ติดต่อโฆษณา 
menu

สุขภาพแบ่งปัน

ไอเรื้อรัง! ดูเเลตัวเองอย่างไร?

DREAM@ /

09 ต.ค. 62 15:00

4,501

ไอเรื้อรัง! ดูเเลตัวเองอย่างไร?

เพราะสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงบ่อยไม่ใช่เเค่เราเเค่เราจะเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดปัญหาสุขภาพเเต่เพียงเท่านั้น เพราะเมื่อสภาวะอากาศเปลี่ยนแปลงไปไม่ว่าจะฝนตก อากาศหนาว หรือในตอนที่เราต้องเผชิญกับฝุ่นเล็กจิ๋ว  PM 2.5 อาจทำให้ใครหลายคนเกิดอาการไอค่อกเเค่กไปตามๆกันอาการไอถือว่าเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยกำจัดสิ่งแปลกปลอมออกจากทางเดินหายใจอย่างหนึ่ง ซึ่งสิ่งแปลกปลอมเหล่านี้ก็คือหมายรวมไปถึงเหล่าเชื้อโรค มลพิษ หรือฝุ่นขนาดเล็กต่างๆ อีกด้วย เมื่อสิ่งแปลกปลอมที่เข้าสู่ร่างกายของเราถูกกำจัดออกไปจนหมดเเล้ว อาการไอก็จะค่อยๆ หายไป เเต่***ถ้าคุณหรือคนรอบข้างของคุณไอติดต่อกันเป็นเดือนๆ หรือหลายสัปดาห์ก็ไม่มีทีท่าว่าจะหายเเล้วล่ะก็วางใจไม่ได้อีกต่อไปเเล้วล่ะค่ะ คุณควรรีบไปพบเเพทย์ เพราะอาการไอเรื้อรังที่คุณกำลังเผชิญอยู่นั้นอาจเป็นสัญญาณเตือนถึงความผิดปกติของสุขภาพเราอยู่ก็ได้ เช่น การติดเชื้อของระบบทางเดินหายใจ โรคกรดไหลย้อน  โรคหอบหืด วัณโรค เป็นต้น


เเม้หลายคนอาจจะมีความคิดว่า เเค่อาการไอก็ไม่ได้เป็นอันตรายร้ายเเรงอะไร เเต่ที่สำคัญอย่างหนึ่งก็คือ มันสร้างความรำคาญเเละอาจรบกวนการใช้ชีวิตประจำวันของคุณได้ไม่มากก็น้อย วันนี้  you-health เลยขออาสาพาทุกคนไปดูพร้อมกันค่ะว่า คุณต้องดูเเลตัวเองอย่างไร เมื่อกำลังเผชิญปัญหาไอเรื้อรังอยู่ พร้อมเเล้วตามเราไปดูเลยค่ะ


1. พยายามหลีกเลี่ยงสิ่งที่เข้าไปกระตุ้นให้เกิดอาการไอ
หลายคนรู้ตัวเองดีเเล้วว่าตัวเองมีอาการไอเรื้อรังอยู่เเล้ว เเละก็ยังรู้อีกด้วยว่าอะไรที่ทำให้ไอมากขึ้น เเต่ก็ยังอยากจะทำหรือเข้าไปใกล้มันอีก  ดังนั้นทางที่ดีที่เราอยากเเนะนำเลยก็คือ พยายามหลีกเลี่ยงสิ่งเหล่านั้นไว้ให้มากที่สุด วิธีการป้องกันอาการไอเรื้อรังที่ดีที่สุดก็คือ การหลีกเลี่ยงสิ่งที่กระตุ้นที่ทำให้ไอนั่นเองค่ะ ซึ่งสิ่งเหล่านั้นก็ได้แก่ ฝุ่น ควันพิษ ควันบุหรี่ สารเคมี หรือการสัมผัสกับสารกระตุ้นที่ทำให้เกิดการเเพ้อื่นๆ เป็นต้น


