ติดต่อโฆษณา 
menu

สุขภาพแบ่งปัน

วิธีรับมือโรคซึมเศร้า..แก้ได้ก่อนสายไป

DREAM@ /

27 ก.ย. 62 11:00

12,681

วิธีรับมือโรคซึมเศร้า..แก้ได้ก่อนสายไป

"โรคซึมเศร้า" นานเท่าไหร่เเเล้วค่ะที่ชื่อนี้กลายเป็นที่รู้จัก เเละเรามักจะได้ยินเเละพบเห็นตามพาดหัวข่าวจนชินตา ว่ามีผู้ต้องจบชีวิตเพราะ "โรคซึมเศร้า"


หากคุณไม่ใช่ผู้ป่วยโรคซึมเศร้าก็อาจจะเป็นเรื่องที่เข้าใจยากสักหน่อย ว่าโรคนี้คืออะไร หรือมีอาการอย่างไร เราจึงไม่แปลกใจว่ามีผู้ทั้งที่เป็นโรคซึมเศร้าโดยรู้ตัว เเละบางคนเข้าสู่ภาวะโรคซึมเศร้าเเต่ไม่รู้ตัวว่าตัวเองเป็น เเละไม่เเน่ว่ารอบข้างตัวคุณตอนนี้อาจมีอย่างน้อย 1 คนที่กำลังป่วยเป็น "โรคซึมเศร้า" อยู่ก็ได้นะคะ นั่นก็เพราะโรคนี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัวของเราอีกต่อไป เเต่มันเป็นเรื่องใกล้ตัวมากกว่าที่คุณคิด เเละยังสามารถเกิดขึ้นกับใครก็ได้ ปัญหาส่วนหนึ่งอาจมาจากปัญหาความเครียดสะสมซึ่งถือเป็นประตูบานเเรกที่จะนำพาคุณไปสู่ภาวะซึมเศร้าได้ วันนี้  you-health ขอนำความรู้เรื่องนี้มาแบ่งปันกัน  เมื่อคุณกำลังสงสัยว่าตัวเองเผชิญอยู่กับโรคซึมเศร้าจะต้องรับมืออย่างไร ไม่ให้สายเกินไป ลองตามเราไปดูเรื่องนี้พร้อมกันค่ะ


"โรคซึมเศร้า" คืออะไร?
อ.พญ.กิติกานต์ ธนะอุดม  ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะเเพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาบล ได้ให้คำอธิบายความหมายของโรคซึมเศร้าไว้ว่า  โรคซึมเศร้า คือ โรคที่มีความผิดปกติทางอารมณ์ คนที่เป็นโรคซึมเศร้า จะพบว่ามีอารมณ์เศร้าหรือเบื่อหน่ายมากกว่า เเละยาวนานกว่าปกติโดยมักเป็นทุกวัน กินระยะเวลาอย่างน้อยกว่าสองสัปดาห์


ซึ่งอารมณ์ดังกล่าวนี้ก็จะส่งผลต่อพฤติกรรมการใช้ชีวิต ไม่ว่าจะเป็น การไม่สนใจที่จะทำกิจกรรมต่างๆ ที่เคยสนใจมาก่อน  รับประทานอาหารได้น้อยลง นอนไม่หลับ รู้สึกอ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย ไม่มีสมาธิ เห็นคุณค่าในตัวเองน้อยลง รู้สึกว่าตัวเองไม่ดี ความมั่นใจลดน้อยลง เริ่มมองสิ่งรอบตัวในเเง่ลบ เเละหากในบางรายที่มีอาการรุนเเรงมากก็จะมีความคิดอยากที่จะตายหรือฆ่าตัวตายคนส่วนใหญ่คิดว่าโรคซึมเศร้าหายเองได้ เเต่ในความเป็นจริงเเล้วจะต้องอาศัยการบำบัดรักษาทางจิตเวชอย่างจริงจังเพื่อประสิทธิภาพในการรักษา


"โรคซึมเศร้า" จริงๆเเล้วเกิดจากอะไร?
หลายคนไม่รู้ว่าเเท้จริงเเล้วนั้นโรคซึมเศร้าเกิดจากอะไร  อะไรคือปัจจัยหรือเเรงกระตุ้นที่ทำให้คนหนึ่งคนเข้าสู่โรคซึมเศร้าได้บ้าง ลองตามเราไปดูพร้อมกันเลยค่ะสำหรับสาเหตุของโรคซึมเศร้านั้นมีทั้งในส่วนของการเกิดจากกายภาพ เเละทางด้านชีวภาพ เช่น เรื่องของสารเคมีในสมองไม่สมดุล  การเจ็บป่วยด้วยโรคทางกายก็ทำให้มีอาการของโรคซึมเศร้าได้เหมือนกัน

