ติดต่อโฆษณา 
menu

สุขภาพแบ่งปัน

เช็กหน่อย! 7 อาหารเฮลท์ตี้ไม่จริง!

DREAM@ /

22 ส.ค. 62 15:05

9,791

เช็กหน่อย! 7 อาหารเฮลท์ตี้ไม่จริง!

เดี๋ยวนี้ ยุคนี้ขอเเค่ได้ยินคำว่า "เพื่อสุขภาพ" พ่วงท้ายอาหารอะไรมาทั้งชายหญิงก็คงจะกรูกันเข้าไปเหม่อมอง ยิ่งใครที่กำลังหักอกห้ามใจตัวเองเพื่อให้สามารถลดน้ำหนักอยู่ด้วยเเล้วล่ะก็ จะต้องอาศัยทั้งการออกกำลังกาย การควบคุมอาหาร ควบคุมการกินเเป้ง น้ำตาล  ไขมัน  คำนวณเเคลอรี่ ดังนั้นอาหารทั้งหลายที่ขึ้นชื่อว่าเพื่อสุขภาพ กินเเล้วไม่อ้วน หรือเเคลอรี่ต่ำทั้งหลายก็ดูเหมือนจะเป็นทางเลือกที่ดีที่จะช่วยคุณได้ เเต่เดี๋ยวก่อนค่ะก่อนที่จะหยิบ จะซื้อหรือจะกินเข้าไปปากไปนั้นลองมาตั้งคำถามกับอาหารเหล่านั้นซะก่อนมั้ยว่า..เฮลท์ตี้จริงหรือเปล่า?  คิดให้ดี เช็กให้ชัวร์! ก่อนที่คุณจะตกหลุมพลางอาหารเพื่อสุขภาพที่ไม่ดีต่อสุขภาพอย่างที่คิด! วันนี้  you-health เลยขอพาคุณผู้อ่านที่น่ารักทุกคนไปเช็ก  "7อาหารที่เฮลท์ตี้ไม่จริง" ตามไปเช็กพร้อมเราเลยค่ะ


1. ขนมปังโฮลวีต
เเน่นอนจ้า ถ้าพูดถึงอาหารเพื่อสุขภาพก็จะต้องมีรายชื่อของ  ขนมปังโฮลวีต เข้าไปเป็นหนึ่งในนั้นอย่างเเน่นอน เพราะหากให้เลือกระหว่างขนมปังโฮลวีตกับขนมปังขาวธรรมดาคนรักสุขภาพทั้งหลายก็ต้องเทใจไปให้ขนมปังโฮลวีตอยู่เเล้ว เเต่ถ้าเป็นขนมปังโฮลวีตที่มีประโยชน์จริงๆ เเล้วล่ะก็จะให้ประโยชน์มากเลยทีเดียว เพราะถือว่าเป็นธัญพืชที่ยังไม่ผ่านการขัดสี หรือขัดสีน้อย ทำให้ไฟเบอร์เเละสารอาหารต่างๆยังคงอยู่ไม่หลุดล่อนไปในระหว่างกระบวนการผลิต เพราะในทุกวันนี้ขนมปังโฮลวีตบางเจ้าก็ไม่ใช่ว่าจะมีประโยชน์เเละปลอดภัยเสมอไป เพราะเเทนที่จะใช้ขนมปังโฮลวีตเป็นหลัก  เเต่ผู้ผลิตบ้างเจ้าก็มีการผสมเเป้งขัดจขาวในสัดส่วนที่น้อยกว่า เเต่กลับใช้แป้งขาวมากกว่า เเถมยังเพิ่มของเเถมมาทั้งมาการีนเเละสารกันบูดให้คุณอีกด้วย ดังนั้นหากคุณตัดสินใจที่จะซื้อขนมปังโฮลวีตมารับประทานเเล้วล่ะก็ ลองคัดสรรดูสักนิด สังเกตดูที่ยี่ห้อแป้งโฮลวีตควรมีมากกว่า 30% ใช้เนยเเท้เเละไม่ใส่สารกันบูด