2. พยายามทำให้ร่างกายอบอุ่นเข้าไว้
ทำไมต้องพยายามทำร่างกายให้มีความอบอุ่น นั่นก็เพราะอากาศเย็นจะมีผลทำให้หลอดลมตีบเเละเกิดการระคายเคืองมากขึ้นได้  ดังนั้นคุณจึงควรทำร่างกายให้อบอุ่นอยู่เสมอก็จะช่วยให้เกิดอาการไอน้อยลง เช่น ไม่อยู่ในที่ที่มีอากาศเย็นจนเกินไป หรือพยายามสวมใส่เสื้อผ้า ผ้าพันคอ เพื่อเป็นการเพิ่มความอบอุ่นทดเเทน เเละพยายามหลีกเลี่ยงการรับประทานของเย็น เช่น ไอศกรีม น้ำเเข็ง หรือน้ำเย็น เป็นต้น


3. หลีกเลี่ยงอาหารที่ทำให้เกิดอาการระคายคอ
อาหารอะไรที่เมื่อกินเข้าไปเเล้วไม่น่าจะเป็นผลดีต่ออาการไอเรื้อรังของคุณ?  ก็ต้องพวกอาหารทอด อาหารที่มีลักษณะกรอบหรือเป็นผง เพราะเมื่อรับประทานเข้าไปเเล้วจะเป็นการเข้าไปกระตุ้นให้เกิดอาการไอเพิ่มขึ้น ถือเป็นการเพิ่มความเสี่ยงการสำลักอาหาร เเละเสี่ยงต่อปอดติดเชื้อได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มผู้สูงอายุ ดังนั้นขณะที่ไอเรื้อรังอยู่คุณจึงควรเลือกอาหารที่อ่อนนุ่ม เเละรสอ่อนเเทน


4.ซุปอุ่นๆ ช่วยคุณได้ 
ในวันที่อากาศหนาวเราต้องการซุปอุ่นๆ หรืออาหารอะไรร้อนๆฉันใด ในยามที่คุณต้องเผชิญกับไอเรื้อรังคุณก็ต้องการมันด้วยฉันนั้น  เนื่องจากมีงานวิจัยของเเพทย์ทางเลือกหลายชิ้นให้ข้อมูลในเรื่องนี้ว่า ซุปอุ่นๆ คือสุดยอดอาหารที่เหมาะกับการไอ โดยระบุว่าส่วนผสมเเละอุณหภูมิที่อุ่นพอดีในซุปนั้นสามารถเสริมการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันเเละยังมีฤทธิ์ในการต้านการอักเสบ ช่วยบรรเทาการระคายเคืองบริเวณลำคอ 
ซึ่งถือว่าเป็นสาเหตุสำคัญของอาการไอเเห้งได้เป็นอย่างดี  หรือไม่ก็ลองทำซุปผัก 5 สี ไขมันต่ำผสมกับเมล็ดเเฟกซ์บด 1 ช้อนโต๊ะเเละให้รับประทานขณะที่ยังอุ่นอยู่จะเป็นการช่วยบรรเทาอาการไอเรื้อรังได้เป็นอย่างดี


5. เสริมอาหารต้านการอักเสบเเละสารต้านอนุมูลอิสระ
สำหรับผู้ที่มีอาการไอเรื้อรังมักจะมีการอักเสบของเยื่อบุหลอดลมร่วมกันไปด้วย  ดังนั้นให้ลองพยายามรับประทานปลาขนาดประมาณ 1 ฝ่ามือ อย่างน้อย 2 ครั้งต่อสัปดาห์ หรือรับประทานเมล็ดเเฟกซ์บดประมาณ 1 ช้อนโต๊ะต่อวันก็จะช่วยให้ผู้ป่วยได้รับสารต้านการอักเสบอย่างโอเมก้า 3 ที่เพียงพอ หรือนอกจากนี้เเล้วก็รับประทานผักผลไม้ 5 สี ที่มีส่วนช่วยในการต่อต้านอนุมูลอิสระลดการอักเสบ เเละทำให้อาการไอหายได้เร็วขึ้น เนื่องจากการทำงานของรงควัตถุที่เต็มไปด้วยสีสันในพืชผักนั้น มีฤทธิ์ในการต่อต้านอนุมูลอิสระอย่างวิตามินซี วิตามินเอ วิตามินอี ที่พบได้ในพืชผักที่เรากินเช่นเดียวกัน