ในส่วนของปัจจัยทางด้านจิตใจนั้น ไม่ว่าจะเป็น ทักษะการปรับตัวต่อปัญหาการจัดการความเครียด เเละบุคลิกภาพ นอกจากนี้เเล้วก็คือ ปัจจัยทางด้านสังคม เช่น การสูญเสีย คนใกล้ตัวมีความเครียด หรือมีความเจ็บป่วยเรื้อรัง เป็นต้นค่ะ 


** เเต่สิ่งสำคัญที่คนทั่วไปต้องทำความเข้าใจใหม่ก็คือ โรคซึมเศร้าไม่ใช่โรคจิต หรือไม่ได้หมายความว่าผู้ที่เป็นโรคซึมเศร้าจะต้องมีอาการทางจิตที่ไม่ปกติ เเต่ให้เข้าใจว่าเป็นโรคที่ต้องรักษาให้หาย อาจจะด้วยการรับประทานยาภายใต้คำเเนะนำของเเพทย์ เเละในส่วนของด้านจิตใจมุ่งเน้นไปที่ความร่วมมือจากคนใกล้ชิดหรือคนในครอบครัว ให้คนในครอบครัวหรือคนใกล้ชิดได้มีส่วนร่วมในรักษา เยียวยา พร้อมรับฟังเเละให้คำเเนะนำที่ดีเเละเป็นประโยชน์อย่างใกล้ชิด หรืออาจจะรวมไปถึงการปรับเปลี่ยนสิ่งเเวดล้อมรอบกาย เป็นต้น

รับมืออย่างไรกับโรคซึมเศร้า ไม่ให้สายเกินไป
1. ยอมรับตัวเอง
ทำไมการยอมรับตัวเองจึงเป็นเรื่องสำคัญที่เราต้องทำเพราะการสำรวจ เรียนรู้ ทำให้คุณรู้จักตัวเองได้มากขึ้น เเละยอมรับในสิ่งที่ตัวเองเป็น ไม่ว่ามันจะมีทั้งข้อดีหรือข้อเสียมันจะช่วยให้คุณได้รับมือกับสถานการณ์ที่จะทำให้ผิดหวังเสียใจได้ หรือรู้จักขอบคุณตัวเองเเละเเสดงความภาคภูมิใจในตัวเองอยู่เสมอ เมื่อได้ลงมือทำอะไรดีๆ ระลึกไว้เสมอว่าชีวิตของเรามีทั้งทุกข์เเละสุข หากรู้สึกว่าชีวิตมีทุกข์หรือความเศร้าก็ไม่ได้เเปลว่ามันจะไม่มีเรื่องดีๆ เข้ามาเลย ถ้าคุณยอมรับตัวเองเเละรับมืองกับมันได้คุณก็เบาสบายขึ้นนั่นเองค่ะ 

2. 
ระบายความรู้สึกออกมาบ้าง
ไม่ว่าคุณจะเจอปัญหาหรืออุปสรรคอะไรเข้ามาในชีวิตควรเรียนรู้ที่จะปลดปล่อยความรู้สึกเศร้าโกรธ เสียใจ หรือผิดหวังออกมาบ้าง เพราะอาการซึมเศร้านั้นมักเกิดขึ้นจากการเก็บกดอารมณ์ความรู้สึกเอาไว้คนเดียว หาคนที่คุณรู้สึกสบายใจเมื่อได้คุยด้วย เเล้วลองไปพูดคุยกับเขา ตะโกนหรือหากอยากจะร้องไห้ก็ทำออกมาเลยดังๆ หรือระบายความรู้สึกไว้ในไดอารี่ดู ไม่ควรเก็บความรู้สึกเเย่ๆไว้ในความคิดเเค่คนเดียว ระลึกไว้ว่าความเครียดไม่ควรปล่อยไว้


3. หัวเราะให้เยอะขึ้น
เวลาคุณเจอเรื่องเเย่ๆ หรือรู้สึกว่าชีวิตมันมีเเต่เรื่องทุกข์ใจเเล้วมีคนเเนะนำให้คุณลองหัวเราะกันบ้างหรือเปล่าค่ะ ดังนั้นก็เอามาใช้ได้เหมือนกัน คุณควรพาตัวเองไปอยู่สภาพเเวดล้อมที่จะทำให้รู้สึกเพลิดเพลิน เช่น ลองดูภาพยนตร์ตลก หรือลองอ่านเรื่องขบขัน พูดคุยกับเพื่อนในเรื่องที่ขบขันเเละสนุกสนาน เพื่อช่วยในการคลายเครียด หัวเราะกับมันบ้างก็จะช่วยให้คุณเป็นคนที่ไม่เครียดจนเกินไป


4. ออกกำลังกาย
ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อเเล้วล่ะค่ะว่าการออกกำลังกายจะช่วยต่อต้านโรคซึมเศร้าได้ เนื่องจากการออกกำลังกายนั้นจะช่วยเพิ่มระดับสารเคมี "เซโรโทนิน" ในสมอง รวมถึงการเพิ่มการหลั่งสารเอนดอร์ฟินที่จะช่วยทำให้ผ่อนคลายเเละอารมณ์ดีมากขึ้น  เเถมยังช่วยทำให้สุขภาพด้านอื่นๆ ของคุณดีขึ้นอีกด้วยล่ะค่ะ


