ติดต่อโฆษณา 
menu

สุขภาพแบ่งปัน

มาเติม "รสขม" ให้ชีวิตกันเถอะ! รสขม : คุณค่าดีๆที่คุณคู่ควร

DREAM@ /

23 ส.ค. 62 17:08

10,968

มาเติม "รสขม" ให้ชีวิตกันเถอะ! รสขม : คุณค่าดีๆที่คุณคู่ควร

รสอาหารที่คุณชื่นชอบคือรสใดกันค่ะ?  
รสชาติอาหารเเบบไหนที่ลิ้นของคุณอยากจะสัมผัส? ไม่ว่าเมนูที่อยู่ตรงหน้าของคุณตอนนี้ เมื่อวาน เมื่อเช้านี้ เมื่อชั่วโมงก่อน จะเป็นอะไรเเต่ถ้าหากถามว่าคุณชอบรสชาติอาหารเเบบไหน เปรี้ยวเค็ม หรือรสหวาน น่าจะเป็นรสชาติที่หลายคนเลือกจะตอบ เเต่อาจมีบางคนเลือกตอบว่ารสเผ็ด เพื่อท้าท้ายลิ้นของคุณซะหน่อย เเต่ก็คงไม่คำตอบส่วนใหญ่ของคนทั่วไปเป็นเเน่ จริงไหมล่ะค่ะ? ทุกวันนี้อาหารจำนวนมากที่วางขาย หรือที่คุณเลือกรับประทานก็จะมีรสเปรี้ยว เค็ม หวานเป็นรสชาติพื้นฐานที่คนไทย เเละลิ้นของเราคุ้นเคยกันดี เเถมบางคนติดเค็ม ติดหวานเป็นชีวิตจิตใจ ทำอาหารเองทีไรก็กระหน่ำเติมน้ำตาล หรือน้ำปลาลงไปเเบบไม่ยั้งมือ ครั้นจะออกไปกินข้างนอกก็ต้องเติมพริกน้ำปลาเข้าไปเเบบไม่สงสารอวัยวะข้างในอีก รสชาติเบสิกเหล่านี้หากรับประทานไม่พอดีก็อาจทำให้เกิดโทษต่อร่างกายได้


ลองเปลี่ยนมาลิ้มลองรสชาติอาหารอื่นๆ นอกเหนือจากรสหวาน เปรี้ยว มันหรือเค็มบ้าง อีกทั้งอาหารไทยที่เรารู้จักกันตั้งมากมายก็ไม่ได้มีเเค่รสเหล่านี้  เนื่องจากมีข้อมูลจากพ่อครัวผู้เชี่ยวชาญในการคิดค้นรสชาติ เคยให้ข้อมูลว่า หากเเยกรสชาติอาหารไทยออกมาพิจารณาอย่างละเอียดเเล้วจะพบกว่ามีอยู่ด้วยกันถึง 9 รสชาติเลยทีเดียว นั่นก็ประกอบไปด้วยรสชาติอาหารพื้นฐาน คือ เปรี้ยว หวาน เค็ม มัน เผ็ด เเละขม เเละอีก 3 รสชาติ นั่นก็คือ หอมเย็น (เช่น สาระเเหน่ ตะไคร้) ฝาดเผื่อน (เช่น มะดัน มะยม) เเละเมาเบื่อ(เช่น ข้าวหมาก ซึ่งได้กลิ่นรสของแอลกอฮอล์)  ซึ่งคุณผู้อ่านทุกคนคงไม่คุ้นหูกันเเน่เลยใช่ไหมค่ะ เเต่สำหรับวันนี้เราขออาสาพาทุกคนไปสำรวจอาหารรสขมหนึ่งในรสชาติที่เราคุ้นเคย เเต่ไม่ค่อยชอบรับประทาน อะไรขมๆ ใครจะไปชอบจริงไหมล่ะค่ะ เเต่ถ้าจะให้พูดถึงประโยชน์ต่อสุขภาพของมันเเล้วล่ะก็คุณต้องคาดไม่ถึงเเน่นอนตามไปดูพร้อมกันเลยค่ะ

