ติดต่อโฆษณา 
menu

สุขภาพแบ่งปัน

5 วิธีรีเฟรชสมอง...ผ่อนคลายจิตใจ

DREAM@ /

24 ส.ค. 62 15:00

12,560

5 วิธีรีเฟรชสมอง...ผ่อนคลายจิตใจ

สมองเหนื่อยเเล้ว...พักก่อนเถอะนะ..เชื่อเถอะนะว่าถ้าสมองของคุณมันพูดหรือสื่อสารออกมาเป็นประโยคกับคุณได้เเล้วล่ะก็ เจ้าสมองมันก็คงอยากจะพูดเเบบนี้กับคุณเราใช้ชีวิตกันในเเต่ละวันด้วยการใช้ความคิด หรือคิดมากไป หรือทำให้สมองต้องทำงานอย่างหนักหน่วงมันก็เหนื่อย ก็ล้าเป็นเหมือนกัน โดยเฉพาะกับคนที่ต้องทำงาน หรือเรียนหนังสือที่ต้องใช้สมองเยอะๆเเล้วล่ะก็ อาจทำให้เกิดอาการอ่อนเพลีย ไม่มีเเรง สมองมึน งง เบลอ เเละคิดอะไรไม่ออกเลยก็มี เเละอาการเหล่านี้เป็นสัญญาณเตือนสำคัญที่มันกำลังบอกคุณว่า คุณต้องหันมาให้ความสำคัญกับมันมากขึ้นเเล้วล่ะค่ะ 


ทำไมต้องหันมารีเฟรชสมอง?
เราไม่ได้ตั้งชื่อบทความให้ดูเก๋ หรือไร้ความหมายหรอกนะคะ เพราะวันนี้เราจะชวนทุกคนที่ได้อ่านบทความนี้ไม่ว่าจะเป็นเด็ก วัยเรียน วัยรุ่น วัยทำงาน วัยผู้ใหญ่ หรือเเม้เเต่ผู้สูงวัยมารีเฟรชสมองกันซะหน่อย  เเต่ทำไมเราจะต้องไปรีเฟรชสมองล่ะค่ะ? เพราะสมองนั้นสำคัญมากกว่าที่คุณคิดสมอง เป็นอวัยวะที่สำคัญของร่างกาย คอยทำหน้าที่ควบคุมการสั่งการของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นการเคลื่อนไหว ความรู้สึก ความคิด ความจำ ดังนั้นเเล้วการที่เราดูเเลสมองของเราให้เเข็งเเรง สดใส อยู่เสมอจึงเป็นสิ่งที่คุณไม่ควรละเลย เเถมหากทำเป็นประจำเเล้วก็ยังเป็นการช่วยลดความเสี่ยงในการที่จะเกิดโรคที่เกี่ยวข้องกับระบบประสาทเเละสมองอีกด้วยนะคะ  เเต่ถ้าวันไหนสมองของคุณเบลอเสียเต็มที่เเล้วมันไม่สามารถทำให้คุณคิด วางแผน หรือตัดสินใจได้อย่างโลดเเล่นเหมือนอย่างที่เคยเป็นเเล้วล่ะก็นั่นก็ถึงเวลาเเล้วละค่ะที่คุณจะต้องรีเฟรชสมอง ผ่อนคลายจิตใจวันนี้เรามี 5 วิธีบรรเจิดที่คุณเองก็สามารถทำได้ง่ายๆมาฝากกันค่ะ


