สูง ตาเเดง เจ็บคอไม่มาก 
-ไอ น้ำมูกมาก
-อาจมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน (อาจมีอาการท้องเสียร่วมด้วย)


หวัดที่เกิดจากเชื้อเเบคทีเรีย (เเพทย์จะพิจารณาให้ใช้ยาปฏิชีวนะ) จะมีอาการ เช่น 
-มีไข้สูง เจ็บคอมาก
-ไม่ไอ ไม่มีน้ำมูก
-ต่อมน้ำเหลืองบริเวณลำคอโตเเละกดเจ็บตำเเหน่งเดียว
-มีจุดหนองที่ต่อมทอนซิล หรือลิ้นไก่บวมเเดง

**ข้อเเนะนำ
-ไม่ควรซื้อยาปฏิชีวนะกินเอง เพราะอาจได้ยาไม่เหมาะสม เเละยังเป็นการสุ่มเสี่ยงต่อการเเพ้ยาเเละทำให้เชื้อดื้อยา
-รีบพบเเพทย์หากอาการไม่ดีขึ้น เช่น มีอาการไข้สูง เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย รับประทานอาหารได้น้อย

เพราะการใช้ยาปฏิชีวนะไม่สมเหตุสมผลจะเกิดปัญหาการดื้อยาตามมา เเละอาจเสี่ยงต่อการเเพ้ยา เช่น ผื่นคัน เป็นต้น จนรุนเเรงถึงขั้นเสียชีวิต เช่น รู้สึกเเน่นหน้าอก หายใจไม่สะดวก ช็อกเป็นต้น ดังนั้นเเล้วเพื่อความปลอดภัยในการใช้ยาควรปรึกษาเเพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้ง ได้ข้อควรปฏิบัติดีๆในการใช้ยาปฏิชีวนะไปเเล้ว เชื่อว่าน่าจะเป็นประโยชน์กับผู้อ่านไม่มากก็น้อยนะคะ เพราะโรคภัยไข้เจ็บนั้นเป็นสิ่งที่ยากจะหลีกเลี่ยง เเต่หากคุณสามารถดูเเลตัวเองให้เเข็งเเรงอยู่เสมอได้ ก็จะเป็นการช่วยสร้างภูมิต้านทานโรคต่างๆ ได้เป็นอย่างดีเลยล่ะค่ะ

ติดตามเคล็ดลับเพื่อสุขภาพอื่นๆ...คลิก > https://www.facebook.com/youhealth.info
ติดตามช่อง Youtube Chanel...คลิก > https://www.youtube.com/c/youhealthyou-health