รสชาติอาหารกับสภาพอากาศ ความสมดุลที่ลงตัว...
เเม้ว่ารสชาติของอาหารจะมีหลากหลายเเละมากมายให้คุณได้เลือกลิ้มลองเเล้ว เคยสังเกตกันหรือไม่ค่ะว่ารสชาติกับอาหารไทยนั้นมีความสมดุลอะไรบ้างอย่างอยู่ด้วยกัน โดยเฉพาะสำรับไทยที่จะมีการหมุนเวียนเปลี่ยนรสชาติกันไปตามฤดูกาล ลองสังเกตเช่น เมื่อหน้าร้อน คนไทยก็จะนิยมรับประทานเมนูเเตงโมปลาเเห้ง ส่วนอาหารที่มีรสชาติเผ็ดร้อน เช่น พริกไทย ก็มักจะรับประทานกันในช่วงหน้าหนาว ส่วนหน้าฝน เต็มไปด้วยอากาศที่ชุ่มฉ่ำ พืชหลายชนิดก็ได้เวลาผลิดอกออกผล เมนูอาหารหลายๆอย่างจึงต้องรังสรรค์ขึ้นมาให้สอดคล้องกับสภาพอากาศ เเละ "รสชม" นี่ล่ะค่ะคือคำตอบของหน้าฝน อากาศเย็นสะท้านบวกกับเม็ดฝนที่นำมาความเปียกชื้นมาให้นี้  ลองมาเติมรสชมให้กับชีวิตของเราบ้างดีกว่า ว่าเเต่รสขมเเบบไหนที่เราจะเติมเข้าสู่ร่างกายได้โดยคุณก็ยังได้รับประโยชน์ที่ดีต่อสุขภาพอยู่อย่างครบถ้วน ไปเช็กกันสักหน่อยดีกว่าค่ะ!

ขี้เหล็ก


ผักชนิดหนึ่งที่ชึ้นชื่อลือชาซะเหลือเกินว่า ขมปี๋ ขมได้อีก รสชาติของมันจริงๆ เเล้วก็ขมปร่า เรามักจะได้กินขี้เหล็กได้บ่อยในช่วงปลายเดือนเมษายน เพราะเป็นช่วงที่ขี้เหล็กออกยอดอ่อน นิยมนำใบอ่อนมาคั้นกับน้ำร้อนเพื่อเป็นการลดรสขม ก็สามารถนำไปใส่ในเเกงหมูย่าง แกงกะทิ  หรือเมนูสุดฮิตที่สุดจากขี้เหล็ก ก็คือ แกงขี้เหล็กนี่ล่ะค่ะ ยอดขี้เหล็กถือว่าเป็นผักชนิดหนึ่งที่ให้วิตามินซีสูงมากในระดับที่ใกล้เคียงกับผักหรือผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวเลยทีเดียว สรรพคุณสำคัญคือการช่วยแก้อาหารท้องผูก ปรับปรุงการทำงานของระบบการขับถ่าย เนื่องจากมีฤทธิ์เป็นยาระบายอ่อน  ช่วยรักษาโรคริดสีดวงทวาร ให้เเคลเซียมกับร่างกายเพื่อช่วยในการบำรุงกระดูกเเละฟันให้เเข็งเเรง ในใบของขี้เหล็กก็ยังมีฤทธิ์เป็นยาระงับประสาทอ่อนๆ ช่วยให้คุณนอนหลับได้ง่ายขึ้น คนเมื่อก่อนนิยมนำดอกขี้เหล็กมาลวกน้ำร้อน คั้นเคี่ยวจนเหลือเพียงเเต่รสขมอ่อนๆ  หรือตากเเห้งดื่มเป็นชาบำรุงร่างกาย ช่วยผ่อนคลายความเครียด หน้าฝนทีไรลองได้รับประทานแกงขี้เหล็กร้อนๆ สักถ้วยเเล้วล่ะก็รับรองว่าช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย ป้องกันไข้หวัดจากสภาพอากาศได้เป็นอย่างดีเลยล่ะค่ะ