1. จินตนาการด้านบวก..เปลี่ยนความคิดให้เผชิญกับทุกสภาพปัญหา
เพราะชีวิตทุกวันนี้มีเเต่เรื่องมากมายให้เราคิด ให้เราต้องเครียดไม่ว่าจะเรื่องงานเอย เรื่องเงินเอย เรื่องครอบครัวเอย หรือเเม้เเต่เรื่องความรัก ก็ทำให้เราต้องคิดอยู่เสมอเเต่หากคุณรู้สึกว่าชีวิตเจอเเต่ปัญหามากมาย ลองจินตนาการถึงเเต่เรื่องดีๆ ให้พลังงานกับชีวิตด้วยการคิดอะไรในเเง่บวกอยู่เสมอ ลองจินตนาการว่าได้พาตัวเองออกไปที่ไหนสักที่อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นภูเขาเเม่น้ำ ป่าเขา หรือเเม้เเต่ป่าไม้ เวลาที่เจอปัญหาหรือมีเรื่องที่ให้ต้องคิดเเล้วล่ะก็ลองเปิดเพลงคลอไปเบาๆให้จิตใจของคุณได้สงบมากขึ้น  นึกถึงว่าชีวิตนี้คุณเองก็ต้องผ่าน หรือพบเจอกับเรื่องราวดีๆ เข้ามาบ้าง ในเวลานั้นคุณรู้สึกอย่างไร ให้สมองได้รู้สึกพักเเละเมื่อลืมตาขึ้นมาก็พร้อมที่จะก้าวต่อหรือเผชิญหน้ากับทุกปัญหาอีกครั้งในเเบบที่คุณจะไม่กลัวอะไรอีกเเล้ว


2. ฝึกหายใจ...ช่วยได้ดี
การฝึกหายใจ หรือเเม้เเต่การนั่งสมาธิ น่าจะเป็นตัวเลือกเเรกๆที่หลายคนเลือกที่จะรีเฟรชสมองของเราให้ปลอดโปร่ง พร้อมเผชิญทุกสภาพปัญหา เเละวิธีที่คุณคิดไม่ถึงอย่างการฝึกหายใจ ในช่วงเวลาที่อารมณ์คุณไม่คงที่ รู้สึกว้าวุ่น จะสังเกตตัวเองได้ว่าคุณจะหายใจถี่เเละตื้นขึ้น ทำให้เราได้รับออกซิเจนน้อยลง เเต่ถ้าหายใจเข้าออกลึกๆ โดยการหายใจด้วยการใช้กล้ามเนื้อหน้าท้อง จะทำให้เราได้รับออกซิเจนอย่างสมดุล ร่างกายจะทำงานเป็นปกติ ส่งผลให้มีสมาธิรู้สึกใจเย็น เเละสมองเเจ่มใสมากขึ้นวิธีการนั้นก็ไม่ได้ยุ่งยากเพียงหายใจเข้าลึกๆ เเล้วนับ 1 - 4 อย่างช้าๆให้รู้สึกว่าหน้าท้องพอง เเล้วผ่อนลมหายใจออก โดยนับค้างไว้ 1 - 8 เเล้วไล่ลมหายใจออกให้หมดจนท้องเเฟบควรทำติดกันประมาณ 4 - 5 ครั้ง  ลองทำทุกครั้งที่คุณรู้สึกเครียด หรือไม่สบายใจจะช่วยให้จิตใจเเละสมองของคุณผ่อนคลายได้เป็นอย่างดี


3. กลิ่นหอมบำบัดก็ช่วยได้
รู้หรือไม่ค่ะว่า "กลิ่น" มีส่วนสำคัญต่อเรื่องอารมณ์เเละจิตใจต่อการใช้ชีวิตประจำวันของเรา เเละยังเป็นการช่วยบำบัดสภาวะต่างๆ ที่คุณเผชิญมาอย่างตึงเครียดได้เป็นอย่างดี ซึ่งศาสตร์ในการใช้น้ำมันหอมระเหยจากสารสกัดพืชหอม หรือที่เรียกว่า  "สุคนธบำบัด" (Aromatherapy) เป็นศาสตร์ที่มีการนำมาใช้ยาวนานเเล้ว โดยโมเลกุลเล็กๆสามารถเข้าไปถึงส่วนสมองในส่วนที่เชื่อมโดยตรงกับสมองที่ควบคุมระดับความเครียดเเละอารมณ์ ความรู้สึก กลิ่นที่นิยมใช้เพื่อบำบัดอารมณ์เเละความเครียดนั้น เช่น กลิ่นลาเวนเดอร์ มาร์จอเเรม เเละกลิ่นดอกส้ม เพราะจะช่วยให้ร่างกายผลิตฮอร์โมนเซโรโทนินมาใช้เพื่อบำบัดความเครียด ทำให้คุณรู้สึกสงบเยือกเย็นนั่นเองล่ะค่ะ


