ติดต่อโฆษณา 
menu

สุขภาพแบ่งปัน

ปวดหลังบ่อยๆ เกิดจากอะไรได้บ้าง?

DREAM@ /

30 ส.ค. 62 10:00

13,077

ปวดหลังบ่อยๆ เกิดจากอะไรได้บ้าง?

นั่งก็โอ๊ย ลุกก็โอ๊ย คุณผู้อ่านเคยประสบเหตุการณ์เเบบนี้กันบ้างหรือเปล่าค่ะ นั่นก็เพราะอาการปวดหลังเป็นอาการที่พบได้บ่อยในคนทุกเพศทุกวัย หลายคนมักเข้าใจว่าอาการปวดหลังมักเกิดขึ้นกับเฉพาะในผู้สูงอายุเท่านั้น เพราะในปัจจุบันเราพบว่าผู้คนเริ่มมีอาการปวดหลังมากขึ้นโดยในวัยทำงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหล่าพนักงงานออฟฟิศทั้งหลาย เนื่องจากต้องนั่งจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลายาวนานตลอดทั้งวัน  บางคนลองปรับเปลี่ยนท่านั่งเเล้ว ออกกำลังกายก็เเล้ว เเต่ดูเหมือนว่าปัญหาปวดหลังรุมเร้าก็ยังไม่หายไปจากคุณเสียที  ยิ่งบางคนปวดมากก็อาจส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันของคุณได้ งั้นมาลองเช็กกันสักหน่อยดีกว่าค่ะว่าอาการปวดหลังที่คุณกำลังเผชิญอยู่นั้นเกิดขึ้นจากอะไรได้บ้าง


อาการปวดหลัง เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นท่าทางที่ไม่ถูกต้อง หรือพยาธิสภาพของกระดูกสันหลังเอง ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่ของอาการปวดหลังก็มักเกิดขึ้นจาก

- ท่าทาง อิริยาบถการเคลื่อนไหวร่างกาย  เเละการใช้งานหลังที่ไม่ถูกต้อง  ปัจจัยข้อนี้ถือเป็นสาเหตุสำคัญของการปวดหลังที่พบได้บ่อยในคนวัยทำงานที่ต้องทำงานกับคอมพิวเตอร์นานๆ หากไม่ได้นั่งในท่าที่ถูกต้อง หรือนั่งในอิริยาบถที่คุณเคยชิน เช่นนั่งเเบบหลังงอ การยกของหนักโดยใช้การก้มกลัง จะทำให้น้ำหนักทั้งหมดจะผ่านไปที่กระดูกสันหลังส่วนที่กำลังโค้งมากที่สุก


- การบาดเจ็บบริเวณหลัง 
ไม่ว่าจะเป็นจากอุบัติเหตุหรือการเล่นกีฬา เช่น ฟุตบอล รักบี้ หากเกิดอาการบาดเจ็บหรือมีการกระเเทกอย่างต่อเนื่องส่งผลให้กระดูกสันหลังเสื่อมได้เร็วขึ้นนั่นเอง

- ความผิดปกติของกระดูกสันหลังเเต่กำเนิด เช่น โพรงกระดูกสันหลังลีบเเต่กำเนิด กระดูกสันหลังคดกระดูกสันหลังมีมากหรือน้อยกว่าปกติ

- ภาวะของกระดูกสันหลังเเละกล้ามเนื้อ ซึ่งถือว่าเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดอาการปวดหลังได้มาก ภาวะอย่างนี้ก็เช่น
...หมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อนทับเส้นประสาท
...โพรงกระดูกสันหลังตีบเเคบ หรือภาวะที่มีการเเคบลงของโพรงกระดูกสันหลังเนื่องมาจากการหนาตัวขึ้นของกระดูกหรือเส้นเอ็น ทำให้เส้นประสาทที่วิ่งอยู่ในโพรงกระดูกถูกบีบรัดจากกระดูกหรือเส้นเอ็นที่มีการหนาตัวขึ้นจากการเสื่อมสภาพ
...กระดูกสันหลังเคลื่อน เพราะเมื่อกระดูกสันหลังเสื่อมเเละเสียความมั่นคงเเข็งเเรงไป จะทำให้กระดูกสันหลังเคลื่อนได้ จะทำให้เกิดอาการปวดหลังมีการขยับ เเละมีการปวดร้าวลงขาได้เมื่อมีการกดทับเส้นประสาท 

- สภาพร่างกายไม่สมดุลกัน  นั่นก็เพราะในบางครั้งการที่ร่างกายของเรามีสภาพไม่สมดุลกันนั้นก็ทำให้เกิดอาการปวดหลังได้ อย่างภาวะขาดเเคลเซียม กล้ามเนื้อกลังอ่อนเเอ จึงทำให้การจัดเรียง
ของกระดูกสันหลังไม่ได้รูปตามธรรมชาติเเต่ปัญหาเหล่านี้ก็ไม่ใช่เรื่องที่น่ากังวลหากกระดูกไม่ได้เป็นกระดูกทับเส้นประสาท เพราะหากคุณมีอาการชาตามมือตามเท้าร่วมกันด้วยนั้น ก็ต้องเริ่มแก้ไข
ด้วยการเริ่มควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในระดับที่มีความเหมาะสม รับประทานอาหารที่เต็มไปด้วยเเคลเซียม เช่น ปลาตัวเล็กๆ เมล็ดถั่วอัลมอนด์ รวมไปถึงการออกกำลังกายควบคู่ไปอย่าง การเล่นโยคะ การรำกระบอง เเต่ให้หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายที่ทำให้เกิดเเรงกระแทกต่ออวัยวะต่างๆ 