มะระ


อีกหนึ่งความขมที่คุณสามารถเติมเต็มให้กับร่างกายได้ ก็ต้องยกให้ "มะระ" เลยล่ะค่ะ หลายคนคุ้นหน้าคร่าตากับผักรสชมชนิดนี้เป็นอย่างดี คุ้นเคยในฐานะที่ว่ามันติดมาในจานอาหารหรือเมนูหมูสับยัดไส้มะระ เเล้วคุณก็เขี่ยเเว่นมะระออกไป ขอกินเเค่เนื้อหมูอย่างเดียว เเต่คุณอาจยังไม่คุ้นเคยกับความขมเเบบเต็มเปี่ยมไปด้วยคุณค่าของมะระมะระในทีนี้ก็คือมะระจีน ซึ่งมีผลขนาดใหญ่สีเขียวผิวขรุขระนิยมนำมาทำต้มจืดคุณอาจไม่รู้ว่ามะระนี้ช่วยให้เจริญอาหารเเถมยังทำหน้าที่เป็นยาระบายอ่อนๆช่วยแก้ปัญหาท้องผูกช่วยให้น้ำย่อยในกระเพาะอาหารทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้นทานเเล้วช่วยบำรุงตับขับพยาธิช่วยลดน้ำตาลในเลือดเนื่องจากที่เปลือกของมะระมีสารชาเเรนทิน(charantin)เเละพอลิเพฟไทด์-พีที่มีสรรพคุณสำคัญในการเปลี่ยนกลูโคสในกระเเสเลือดให้เป็นไกลโคเจนที่จับกระตุ้นการหลั่งอินซูลินในตับอ่อนส่งผลให้ลดระดับน้ำตาลในเลือดได้


ส่วนอีกหนึ่งมะระที่เป็นพี่น้องกันก็คือมะระขี้นก มะระลูกสีเขียวเเต่ทรงจิ๋วเล็กกว่ามะระจีนอยู่มากโขทรงเรียวยาวคนไทยเรานิยมนำมะระขี้นกมาลวกเเล้วจิ้มทานคู่กับน้ำพริกนานาชนิดนั่นเองล่ะค่ะ เเต่หากรับประทานเเบบสดๆก็มีประโยชน์มากเช่นเดียวกันเพราะมีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระมีวิตามินเอสูงช่วยในการบำรุงสายตาเเละการมองเห็นเเละช่วยลดน้ำตาลในเลือดได้ดีสารMomodicine ในมะระขี้นกมีประโยชน์ในการช่วยกระตุ้นความรู้สึกอยากอาหารถือเป็นสมุนไพรที่มีฤทธิ์เย็นช่วยแก้อาการร้อนในลดไข้บำรุงธาตุบำรุงร่างกายรสขมจากมะระขี้นกนี่เเหละค่ะช่วยให้คุณรู้สึกอยากอาหารขึ้นมายิ่งทานมะระขี้นกในช่วงหน้าฝนช่วยต้านหวัดได้ดีอีกต่างหาก**เเต่ด้วยความที่มีฤทธิ์เย็นจึงควรบริโภคเเต่น้อยหรือกินคู่กับอาหารฤทธิ์ร้อนเเะลเครื่องเทศอื่นๆด้วยเพื่อเป็นการสร้างสมดุลให้อาหารของคุณอร่อยเเละเต็มไปด้วยสรรพคุณจากความขมนั่นเองค่ะ