2. โยเกิร์ตไขมัน 0%
หนึ่งในอาหารเฮลท์ตี้ที่คนลดน้ำหนักร้อยทั้งร้อยต้องกิน เพราะใครต่อใครก็ออกปากรับประทานว่า นี่เเหละตัวช่วยที่แท้จริง เเละต้องเป็นโยเกิร์ตไขมันต่ำ หรือถ้าข้างกล้องเขียนว่า...ไขมัน 0% ด้วยเเล้วล่ะก็ยิ่งเป็นสิ่งที่ถูกใจคนลดน้ำหนักเข้าไปอีก  เเต่เเน่ใจได้เเค่ไหนว่าที่บอกว่า 0% นั้นมัน0%จริงๆ เพราะผู้ผลิตส่วนใหญ่มักทดเเทนไขมันด้วยปริมาณน้ำตาลน้ำตาลชนิดที่สูงลิ่วกันเลยทีเดียว ยังไงนะเหรอค่ะ? เช่น โยเกิร์ตสูตรปกติให้มา 7 กรัม เเต่โยเกิร์ตสูตรไร้ไขมันจะใส่มาถึง 19 กรัม ซึ่งน้ำตาล  4 กรัม เท่ากับ 1 ช้อนชา เวลาที่คุณเดินช้อปปิ้งเเล้วเห็นบนกล่อง หรือข้างกล่อง เขียนมาเลยตัวโตๆว่า ไขมัน 0% ก็อย่าเพิ่งหยิบมันลงตะกร้าไปะก่อน ลองพลิกฉลากดูสักหน่อยว่ามีสัดส่วนน้ำตาลเป็นเท่าไหร่  มีฟรุกโตสหรือคอร์นไซรัปแยกออกมาเยอะหรือเปล่า เพราะทั้ง 2 ตัวนี้ก็คือ น้ำตาลดีๆ นี่เองล่ะค่ะ 


ส่วนอาหารทีเดีดอย่างการรับประทานโยเกิร์ตใส่ผลไม้ที่สาวๆ ชื่นชอบกันนั้นก็มีน้ำตาลที่น่ากลัวเหมือนกัน เพราะในโยเกิร์ตมีน้ำตาลอยู่เเล้ว บางถ้วยก็มีการเเถมน้ำเชื่อมหรือน้ำตาลเข้ามาอีกต่างหาก  ดังนั้นลองเปลี่ยนเป็นการใส่น้ำผึ้งหรือใส่ผลไม้สดๆ โดยที่ไม่ต้องเติมน้ำตาลเข้าไปอีกจะดีมากที่สุดนี่เเหละจึงจะดีต่อสุขภาพ

3. น้ำผลไม้กล่อง
ขอเเค่ให้ขึ้นชื่อว่าเป็นอาหารเพื่อสุขภาพ จะกินผักหรือผลไม้ในรูปแบบไหนก็น่าจะได้ประโยชน์เหมือนกันหมด เเต่ช้าก่อนค่ะ ไม่ว่าจะเป็นน้ำส้ม น้ำแอปเปิ้ล น้ำองุ่น น้ำเสาวรส หรือเเม้เเต่น้ำผัก ก็กลับให้โทษมากกว่าประโยชน์เลยทั้งสิ้น คำถามคือปัญหาของน้ำผักผลไมกล่องมีปัญหาที่ตรงไหน? ปัญหาก็อยู่ที่ปริมาณน้ำตาลที่สูงพอๆกับน้ำอัดลมเลยล่ะค่ะคุณเเทบจะไม่เชื่อเลยใช่ไหมค่ะ? เเม้เเต้น้ำผลไม้ที่บอกมาว่าไม่ใส่น้ำตาล เเต่ยังไงๆคุณก็ยังได้รับน้ำตาลจากผลไม้อยู่ดี นอกจากนี้ส่วนผสมหลักของน้ำผักผลไม้กล่อง ก็คือน้ำผลไม้ที่มีรสชาติชัดเจนเเละหวานจัด เช่น องุ่น เเอปเปิ้ล ที่มีการนำกลบรสชาติเเละกลิ่นของผักที่ไม่อร่อยเเต่ก็ต้องใส่เข้ามาเพราะเข้าสู่กระบวนการโฆษณาไปเเล้ว เช่น เเครอท  หรือขึ้นฉ่ายจะอยู่ท้ายๆของส่วนผสมที่ใส่มาน้อยมาก 
ดังนั้นวิธีการที่ดีที่สุดก็ลองกินผักผลไม้สดๆที่เป็นลูก เป็นผลๆดีกว่านะคะ เเม้จะมีปริมาณน้ำตาลเเต่คุณก็ยังได้รับวิตามิน เกลือเเร่ เเละไฟเบอร์ซึ่งเป็นประโยชน์ที่ดีต่อร่างกาย


