ติดต่อโฆษณา 
menu

สุขภาพแบ่งปัน

รู้ไว้ใช่ว่า...ทำงานหนักเกิน! เสี่ยงโรคหลอดเลือดสมอง

DREAM@ /

20 พ.ย. 62 12:00

7,111

รู้ไว้ใช่ว่า...ทำงานหนักเกิน! เสี่ยงโรคหลอดเลือดสมอง

ก่อนจะเลื่อนลงไปอ่านบทความกัน มาตั้งคำถามกับตัวเองกันก่อนดีกว่าค่ะว่า...ทุกวันนี้คุณทำงานหนักเกินไปหรือเปล่า?

ในโลกที่อะไรก็หมุนเวียนเปลี่ยนไปเร็วจนเราตามไปทันเเบบนี้ ไหนจะภาระงานอันหนักหน่วงที่ทำให้ใครหลายคนใช้เวลาเพื่องาน งาน เเละก็งาน จนลืมว่าเราก็ต้องใช้ชีวิตเหมือนกันนะคะ ....คุณเป็นหนึ่งในคนเหล่านั้นหรือเปล่า? เพราะการทุ่มเทให้กับการทำงาน โดยเฉพาะกับบเด็กรุ่นใหม่ ไหนจะมีพฤติกรรมการใช้ชีวิตรอบตัวเหล่านี้ล้วนเเต่ทำให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บตามมาได้เหมือนกัน เเละหนึ่งในโรคนั้นก็คือ  "โรคหลอดเลือดสมอง" นั่นเองล่ะค่ะ ผลจากการศึกษาวิจัยยังพบอีกด้วยว่า การทำงานยาวนานเกินกว่า 10 ชม. อาจเป็นการเพิ่มความเสี่ยงทำให้เกิดโรคหลอดเลือดสมอง หรือ Stroke ได้ เเละที่น่าตกใจมากไปกว่านั้นโรคนี้ยังเป็นโรคลำดับต้นๆที่คร่าชีวิตคนไทยไปมากเหมือนกัน งั้นลองมาเช็กพฤติกรรมของคุณกันสักหน่อยดีกว่าค่ะ กับข้อมูลสาระดีๆ ที่เรานำมาฝากกัน!


มาทำความรู้จัก  "โรคหลอดเลือดสมอง"
โรคหลอดเลือดสมอง หรือ Stroke เป็นโรคที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของผนังหลอดเลือด เกิดภาวะหลอดเลือดเเดงเเข็งตัว เกิดพลาค (plaque) เกาะที่บริเวณผนังหลอดเลือดเเละสุดท้ายก็อาจนำไปสู่ภาวะหลอดเลือดตีบ มีอาการหลอดเลือดสมอง  หรือกล่าวโดยละเอียดเเล้วก็คือ เมื่อสมองของเราขาดเลือดไปเลี้ยง อันเนื่องมาจากสมองตีบตันหรือเส้นเลือดสมองเเตก อันเป็นเหตุทำให้เนื่อเยื่อในสมองนั้นถูกทำลายลง ส่งผลให้การทำงานของสมองหยุดชะงักลง ส่งผลให้เซลล์สมองถูกทำลายจนได้รับความเสียหายจนบานปลายกลายเป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต เเละอาจนำไปสู่การเสียชีวิตได้ โดยความผิดปกติของหลอดเลือดสมองเป็นความผิดปกติที่เกิดขึ้นจากอาการสมองขาดเลือดโดยเเบ่งได้เป็น 2 ประเภท นั่นก็คือ หลอดเลือดสมองตีบหรือเกิดการอุดตัน เเละหลอดเลือดสมองปริเเตกหรือฉีกขาด ทว่าความน่ากลัวของโรคนี้ก็คือ ***หลายคนไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้ามาเลยซึ่งมักเกิดเเบบฉับพลัน กว่าจะรู้ตัวว่าเราป่วยก็มีอาการหนักไปเสียเเล้ว หรือต้องนำไปส่งโรงพยาบาลที่สำคัญก็คือ มันสามารถเกิดขึ้นกับใครก็ได้ เเละไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นผู้สูงอายุเท่านั้นด้วยนะคะ 