มะรุม


ช่วงหนึ่งมีกระเเสข่าวเรื่องพืชสมุนไพรที่ชื่อมะรุมก็ได้รับความนิยมเเละเป็นที่ถูกพูดถึงกันหนักมากๆเพราะใช้ประโญชน์ได้ทุกส่วนไม่ว่าจะเป็นยอดอ่อนใบฝักดอกเมล็ดหรือเเม้เเต่รากของมะรุมก็ด้วยเหมือนกันเรานิยมปลูกต้นมะรุมไว้ริมรั้วเเละมีความปลอดภัยจากสารพิษค่อนข้างสูงเต็มไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระเเละสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายมะรุมได้รับการนำมารักษาโรคหวัดด้วยเหมือนกันเพราะอุดมไปด้วยวิตามินซีต้านหวัดได้เป็นอย่างดีมะรุมช่วยรักษาโรคเบาหวานมีสรรพคุณในการควบคุมรดับน้ำตาลในเลือดเเละระดับน้ำตาลในเลือดให้น้อยลงต้านมะเร็งบำรุงสายตาเเละผิวพรรณให้สดใสเปล่งปลั่งเมนูที่คุณสามารถทำกินเองได้สบายก็ต้องแกงส้มมะรุมหรือไม่ก็แกงจืดยอดมะรุม
เเล้วล่ะค่ะ


ดอกแค
เมื่อพูดถึงดอกเเคภาพของดอไม้สีขาวสวยก็ลอยขึ้นมาเตะตาในทันทีเพราะส่วนใหญ่เเล้วเราจะคุ้นเคยกับดอกเเคในภาพเเบบนี้ซะเป็นส่วนใหญ่เอาเข้าจริงๆเเล้วหลายคนอาจยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าดอกเเคก็มีรสขมเหมือนกันเเถมยังเป็นเเหล่งที่อุดมไปด้วยคุณประโยชน์ไม่ว่าจะเป็นธาตุเหล็กวิตามินเบต้าเเคโรทีนและโปรตีนแก่ร่างกายช่วยป้องกันหวัดดับร้อนถอนพิษไข้ช่วยลดความร้อนในร่างกายโดยเฉพาะช่วงที่อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยก็ควรที่จะหาดอกเเคมารับประทานกันบ้างเเล้วนำดอกเเคไปทำแกงส้มเป็นเมนูเรียกเหงื่อได้ดีหายใจได้โล่วงสบายมากขึ้นเเนวโน้มที่จะเป็นไข้หรือหวัดก็จะลดน้อยลงนั่นเองค่ะ 


บอระเพ็ด


ถ้าพูดเรื่องรสขมเเล้วไม่เอ่ยถึงบอระเพ็ดก็คงไม่ถูกต้องเสียทีเดียวค่ะเพราะเรื่องความขมนั้นบอระเพ็ดเขาจัดให้เเบบขมปี๋ชนิดที่ไม่มีใครอยากเข้าใกล้กันเลยทีเดียวสรรพคุณเด็ดดวงที่สำคัญของพืชสมุนไพรอย่างบอระเพ็ดก็คือช่วยแก้ไข้แก้อาการเบื่ออาหารในความขมของบอระเพ็ดนั้นอุดมไปด้วยสารเคมีในกลุ่มอัลคาลอยด์ไดเทอร์ปีนอยด์สารในกลุ่มเอมีนสารฟีโนลิกหรือไกลโคไซด์เป็นต้นซึ่งมีฤทธิ์ในการช่วยต้านการอักเสบเเละเชื้อเเบคทีเรียลดอาการไข้ลดน้ำตาลในเลือดเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของหัวใจให้ดียิ่งขึ้นรักษาโรคผิวหนังหรืออาการผดผื่นคนตามร่างกายเป็นยาบำรุงกำลังได้ดีอีกต่างหากเเต่เเม้ว่าจะมีประโยชน์เเค่ไหนบอระเพ็ดก็ยังไม่เหมาะสำหรับผู้ที่เป็นโรคไตหรือโรคตับหรือผู้ที่ร่ากายไม่ได้เป็นอะไรนั้นก็ไม่ควรรับประทานติดต่อกันเป็นเวลานาน