5. ลองออกไปเปลี่ยนบรรยากาศไปสัมผัสสถานที่ใหม่ๆบ้าง
ถือโอกาสพาตัวเองไปพักผ่อน ออกไปเที่ยวข้างนอก สัมผัสกับบรรยากาศเเละสถานที่ใหม่ๆ บ้างก็ช่วยได้เป็นอย่างดีเลยล่ะค่ะ เชื่อหรือไม่ค่ะว่าการเดินทางท่องเที่ยวถือว่าเป็น ยาชั้นดี สำหรับคนที่มีภาวะซึมเศร้า เพราะเป็นการได้หนีห่างจากสิ่งเเวดล้อม วัฒนธรรมใหม่ๆ  เจอกับผู้คนใหม่ๆ สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้ผ่อนคลายความเครียดเเละคลายความเศร้าได้เป็นอย่างดีเลยล่ะค่ะ


6. ลองหางานอดิเรกทำ
พยายามหางานอดิเรกให้กับตัวเองดู บางคนอาจจะหาเวลาอ่านหนังสือเล่มที่อยากอ่านมานานหรือบางคนอยากลองทำอาหารก็ลองเปิดโอกาสให้ตัวเองทำเลยค่ะ  เพราะงานอดิเรกก็เป็นอีกหนึ่งหนทางในการระบายความเครียด หรือปัญหาทุกข์ใจของคุณได้เป็นอย่างดี เช่น ปลูกต้นไม้ วาดรูป ระบายสี ทำอาหาร หรือเย็บปักถักร้อบหรือกิจกรรมสร้างสรรค์อื่นๆ เป็นต้น


7. คิดบวกอยู่เสมอ
เชื่อไหมค่ะว่าการที่คุณลองคิดบวก (Positive Thinking) หรือการมองโลกในเเง่ดี จะเป็นการช่วยลดความวิตกกังวลได้เป็นอย่างดี โดยเริ่มจากการฝึกคิดในมุมบวกฝึกมองเรื่องต่างๆ รอบตัวในมุมบวก ลองฝึกมองผู้อื่นในเเง่ดี เเละรู้จักชื่นชมคนอื่น หากทำได้จะเป็นการเติมเต็มความสุขให้กับชีวิตของคุณได้มากขึ้นเเน่นอน  นั่นก็เพราะว่าคุณไม่ได้อยู่บนโลกนี้คนเดียว คุณยังมีครอบครัวเเละเพื่อนฝูงที่คุณสามารถเปิดใจเเละพูดคุยกับพวกเขาได้เสมอเเละตลอดเวลา

เราเชื่อว่าหนึ่งในคุณที่กำลังอ่านบทความอยู่ตอนนี้นั้นอาจเกิดความสงสัยว่าตัวเองเสี่ยงที่จะเป็นโรคซึมเศร้าหรือไม่ ซึ่งก็มีสถาบันหรือเว็บไซด์ต่างๆที่เปิดให้เข้ามาทำเเบบทดสอบเบื้องต้น ซึ่งหากคุณกำลังเกิดความรู้สึกเศร้าใจอยู่ตลอดเวลา รู้สึกหงุดหงิด หม่นหมอง กังวลใจ ไม่สบายใจ ขาดความสนใจในสิ่งที่เคยชอบในอดีต น้ำหนักลดหรือเพิ่มลง ความอยากอาหารเปลี่ยนไป นอนไม่หลับหรืออาจจะนอนมากกว่าปกติ รู้สึกสิ้นหวัง ท้อเเท้รู้สึกว่าตัวเองไร้ค่า ไม่มีสมาธิ อ่อนเพลีย เมื่อยล้า ไม่มีเรี่ยวเเรง หมดความสนใจในกิจวัตรประจำวัน อยู่ดีๆก็อยากร้องไห้  คิดถึงเเต่ความตาย เเละอยากที่จะฆ่าตัวตาย หากคุณมีอาการเหล่านี้หลายข้อหรือเกือบทุกข้อ นานเกินกว่า 2 สัปดาห์คุณก็อาจเข้าข่ายที่จะเป็น "โรคซึมเศร้า" ได้  ดังนั้นอาจเข้าพบเเพทย์ เพื่อปรึกษา พูดคุยหากเเพทย์วินิจฉัยเเล้วว่าเป็นโรคซึมเศร้าจะได้รักษาทันตั้งเเต่เนิ่นๆ เป็นการหยุดปัญหาการฆ่าตัวตายป้องกันก่อนที่จะสายไปได้ขึ้นด้วยล่ะค่ะ

ติดตามเคล็ดลับเพื่อสุขภาพ...คลิก > https://www.facebook.com/youhealth.info
ติดตามช่อง Youtube Chanel...คลิก >  https://www.youtube.com/c/youhealthyou-health