4. โอ๊ตมีลหรือกราโนล่าพร้อมรับประทาน
โอ๊ตมีล หรืออาหารเพื่อสุขภาพสำเร็จรูปอย่าง  "กราโนล่า" นั้นเป็นสิ่งที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในยุคปัจจุบัน จะทานเป็นมื้อเช้าก็ได้มื้อไหนก็เริ่ดเพราะรับประทานได้ง่าย เเถมถูกทำมาให้มีรสชาติอร่อย ทานเเล้วไม่รู้สึกว่ากำลังกินอาหารเพื่อสุขภาพอยู่นั่นเอง ไหนจะสรรพคุณที่ดีงามว่าช่วยลดน้ำหนัก มีไฟเบอร์สูง ดีต่อการขับถ่าย เเคลอรี่ต่่ำ ทานเเล้วไม่มีปัญหาอ้วนมาเยือน ซึ่งก่อนอื่นเราต้องกลับมาทำความเข้าใจก่อนว่า กราโนล่านั้นก็คือ โอ๊ตมีลผสมธัญพืชเเละผลไม้อบเเห้ง ซึ่งมีวางขายทั้งในรูปแบบที่เป็นเเท่งเเละเเบบที่นำไปใส่ในโยเกิร์ต เเต่สิ่งที่คุณควรระวังก็คือ โอ๊ตมีลที่คุณซื้อมา ส่วนใหญ่มีการเเต่งเติมรสชาติมาเเล้ว ดังนั้นอะไรก็ตามที่ผ่านการปรุงเเต่งมาย่อมต้องมีการเพิ่มเติมส่วนประกอบอื่นๆ เข้าไป เช่น น้ำตาลเเละโซเดียม ส่วนกราโนล่าเองก็เต็มไปส่วนผสมที่เป็นน้ำตาล เเต่ด้วยคำว่า เฮลท์ตี้ที่คำคออยู่นั้นเราจึงเข้าใจว่ามันต้องมีประโยชน์ต่อสุขภาพมากที่สุดกลายเป็นการเพิ่มแคลอรี่เข้าสู่ร่างกายซะอย่างนั้น ทางที่ดีให้ซื้อโอ๊ตมีลเเบบเต็มเมล็กมาทำรับประทานเองจะดีกว่านะคะ