- มีการอุดตันของอวัยวะภายใน  ปัจจัยในข้อนี้น่าจะเป็นปัญหาหนักใจของคนที่มีอาการท้องผูกอยู่บ่อยๆ เลยนะคะ โดยเฉพาะใครที่ต้องรอ 3 - 4 วัน ถึงจะได้ฤกษ์ไปถ่ายสักทีนี่ก็ต้องระวังมากยิ่งขึ้นเลยล่ะค่ะ เพราะนี่ก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เราปวดหลังได้เหมือนกัน เนื่องจากเมื่อเกิดอาการท้องผูก จะทำให้เกิดเเรงดันในช่องท้อง เเละส่งผลให้คุณเกิดอาการปวดหลังส่วนช่วงหลังบริเวณบั้นเอวได้ ดังนั้นต้องลองหันมาให้ความสำคัญกับการดื่มน้ำให้มากๆ หมั่นกินผักเเละผลไม้เเละออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เเล้วลองสังเกตดูว่าอาการปวดหลังนั้นดีขึ้นเเล้วหรือยัง? 

อาการปวดหลัง
อาการปวดหลังที่คนส่วนใหญ่มักเผชิญก็จะมีอาการปวดหลังเฉพาะที่หลังเพียงอย่างเดียว หรืออาจมีอาการปวดหลังร้าวมาที่สะโพกหรือขา อาการปวดขาจะปวดไปตามบริเวณที่ซึ่งถูกเลี้ยงด้วยเส้นประสาทที่ถูกกดทับนั้น ผู้ป่วยเเต่ละรายอาจอธิบายอาการปวดว่ามีลักษณะเเหลมเหมือนโดนมีดเเทงบางรายรู้สึกปวดหน่วงเเละหนักที่ขา  หรืออาจรู้สึกเพียงเหน็บชาคล้ายเวลาที่นั่งทับขานานๆ เท่านั้น


สัญญาณเตือนเเบบไหนที่ควรรีบไปพบเเพทย์
ถึงเเม้ว่าอาการปวดหลังอาจจะต้องใช้เวลานานกว่าอาการจะทุเลาลง เเต่สำหรับบางรายเเล้วอาการที่เป็นสัญญาณเตือนว่าคุณควรรีบไปพบเเพทย์โดยทันทีได้แก่ 

- อาการปวดหลังที่เป็นเรื้อรังติดต่อกันนานเกินกว่า 3 เดือน
- อาการปวดเฉียบพลันที่ไม่ทุเลาลงเมื่อได้พัก หรือมีอาการปวดรุนเเรงจนไม่สามารถเคลื่อนไหวได้
- อาการปวดหลังจากการได้รับบาดเจ็บหรือหกล้ม
- อาการปวดที่มีร่วมกับ การควบคุมการขับถ่ายไม่ได้ ขาอ่อนเเรง ชาบริเวณขา เท้า หรือรอบทวารหนัก คลื่นไส้ อาเจียน มีไข้ น้ำหนักลดผิดปกติโดยไม่ทราบสาเหตุ


ซึ่งเเนวทางเลือกในการรักษาอาการปวดหลัง คือเพื่อลดอาการปวด ซึ่งการรักษาก็จะขึ้นอยู่กะสาเหตุที่ทำให้เกิดการปวดหลังเเละระยะเวลาที่เป็น  ซึ่งเเพทย์จะเป็นผู้พิจารณาวิธีการรักษาที่เหมาะสมกับผู้ป่วยเเต่ละราย  เเต่สำหรับคนที่ยังไม่เกิดอาการปวดหลังหรือปวดบ้างเป็นบ้างครั้ง นอกเหนือจากวิธีการรักษาอื่นๆ เเล้ว เราเองก็ต้องรู้จักป้องกันหรือปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่อาจนำไปสู่อาการปวดหลังในอนาคตได้ โดยเฉพาะพนักงานออฟฟิศทั้งหลายที่ต้องนั่งจดจ่อทำงานอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ตลอดทั้งวันนั้นควรใส่ใจท่านั่งอยู่เสมอ ไม่ควรนั่งหลังงองุ้มเป็นปลาทู เเต่ให้นั่งหลังตรง เเละหน้าจอคอมพิวเตอร์อยู่ในระดับสายตา หาเวลายืดเส้นยืดสายบ้าง เพื่อเป็นการป้องกันอาการปวดหลังที่อาจจะเกิดขึ้นรวมไปถึงลดความเสี่ยงในการเกิดโรคออฟฟิศซินโดรมได้อีกด้วยล่ะค่ะ


ติดตามเคล็ดลับเพื่อสุขภาพอื่นๆ...คลิก >  https://www.facebook.com/youhealth.info 
ติดตามช่อง Youtube Chanel...คลิก >  https://www.youtube.com/c/youhealthyou-health