สะเดา


ปิดท้ายความขมเเบบลงตัวที่สะเดาผักรสขมที่หลายคนนึกไม่ออกว่ามันจะขมได้อีกสักเเค่ไหนเเต่รู้ไหมค่ะว่าความขมปี๋ที่คุณสัมผัสจากสะเดานั้นเต็มไปด้วยุคณค่าทางโภชนาการเเบบจัดเต็มเพราะสะเดาขึ้นชื่อว่าเป็นต้นไม้แห่งยาชนิดที่ว่าสะเดาต้นเดียวก็บำรุงสุขภาพของเราได้ครบถ้วนเลยทีเดียวหากนำใบสะเดามาต้มกับน้ำร้อนเเล้วจิบอย่างน้อยวันละครั้งก็ช่วยดีท็อกซ์ทำความสะอาดเลือดเป็นการล้างพิษในกระเเสเลือดกระตุ้นให้เลือดลมไหลเวียนดีสะเดาช่วยกระตุ้นการหลั่งน้ำย่อยในกระเพาะอาหารทำให้เจริญอาหารลดอาการเบื่อาหารช่วยรักษาโรคขาดสารอาหาร สะเดามีฤทธิในการช่วยคลายเครียดลดความกังวลเเละช่วยให้นอนหลับได้ดีขึ้นช่วยดับพิษร้อนในร่างกายลดไข้ปวดศีรษะแก้หวัดลดน้ำมูกหรือเเม้เเต่ช่วยแก้ปัญหากลิ่นปากสะเดาก็ช่วยได้ดีเลยล่ะค่ะโดยส่วนใหญ่นิยมนำสะเดามารับประทานด้วยลวกจิ้มกับน้ำพริกจิ้มกับน้ำปลาหวานเป็นต้น

อ่านมาถึงตรงนี้พอจะได้ไอเดียในการเติมความขมให้กับชีวิตกันบ้างหรือยังค่ะถ้ายังเเล้วล่ะก็ลองคิดดูซิค่ะว่าชีวิตของเราทุกวันนี้ยังเต็มไปด้วยหลากหลายรสชาติมากมายสีสันทำไมเราถึงยังมัวเเต่ยึดมั่นถือมั่นอยู่กับรสชาติใดรสชาติหนึ่งเพียงอย่างเดียวโดยเฉพาะ2รสชาติอย่างเค็มเเละหวานรสชาติที่ถูกปากคนไทยเเต่ในหลายๆครั้งที่โรคต่างๆเช่นโรคหลอดเลือดหัวใจโรคอ้วนโรคเบาหวานโรคความดันโลหิตสูงโรคมะเร็งหรือปัญหาสุขภาพที่เกิดขึ้นได้บ่อยๆกับคุณนั้นไม่ว่าจะเป็นอาการภูมิเเพ้ท้องเสียท้องผูกอาจมีสาเหตุสำคัญมาจากความชอบในรสชาติอาหารหวานมันเค็มนี่ล่ะค่ะ 

ลองปรับเปลี่ยนรูปแบบรสชาติของอาหารอย่างลองที่จะเปลี่ยนมาลิ้มลองรสอาหารขมบ้างเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อร่างกายรสขมส่วนใหญ่เเล้วก็มีสรรพคุณช่วยขับลมลดระดับน้ำตาลในเลือดบำรุงหัวใจป้องกันไข้หวัดอุดมไปด้วยสารพฤกษเคมีหลายตัวมีสารต้านอนุมูลอิสระเเละใยอาหารที่จะช่วยให้สุขภาพของคุณดีได้เหมือนกันเเละรสขมก็เป็นหนึ่งในทางเลือกที่เราอยากเเนะนำ

เเล้ววันนี้คุณเติม"รสขม"ให้กับชีวิตบ้างหรือยังค่ะ? 

ติดตามเคล็ดลับเพื่อสุขภาพอื่นๆ...คลิก > https://www.youtube.com/c/youhealthyou-health 
ติดตามช่อง Youtube Channel...คลิก >  https://www.youtube.com/c/youhealthyou-health