5. ซุปไก่สกัด
ซุปไก่สกัด ไม่ใช่อาหารที่ดีต่อสุขภาพมากที่สุดหรอกนะคะ เอาจริงๆ ก็คือ เราไม่ตำเป็นจะต้องรับประทานเสียเลยด้วยซ้ำ หลายคนอาจยังไม่รู้ว่า ซุปไก่สกัด 1 ขวด ยังมีสารอาหารน้อยกว่าไข่ไก่ครึ่งฟองเสียอีก ดังนั้นหากคุณอยากเสริมสร้างโปรตีนให้กับตัวเองเเล้วล่ะก็กฟันไปกินไข่ทั้งฟองจะยังดีกว่า เเม้ว่าข้อดีของซุปไก่สลักจะอยู่ดีการย่อยได้ง่าย ไม่ต้องเสียเวลามานั่งเคี้ยว เเถมยังดูดซึมได้ไว เหมาะกับคนที่ต้องการเร่งโปรตีน เเต่ถ้าคุณเป็นคนที่สมบูรณ์เเข็งเเรงอยู่เเล้วล่ะก็ ไม่ต้องไปยุ่งกับมันจะดีกว่านะคะ


6. พาสต้าผัก
ใครลองกินเเล้วคิดว่าไม่อร่อย มากองรวมกันตรงนี้หน่อยดีกว่าค่ะ เพราะสำหรับพาสต้าผักหรือพาสต้าที่บนซองมีการระบุว่ามีผักเป็นส่วนผสม จริงๆเเล้วก็ไม่ได้ต่างไปจากการกินพาสต้าทั่วไปเท่าไหร่นักหรอกค่ะ เพราะมองให้ดีๆเเล้วมันก็คือ แป้งที่มีการผสมกับผักเล็กน้อย เเต่งเเต้มให้เป็นก้อนสีเขียวๆ เเต่ก็ไม่ต้องคาดหวังว่าจะไม่อ้วนเพราะมันก็คือ แป้งนั่นเเหละค่ะ ถ้าอยากกินจริงๆ เเนะนำว่าให้เป็นการเปลี่ยนจากเส้นพาสต้ามาเป็นซูกีนี่ซอยเป็นเส้นๆเเล้วไปคลุกกับเส้นพาสต้าเเทน เเบบนี้น่าสนกว่าเยอะค่ะ


7. รังนก
สารอาหารหลักๆจากอาหารที่เรียกกว่า รังนก ก็คือโปรตีนเเละน้ำ เเต่ถ้าลองไปเทียบกับรังนกสำเร็จรูปขนาด 70 - 75 มิลลิลิตร มีปริมาณโปรตีนน้อยชนิดที่ว่าคุณก็ต้องกินรังนกถึง 26 เลยล่ะค่ะ เพื่อให้ได้โปรตีนเท่ากับไข่ไก่ 1 ฟองนี่ยังไม่รวมปริมาณน้ำตาลในรังนกขวดที่ใส่เข้ามาเพื่อเพิ่มรสชาติอีกนะคะเนี่ย


เป็นยังไงบ้างค่ะสำหรับ 7 อาหารที่เหมือนจะเฮลท์ตี้ เเต่ถ้าคุณลองพิจารณาให้ดีมันก็อาจกลายเป็นดาบสองคมที่เอาเเน่เอานอนไม่ได้เหมือนกัน เเถมบางคนก็กินไปเเบบไม่สนใจข้อมูลโภชนาการมันอีกด้วยเเบบนี้จากที่ควรจะได้รับประโยชน์ก็อาจกลายเป็นสร้างโทษให้ร่างกายซะได้ เเต่ไม่ว่าจะเป็นอาหารอะไร มีข้อจำกัดเเบบไหนก็ล้วนต้องกินในปริมาณที่พอดีไม่มากจนเกินไป เมื่อรู้ว่าอันไหนทานมากไปก็ไม่ดี หรืออาหารไหนควรจะทานอย่างไรให้เกิดประโยชน์มากที่สุด คราวนี้คุณก็จะฉลาดกิน ฉลาดซื้อ เเละกินได้อย่างมีประโยชน์เเละเกิดประสิทธิภาพมากขึ้นเเล้วล่ะค่ะ 

ติดตามเคล็ดลับเพื่อสุขภาพอื่นๆ...คลิก >  https://www.youtube.com/c/youhealthyou-health 
ติดตามช่อง Youtube Channel...คลิก >  https://www.youtube.com/c/youhealthyou-health