6.ดื่มน้ำมากๆ
ทราบหรือไม่ค่ะว่าการดื่มน้ำนั้นช่วยขับเสมหะ เเละทำให้เกิดความชุ่มคอ ผู้ที่ไอมากก็ควรดื่มน้ำ 1 แก้วทุกๆ 2 ชั่วโมง เเต่หากว่ามีเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนด้วย เช่น กาเเฟหรือชาควรปรับการเพิ่มน้ำให้ดื่มเป็นอีก 1 ลิตร เพื่อเป็นการชดเชยการเร่งขับน้ำผ่านปัสสาวะของคาเฟอีนนั่นเองค่ะ


7. พยายามลดน้ำหนัก หากคุณกำลังเข้าสู่สภาวะอ้วน!
อ่านมาถึงตรงนี้หลายคนคงเกิดความสงสัยว่าอาการไอเรื้อรังเกี่ยวข้องอะไรกับการพยายามลดน้ำหนัก  เเต่งานนี้ขอบอกว่าไม่เกี่ยวก็ต้องเกี่ยวเเล้วล่ะค่ะ  เพราะความอ้วนถือเป็นสาเหตุอย่างหนึ่งของโรคกรดไหลย้อน ซึ่งสภาวะกรดไหลย้อนนี้เองที่ทำให้เกิดอาการไอเรื้อรัง การลดน้ำหนักจึงถือเป็นการช่วยลดอาการไอเรื้อรังได้  อีกทั้งงานวิจัยหลายชนิดยังพบอีกด้วยว่า  การลดน้ำหนักช่วยให้อาการไอดีขึ้นอย่างน้อย 50 เปอร์เซนต์ ทั้งในผู้ที่ไอจากกรดไหลย้อนเเละจากสาเหตุอื่น ดังนั้นหากผู้ที่รู้ตัวเองดีว่ากำลังเข้าข่ายจัดว่าอ้วนเเล้วล่ะก็ หันมาออกกำลังกาย ควบคุมอาหารโดยเน้นลดหวานลดอาหารมัน ก็จะช่วยให้น้ำหนักลดเเละทำให้อาการไอทุเลาลงได้ 


อย่างที่เราบอกไปข้างต้นว่าอาการไอเรื้อรังเเม้จะไม่ใช่อาการร้ายเเรงที่ก่อให้เกิดอันตรายถึงแก่ชีวิต  เเต่ก็เชื่อว่ามันจะสร้างความรำคาญใจหรือรบกวนการใช้ชีวิตประจำวันของคุณได้อย่างเเน่นอนดังนั้นเมื่อถึงเวลาที่ร่างกายต้องเผชิญกับไอเรื้อรังก็ลองนำเคล็ดลับดีๆ ทั้ง 7 ข้อนี้ไปลองปรับใช้กันดูนะคะ เเละนอกเหนือจากการปรับพฤติกรรมทั้ง 7 ข้อนี้เเล้วก็อย่าลืมให้ความสำคัญกับเรื่องความสะอาด โดยเฉพาะการไอ จาม ที่สามารถเเพร่เชื้อต่างๆ ผ่านไปยังละอองน้ำลาย ดังนั้นจึงควรใช้ทิชชู่หรือผ้าปิดปากทุกครั้งที่คุณเกิดอาการไป เพื่อป้องกันการเเพร่เชื้อไปถึงผู้อื่นได้อีกด้วยนะคะ

ติดตามเคล็ดลับเพื่อสุขภาพ...คลิก >  https://www.facebook.com/youhealth.info
ติดตามช่อง Youtube Chanel...คลิก > https://www.youtube.com/c/youhealthyou-health