4. รู้ไหม? เเสงเเดดอ่อนๆทำให้จิตใจสงบ..ผ่อนคลายความเครียด
ตื่นเช้าขึ้นมา เเล้วลองเปิดหน้าต่างหรือผ้าม่านให้เเสงลอดเข้ามาในห้องนอนของคุณซิค่ะ หรือใครจะออกไปยืนอังเเดดอ่อนๆ ในตอนเช้าก็ช่วยรีเฟรชสมองเเละร่างกายได้เป็นอย่างดีเพราะเเสงเเดดอ่อนๆในยามเช้าจะมีทั้งวิตามินดีเเละความสดใสช่วยให้สมองหลั่งฮอร์โมนเซโรโทนินเพื่อมาช่วยบำบัดอารมณ์  เสริมสร้างสมาธิ ซึ่งข้อมูลจากองค์การอนามัยโลกเเนะนำว่า การโดนเเสงเเดดโดยไม่ทาครีมกันเเดด วันละ 5 - 15 นาที  2 - 3 วันต่อสัปดาห์ก็ช่วยให้คุณได้รับวิตามินดีจากเเสงเเดดเเล้วล่ะค่ะ 


5. ออกไปใกล้ชิดกับธรรมชาติซะหน่อย!
วิธีข้อนี้เราขอเเนะนำเลยค่ะ  หลายคนอาจไม่เชื่อเพราะยังไม่เคยไปพิสูจน์ เเต่การเอาตัวเองออกไปที่ไหนสักเเห่งที่โอบล้อมไว้ด้วยธรรมชาติ ต้นไม้เขียวขจี หรือน้ำตกในลำเนาไพรทั้งหลายให้ธรรมชาติฟื้นฟู บำบัด เยียวยาสมองเเละร่างกายของเรา หรือที่เรียกกว่า ธรรมชาติบำบัด  นั่นก็คือการดูเเลทั้งกายเเละใจด้วยกระบวนการทางธรรมชาติ การได้ออกไปใกล้ชิดกับธรรมชาติไม่เพียงเเต่ทำให้เรารู้สึกสงบเเต่เพียงเท่านั้น  เพราะมันจะทำให้คุณได้สื่อสารกับตัวเอง พูดคุยกับตัวเอง ส่งผลให้คุณกลับมาดูเเลเเละเข้าใจตัวเองมากขึ้น เเละช่วยให้ร่างกายเกิดความรู้สึกผ่อนคลายตามไปด้วย


เป็นยังไงบ้างค่ะสำหรับ  5 วิธีรีเฟรชตัวเองที่เรานำมาเเนะนำ เห็นใช่ไหมค่ะว่าไม่ได้เป็นวิธีการที่ยุ่งยากหรือวุ่นวายอะไรเลย หรืออีกหนึ่งวิธีที่เราอยากเเนะนำก็คือ การนวดผ่อนคลายความตึงเครียดอย่างได้ผล ซึ่งหากคุณรู้จักวิธีการนวดที่ถูกต้องเเล้วล่ะก็ จะเป็นการช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ทำให้คุณรู้สึกผ่อนคลายเเละปลอดโปร่งมากขึ้น ยังไงลองหาเวลาว่างเพื่อพักผ่อน สร้างความผ่อนคลายให้กับตัวเอง โดยเฉพาะสมองที่ก็มีเวลาที่ต้องเหนื่อยล้าเหมือนกัน ลองปล่อยมันให้ได้พักบ้าง ตัวคุณเองก็จะได้ผ่อนคลายมากขึ้นเพียงเท่านี้ไม่ว่าเรื่องราวข้างหน้าคุณจะเข้ามาในรูปแบบไหน เชื่อเถอะค่ะว่าคุณก็จะสามารถผ่านมันไปได้เสมอ  

ว่าเเต่วันนี้..คุณได้รีเฟรชสมองบ้างหรือยังค่ะ?

ติดตามเคล็ดลับเพื่อสุขภาพอื่นๆ...คลิก> https://www.youtube.com/c/youhealthyou-health 
ติดตามช่อง Youtube Channel...คลิก >  https://www.youtube.com/c/youhealthyou-health