ลองมาดูผลการวิจัยที่น่าสนใจเกี่ยวกับเรื่องนี้กันบ้างดีกว่าค่ะ...
มีผลการศึกษาวิจัยของประเทศฝรั่งเศสเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า คนที่ทำงานโดยมีชั่วโมงการทำงานที่ยาวนานนั้น มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคหลอดเลือดสมองเพิ่มขึ้นถึง 29%เมื่อเทียบกับคนทั่วไป เเละผู้ที่โหมทำงานเช่นนี้เกิน 10 ปีขึ้นไป นั้นก็มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นเป็น 45% เลยทีเดียวล่ะค่ะ  เเม้หลายคนจะดูว่าเป็นเรื่องไกลตัว ไม่น่าจะเกิดขึ้นกับตัวเรา เเต่ทราบหรือไม่ค่ะว่า  โรคหลอดเลือดสมองนี้เป็นต้นเหตุของอาการอัมพฤกษ์- อัมพาต เเละนำไปสูการเสียชีวิต โดยในเเต่ละปีมีคนเสียชีวิตจากโรคหลอดเลือดสมองประมาณ 
6 ล้านคน เเละในประเทศไทยเอง โรคหลอดเลือดสมองนี้ก็เป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับที่ 3 รองลงมาจาก โรคมะเร็งเเละโรคหัวใจนั่นเองค่ะ 


เเล้วถ้าถามว่าพฤติกรรมหรือปัจจัยเสี่ยงอะไรอีกบ้างที่อาจนำไปสู่โรคหลอดเลือดสมองได้ ก็ไม่ว่าจะเป็น การสุบบุหรี่ การดื่มสุรา ไม่ค่อยออกกำลังกาย น้ำหนักเกินหรือมีภาวะอ้วน ระดับน้ำตาลในเลือดสูง มีภาวะความดันโลหิตสูง ระดับไขมันในเลือดผิดปกติ โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ ลิ้นหัวใจตีบ มีภาวะเครียด ทำงานหนักเเละพักผ่อนไม่เพียงพอ โดยผลการวิจัยยังพบอีกว่า ผู้ที่ทำงานเป็นกะมีความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดสมองเพิ่มขึ้นร้อยละ 5 เเละการทำงานหนักติดต่อกันเป็นเวลานานก็เป็นการเพิ่มความเสี่ยงเช่นเดียวกันด้วย

อาการเเบบไหนที่ถือว่าเป็นสัญญาณเตือนถึงความเสี่ยงของ "โรคหลอดเลือดสมอง"

- เเขนขาอ่อนเเรงครึ่งซีก ปากเบี้ยวครึ่งซีกเเละเป็นทันทีทันใด
- ตามองไม่เห็นข้างใดข้างหนึ่ง หรือมองเห็นเพียงครึ่งเดียว หรือเห็นเป็นภาพซ้อนในทันทีทันใด
- พูดจาอ้อเเอ้ พูดไม่ออก หรือฟังเเล้วไม่เข้าใจภาษา ในทันทีทันใด
- เวียนศีรษะ รู้สึกว่าบ้านหมุน โคลงเคลงเดินเซ สูญเสียการทรงตัว เกิดขึ้นในทันทีทันใด
- ปวดศีรษะรุนเเรงมาก ในเเบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เเละอาจเป็นร่วมกับอาการอาเจียนด้วย

ไม่ว่าตอนนี้คุณกำลังหักโหมกับหน้าที่การงานมากเกินไปหรือเปล่า เเต่ไม่ว่ายังไงก็เเล้วเเต่เรื่องสุขภาพก็ไม่ควรละทิ้ง เพราะไม่อย่างนั้นเเล้วต่อให้คุณพยายามทำงานเพื่อเก็บเงินได้มากมายเท่าไหร่ก็อาจต้องนำมาเป็นค่ารักษาพยาบาลตัวเองในอนาคตก็ได้ใครจะไปรู้ จริงไหมล่ะค่ะ? โดยเฉพาะเจ้าโรคหลอดเลือดสมองนี่เเหละ... เอาเป็นว่าจะจริงจังกับงานเเค่ไหนก็เอาพอให้สมดุลกับตัวเอง ทำงานอย่างพอดี จัดสรรเวลาเเละชีวิตของตัวเองให้เหมาะสม เเบ่งเวลาไปพักผ่อนหรืออกกำลังกายบ้าง ก็เป็นปราการป้องกันโรคภัยไข้เจ็บต่างๆได้ไม่มากก็น้อยเเล้วล่ะค่ะ 

ติดตามเคล็ดลับเพื่อสุขภาพ...คลิก >  https://www.facebook.com/youhealth.info
ติดตามช่อง youtube chanel...คลิก > https://www.youtube.com/c/youhealthyou-health